วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สอบข้ามคืน12ชม. เค้นณิชา ปม6ล้าน-ขอบัตร ทางตํารวจยังไม่คลายสงสัย

ปปง.สั่ง36สถาบันฯเข้มงวด โผล่อีกถูกฉกบัตรโดน14คดี


เค้นสอบณิชามาราธอน 12 ชม. บ่ายสองยันตี 3 เค้นปมเงิน 6 ล้าน ขอบัตร ปชช.ใหม่ หลายครั้ง เดินออกจากห้องสอบสภาพอิดโรย ตำรวจรีบพาขึ้นรถตู้ส่งบ้านเผยให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ขณะที่ชุดเฉพาะกิจ บุกเรือนจำโพธิ์แก้ว จ.นครปฐม สอบสาวแอน 1 ในเครือข่ายนำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชาไปเปิดบัญชี เช็กธุรกรรมการเงิน โยงไซม่อนผู้ต้องหาแก๊งโรแมนซ์สแกม ชาวแคเมอรูน ด้านรองโฆษกเผย น.ส.ณิชา เป็นทั้งเหยื่อและผู้ต้องหา ยังสอบคลี่ปมสงสัยชงรายงานบิ๊ก ตร.เตรียมแถลงใหญ่ 16 ม.ค.นี้ ด้าน ปปง.เรียก 36 สถาบันการเงิน ธปท. ประชุมร่วมกำหนดมาตรการเข้ม 3 ข้อเปิดบัญชีใหม่ เผยข้อมูลใหม่พบ 4 พันบัญชีฟอกเงินต้องจับตา ล่าสุดเหยื่อโผล่อีกราย เป็นสาวสถานบันเทิงพัทยา โดนขโมยบัตรจากในร้านไปเปิดบัญชี โดนอ่วม 14 หมายจับ ร้องไทยรัฐปลดทุกข์ให้ที

กรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฉ้อโกง หลังทำบัตรประชาชนหายบนรถโดยสารประจำทาง เมื่อวันที่ 6 ต.ค.60 และได้แจ้งความหายไว้แล้ว ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สวมรอยปลอมลายมือชื่อนำไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์มือถือ 3 ค่าย 4 เบอร์ บัญชีธนาคาร 7 แห่ง รวม 9 บัญชี ให้เหยื่อโอนเงินเข้า พบมียอดหมุนเวียนกว่า 10 ล้านบาท ต่อมาถูกศาลจังหวัดตากออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกง น.ส.ณิชาได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ในวันที่ 5 ม.ค. ก่อนจะให้พนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก จ.ตาก รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายท้องที่ที่มีผู้เสียหายแจ้งความไว้ ถูกขังอยู่เรือนจำจังหวัดตาก 3 วัน กระทั่งชุดสืบสวนจับกุม น.ส.ปวีณา สิงห์วิบูลย์ อายุ 31 ปี ที่นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคารย่านถนนเพชรเกษม ในพื้นที่ สน.หลักสอง แต่ชุดสืบสวนยังไม่คลายข้อสงสัยในตัว น.ส.ณิชา เรียกเข้ามาสอบสวนที่ สน.ห้วยขวางเพิ่มกลางดึกขณะที่สังคมกำลังจับตามองว่าจะตกเป็นแพะหรือไม่นั้น

ความคืบหน้าวันที่ 15 ม.ค. น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ตั้งแต่เวลา 14.45 น. ของวันที่ 14 ม.ค. เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม ยืนยันความบริสุทธิ์กระทั่งเวลา 03.30 น. วันที่ 15 ม.ค. น.ส.ณิชาเดินออกมาจากห้องสอบสวนด้วยสีหน้าอิดโรยเหนื่อยล้า หลังถูกสอบปากคำนานกว่า 12 ชั่วโมง น.ส.ณิชากล่าวเพียงว่า มาให้ปากคำกับตำรวจเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีให้มากที่สุด จากนั้นเดินไปขึ้นรถตู้ของ สน.ห้วยขวาง พาไปส่งกลับบ้านย่านบางบัวทอง

พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง เผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่สอบปากคำ น.ส.ณิชาตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 14 ม.ค. ในประเด็นเงิน 6 ล้านบาทที่ปรากฏในบัญชี และพิรุธในการขอทำบัตรประชาชนใหม่หลายครั้ง รวมไปถึงการสนทนาพูดคุยระหว่าง น.ส.ณิชากับ น.ส.ปวีณา และอีกหลายประเด็น โดย น.ส.ณิชาได้ตอบคำถามเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ไม่สามารถเปิดเผยได้ ให้ชุดสืบสวนในคดีนี้ลงไปสืบหาข้อเท็จจริงตามคำให้การ ของ น.ส.ณิชาแล้ว

มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำน้องชาย น.ส.ณิชาอีกด้วย เพื่อให้ครบถ้วนในทุกประเด็นที่เจ้าหน้าที่สงสัย ในวันนี้จะลงพื้นที่สืบสวนหาข้อมูลพยานหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าตรงกับคำให้การของ น.ส.ณิชา มากน้อยเพียงใด รวมถึงการขยายผลในการสืบสวนเชิงลึกพบพิรุธบางอย่างที่อาจนำไปสู่การคลี่คลายเงื่อนงำ เนื่องจากแนวทางการสืบสวนสอบสวนพบว่า เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 ธ.ค.60 น.ส.ณิชาได้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี แจ้งว่าถูกขโมยกระเป๋าสตางค์ และคนร้ายนำบัตรประชาชนไปเปิดเบอร์มือถือ เมื่อตำรวจตรวจสอบในเชิงลึกพบว่า 1 ในเบอร์มือถือที่คนร้ายเปิดกับเครือข่ายแห่งหนึ่งเป็นน้องของ น.ส.ณิชา อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ยืนยันว่า น.ส.ณิชามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

รายงานแจ้งอีกว่าชุดเฉพาะกิจของ บช.ทท. บก.สปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ธนาคาร สอบสวน น.ส.ปวีณา สิงหวิบูลย์ อายุ 31 ปี ขยายผลจนทราบว่า น.ส.เจรติ หรือแอน สายสิญจน์ ที่นำบัตรประชาชน น.ส.ณิชาไปให้ น.ส.ปวีณาเปิดบัญชี ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำโพธิ์แก้ว จ.นครปฐม ในข้อหาฉ้อโกง ชุดเฉพาะกิจเข้าสอบสวนพบว่า น.ส.แอนติดต่อกับนายไซม่อน ชาวแคเมอรูน กระทั่งตามไปจับกุมได้ขณะกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ย่านรัชดา เมื่อวันที่ 29 พ.ย.60 ตรวจค้นพบของ น.ส.ปวีณา สิงห์วิบูลย์ ในกระเป๋าเงิน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินหาความเชื่อมโยงเส้นทางการเงินว่ามีการโอนถ่ายไปที่บัญชีของบุคคลอื่นหรือไม่ ส่วนนายอายัค ไซมอน อีโค้ว หรือไซม่อน หรือซีม่อน สัญชาติแคเมอรูน เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกควบคุมตัวไว้ที่ห้องกักกัน สตม. ยังไม่มีการผลักดันกลับประเทศอยู่ในระหว่างการขยายผลตามแนวทางแผนประทุษกรรมของกลุ่มผู้ต้องหาพบว่าไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ พบว่ามีพฤติกรรมแบบแก๊งโรแมนซ์สแกม เป็นกลุ่มชายผิวดำจัดทำเฟซบุ๊กใช้รูปโปรไฟล์ให้ดูดี มีฐานะ หลอกเหยื่อด้วยคำหวานจนหลงรัก แล้วจะส่งมอบของรางวัลล้ำค่าน่าเชื่อถือไปให้ แต่ต้องแลกด้วยการโอนเงินค่าใช้จ่าย ทำให้สาวน้อยสาวใหญ่หลงคารมตกเป็นเหยื่อหลายรายมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท ทางชุดสืบสวนจะนำข้อมูลไปให้ผู้บังคับ บัญชาแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายในวันที่ 16 ม.ค.นี้

เจ้าหน้าที่จากธนาคารแห่งหนึ่งเผยขั้นตอนการตรวจสอบการเปิดบัญชี ว่าทางพนักงานจะตรวจสอบบัตรประชาชนเข้าเครื่องสแกนชิพว่าบัตรประชาชนทำบัตรใหม่หรือหมดอายุก่อนทุกครั้ง

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในส่วนของ น.ส.ณิชา มีส่วนเกี่ยวข้องเป็น 3 คดี คือ คดีที่ สภ.บ้านตาก คดีที่ สน.หลักสอง และคดีที่ สน.ห้วยขวาง ที่ยังสอบสวนขยายผลต่อไป ส่วนกองปราบปรามจะดำเนินการคู่ขนานกันไปกับพื้นที่อื่น เพื่อให้เกิดความยุติธรรมรอบคอบกับทุกฝ่าย ส่วนจะมีใครเป็นตัวละครเพิ่มขึ้นหรือไม่ ต้องดำเนินการสอบสวนกันไปทีละส่วน สำหรับข้อสงสัยในตัว น.ส.ณิชา พนักงานสอบสวนก็ยังดำเนินการกันอยู่ เนื่องจาก น.ส.ณิชาอยู่ใน 2 สถานะ คือ ในสถานะของผู้ถูกกล่าวหาในพื้นที่ สภ.บ้านตาก และสถานะที่เป็นผู้เสียหายในพื้นที่ สน.หลักสอง ต้องดูภาพรวมการขยายผล ส่วนนายไซม่อนเท่าที่รับทราบเขาเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย แต่ถ้ามีหลักฐานไปถึงจะถูกดำเนินคดีอยู่แล้ว

ต่อมา พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. แถลงข่าวผลการประชุมหารือการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างสถาบันทางการเงิน 36 แห่ง ธนาคารแห่งประเทศไทย และกรมการปกครอง ทำความเข้าใจกำหนดมาตรการการปฏิบัติตามกฎหมายฟอกเงินว่า กำหนดมาตรการ 3 ข้อหลักคือ 1.ให้เพิ่มความเข้มเกี่ยวกับมาตรการในการแสดงตนและการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงของผู้เปิดบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์การแสดงตนของลูกค้านั้นจะต้องแสดงข้อมูลและหลักฐานอย่างน้อย 7 อย่าง ประกอบด้วย 1.ชื่อ-สกุล 2.วันเดือนปีเกิด 3.เลขประจำตัวประชาชน 4.ที่อยู่ตามทะเบียนและที่อยู่ปัจจุบัน 5.อาชีพ สถานที่ทำงาน 6. ข้อมูลการติดต่อ 7. ลายมือชื่อผู้ทำธุรกรรม รวมถึงการตรวจสอบทางกายภาพ อาทิ รูปร่างหน้าตากับหลักฐานต่างๆที่นำมาแสดงว่าตรงกันหรือไม่ นอกจากนี้ ขอให้สถาบันทางการเงินประสานกับกรมการปกครองเรื่องติดตั้งโปรแกรมตรวจสอบสถานะของบัตรประชาชนว่าเป็นบัตรที่สามารถใช้ได้อยู่หรือไม่ มีการยกเลิกเพิกถอนหรือแจ้งหายไว้หรือไม่

พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์กล่าวอีกว่า 2.ให้สถาบันการเงินกำหนดมาตรการในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าในความรับผิดชอบ เพื่อทราบการทำธุรกรรมที่ยังสอดคล้องกับข้อมูลที่ลูกค้าเจ้าของบัญชีหรือไม่ โดยทางสถาบันการเงินจะติดต่อไปยังเจ้าของบัญชีตามที่อยู่ทะเบียนราษฎร ให้ยืนยันและรับรองสถานะบัญชี หากเจ้าของบัญชีไม่ยืนยันและรับรอง ทางสถาบันการเงินจะดำเนินการเฝ้าระวังบัญชีอย่างใกล้ชิดและประสานสำนักงาน ปปง. และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย 3.มาตรการป้องกันปราบปรามการรับจ้างเปิดบัญชี โดยตรวจสอบธุรกรรมและบัญชีต้องสงสัยเข้าข่ายรับจ้างเปิดบัญชี หรือเป็นบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ค้ายาเสพติด การพนันออนไลน์ หรือความผิดมูลฐานอื่นๆ ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีบัญชีต้องสงสัยกว่า 4,000 บัญชี

“หากผู้ใดเคยให้บัญชีธนาคารและให้บัตรเอทีเอ็มกับมิจฉาชีพไปขอให้รีบติดต่อประสานมายังสำนักงาน ปปง. อย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันมิให้กลุ่มมิจฉาชีพนำไปใช้กระทำความผิด เพราะหากคนร้ายได้นำบัญชีไปใช้ก็จะต้องถือเป็นผู้มีส่วนในการกระทำความผิดและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที” รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง.กล่าว พบอีกผู้เสียหายที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวผิวสี ขโมยบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร เหยื่อเดือดร้อนหนักหลังบัตรหายยังไม่ถึง 2 ปี มีหมายเรียกจากโรงพักต่างๆในคดีฉ้อโกงถึง 14 หมาย อ้างเคยเข้าแจ้งความแต่ตำรวจไม่รับแจ้ง แถมให้ไปหาเงินมาเคลียร์คดี คาดเป็นแก๊งเดียวกับที่หลอกน้องณิชา

บ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรถปลดทุกข์ ไทยรัฐทีวี ได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.พิริยา หรือสุขณัฐรดา สมมูล อายุ 25 ปี ชาว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ว่าตกเป็น เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขโมยบัตรประชาชนไปเปิด บัญชีธนาคารให้เหยื่อโอนเงิน ถูกหมายเรียกคดีฉ้อโกง 14 หมายทั่วประเทศ น.ส.พิริยาเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ค.59 ได้ถูกขโมยบัตรประจำตัวประชาชนไป ขณะทำงานที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา คนร้ายเจาะจงเฉพาะบัตรประชาชนเพียงอย่างเดียว เงินสดและทรัพย์สินยังอยู่ครบ เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจในพื้นที่พนักงานสอบสวนไม่รับแจ้ง บอกให้ไปทำบัตรประชาชนใหม่ได้เลย จนช่วงเดือน ส.ค.59 มีหมายเรียกจาก สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ส่งมาที่บ้านใน จ.ชลบุรี ระบุว่า ตนมีความผิดในข้อหาฉ้อโกง ตนกับแม่ร้อนใจมาก ไปพบตำรวจตามหมายเรียกเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และขอความเป็นธรรม แต่เจ้าหน้าที่จะไม่รับฟัง บอกให้รีบหาเงินไปให้กับผู้เสียหายเพื่อ ปิดคดี แต่ตนไม่มีเงินมากขนาดนั้น จึงพากันไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชลบุรี แต่เจ้าหน้าที่บอกว่ายังช่วยไม่ได้เพราะคดียังไม่ถึงชั้นศาล ตนทราบว่ากลุ่มคนร้ายถูกตำรวจจับกุมได้ในคอนโดที่ จ.ขอนแก่น 1 ในผู้ต้องหาคือคนที่นำบัตรประชาชนของตนไปเปิดบัญชี คาดว่าน่าจะเป็นแก๊งเดียวกับ น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ที่กำลังเป็นข่าวโด่งดัง

“ตอนนี้มีหมายเรียกจากโรงพักรวมทั้งหมด 14 หมาย ชีวิตครอบครัวตอนนี้ค่อนข้างลำบากหมดเงินไปจำนวนมากในการต่อสู้คดี ต้องขายที่นาผืนสุดท้ายเพื่อนำเงินมาต่อสู้คดี พ่อมีอาการเครียดหนักต้องไปรักษาตัวอยู่ต่างจังหวัด ส่วนแม่ป่วยเป็นไมเกรนต้องลาออกจากงานเพื่อช่วยลูกต่อสู้คดี” น.ส.พิริยากล่าว

เค้นสอบณิชามาราธอน 12 ชม. บ่ายสองยันตี 3 เค้นปมเงิน 6 ล้าน ขอบัตร ปชช.ใหม่ หลายครั้ง เดินออกจากห้องสอบสภาพอิดโรย ตำรวจรีบพาขึ้นรถตู้ส่งบ้านเผยให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี 16 ม.ค. 2561 01:41 16 ม.ค. 2561 03:04 ไทยรัฐ