วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แรงงานลุ้นตัวโก่ง! 17 ม.ค. บอร์ดค่าจ้างจ่อเคาะค่าแรงขั้นต่ำโค้งสุดท้าย

'การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ' เปรียบเสมือนเครื่องมือในการปกป้องแรงงาน ไม่ให้ถูกนายจ้างเอาเปรียบ ขณะที่เรื่องนี้ ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน ส่งผลให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานต้องรอลุ้น ว่าจะเคาะหรือยื้อต่อ..

สำหรับการประชุมบอร์ดค่าจ้าง ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา บอร์ดยังไม่มีมติเคาะค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 โดยให้เหตุผลว่า ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ยังมีความเห็นต่างกัน จึงให้กลับไปจัดทำตัวเลขและจัดกลุ่มจังหวัดเสนอเข้าพิจารณาอีกครั้ง ในเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ม.ค.นี้ เนื่องจากยังมีตัวเลขที่ไม่ชัดเจน บางจังหวัดอยู่ใกล้กัน แต่ตัวเลขค่าจ้างต่างกันมาก ไม่เท่าเทียมกัน

นายเข้มชาติ สมใจวงษ์ ประธานหอการค้า จ.ขอนแก่น เผยว่า การประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในระยะนี้ มองว่าเป็นสิ่งจำเป็น มีผลมาจากภาวะต้นทุน อัตราเงินเฟ้อ ค่าครองชีพต่างๆ เพิ่มขึ้น ค่าแรงก็ต้องมีการปรับขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นกลไกที่ต้องปรับขึ้น เพราะต้นทุน และค่าแรงในการผลิต ทั้งในภาคของการเกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึงภาคการบริการ ถ้าสูงเกินไปการแข่งขันลำบาก ถ้าต่ำเกินไปแรงงานก็อยู่ลำบาก ดังนั้นการปรับขึ้นค่าแรงในระยะนี้ ต้องมีการพิจารณาให้เหมาะสมและสอดคล้องกันทุกฝ่าย

“ในปีนี้ การประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ คณะกรรมการจะต้องมีการคิดถึงต้นทุน คิดถึงเรื่องค่าแรงขั้นต่ำรายจังหวัด และคณะกรรมการที่รับผิดชอบจะต้องมีเหตุผลและอธิบายได้ เพราะหากเป็นไปด้วยเหตุและผล เชื่อว่าผู้ประกอบการนั้นก็สามารถที่จะรับได้ ส่วนประเด็นที่ว่าปรับค่าแรงขึ้น ของแพงขึ้นเป็นเรื่องจิตวิทยา เพราะต้นทุนค่าแรงของกลุ่มแรงงานนั้น ไม่ได้เป็นต้นทุนทั้งหมดของผู้ประกอบการ”

ปัจจุบัน ผู้ประกอบการไทยมีคู่แข่งมาก โดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามเกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด ผู้ประกอบการขนาดใหญ่จะยังไม่มีการขยับหรือย้ายฐานการผลิต แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยเอื้อหนุนและเป็นแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการไทยอย่างมากในขณะนี้คือเรื่องภาษี จุดนี้เป็นสิ่งสถานประกอบการขนาดใหญ่ ได้ตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปแล้วก่อนที่จะมีการประกาศปรับขึ้นค่าแรง ดังนั้นตอนนี้ผู้ประกอบการไทยมีการปรับการดำเนินธุรกิจ คือเน้นไปที่การใช้เครื่องจักรแทนกำลังคน ทำให้ต้นทุนแรงงานเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจในภาพรวม

ทั้งนี้ หากย้อนดูการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ เมื่อปี 2556 สมัยรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งใหญ่ นั่นคือ นโยบายค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน โดยมีผลบังคับใช้ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ จนกระทั่ง เดือน พ.ย. 2559 มีการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งเริ่มมีผลต้นเดือน ม.ค. 2560 ในอัตรา 5-10 บาท ใน 69 จังหวัด ส่งผลค่าจ้างใหม่ขยับเป็น 305-310 บาท ส่วน 8 จังหวัด ยังให้คงอัตรา 300 เท่าเดิม

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราค่าจ้าง อาจเป็นเพียงหนทางการช่วยแรงงานที่มีรายได้ต่ำ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และไม่ให้ถูกนายจ้างปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม หรือจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าที่ควรจะได้รับ ส่วนจะเคาะหรือไม่ ต้องลุ้นในวันที่ 17 ม.ค.นี้ แต่สิ่งสำคัญที่แรงงานต้องรู้ คือประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 เป็นยุคที่ ‘หุ่นยนต์และนวัตกรรม’ กำลังก้าวเข้ามาแทนที่ ‘แรงงานคน’ สิ่งนี้อาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มแรงงานได้ในอนาคต.

'การปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ' เปรียบเสมือนเครื่องมือในการปกป้องแรงงาน ไม่ให้ถูกนายจ้างเอาเปรียบ ขณะที่เรื่องนี้ ยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจน ส่งผลให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานต้องรอลุ้น ว่าจะเคาะหรือยื้อต่อ.. 15 ม.ค. 2561 20:34 16 ม.ค. 2561 01:23 ไทยรัฐ


advertisement