วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สะท้อนวิกฤติครูไทยในถิ่นทุรกันดารปมที่รอการสังคายนา

หมดเวลาซุกปัญหาใต่พรม

16 มกราคม “วันครู”

วันที่ทุกคนจะได้ระลึกถึงพระคุณครู และร่วมแสดงมุทิตาจิตต่อผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้ตั้งแต่วัยเยาว์จวบจนถึงเติบใหญ่

ปีนี้คณะกรรมการจัดงานวันครู ได้กำหนดแก่นสาระของการจัดงานว่า “เฉลิมรัชสมัย ครูไทยพัฒนา” โดยจะเน้นกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่10

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญวันครูว่า “ศิษย์ดี ก็ด้วยครูดี มีศรัทธา”

ในโอกาสวันครูเวียนมาบรรจบอีกครั้งในปีนี้ “ทีมการศึกษา” ขอทำหน้าที่สะท้อนสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับบรรดา “แม่พิมพ์” ของชาติในยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าเขาทุรกันดาร หรือแม้แต่ตามเกาะแก่งต่างๆ ที่ฝังรากลึกมายาวนาน

และแม้ที่ผ่านมาแทบทุกรัฐบาลจะมีนโยบายในการแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่สามารถคลายปมปัญหาที่เกิดขึ้นได้

เริ่มกันที่ เรื่องการสอบครูผู้ช่วย แม้ในพื้นที่จะต้องการคนในท้องถิ่นด้วยกันเข้ามาเป็นครู แต่ความเป็นไปได้นั้นมีเพียงริบหรี่ เพราะคนพื้นถิ่น โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารนั้น มักไม่ค่อยนิยมที่จะเรียนระดับสูง และเท่าที่มีเรียนอยู่ก็น้อยนิดจึงสอบสู้กับคนต่างถิ่นไม่ค่อยได้

เมื่อคนต่างถิ่นสอบได้ บรรจุแต่งตั้งเข้ามาจึงมักอยู่ได้ไม่นานก็จะขอย้ายออกไปเพราะสู้ความยากลำบาก และทนคิดถึงบ้านไม่ไหว

ยิ่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายครูคืนถิ่นในช่วงที่ผ่านมา กลับยิ่งทำให้ครูต่างถิ่นต่างตบเท้าขอย้ายกลับภูมิลำเนากันเกือบหมด ซ้ำเติมปัญหาให้กับโรงเรียนขนาดเล็กในถิ่นทุรกันดาร

ทำให้มีข้อเสนอจากคนในพื้นที่ทุรกันดารตามมาขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดสอบครูผู้ช่วย พิจารณาหลักเกณฑ์การสอบครูผู้ช่วยเฉพาะพื้นที่ ไม่ใช่มีหลักเกณฑ์เดียวแต่ใช้เหมือนกันทุกพื้นที่เหมือนในปัจจุบัน

ตามมาติดๆ ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นกับบรรดาแม่พิมพ์มาอย่างต่อเนื่อง แม้ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลจะพยายามหาหนทางแก้ไข แต่ก็เหมือน “วัวพันหลัก” ที่คลายปมไม่ออกสักที

และยิ่งเป็นครูในถิ่นทุรกันดารแล้ว เมื่อมองลึกลงไปยังพบว่าปัญหาหนี้สินนอกจากจะเกิดจากใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวแล้ว ครูบางคนยังต้องเจียดเงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือนมาใช้จ่ายในการดูแลเด็กนักเรียนที่ฐานะทางบ้านยากจน ทั้งเรื่องครุภัณฑ์ที่จะใช้ในการเรียนการสอน และอาหารกลางวัน เพราะโรงเรียนได้รับงบประมาณรายหัวน้อยนิด เนื่องจากมีนักเรียนเพียงไม่กี่คนเมื่อเทียบกับโรงเรียนอื่นๆทั่วไปในพื้นราบ

แม้จะไม่ใช่หน้าที่ที่ครูจะต้องจ่าย แต่ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู จึงไม่พ้นที่จะหยิบยื่น และหยิบยืมเงินจากกระเป๋าตัวเองมาใช้จ่าย โดยหวังจะเห็นอนาคตที่ดีของลูกศิษย์

เมื่อปัจจัยต่างๆในการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนของครูในโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ป่าเขาทุรกันดารมีมากมาย การจะให้คุณครูในโรงเรียนเหล่านี้ทำ วิทยฐานะเพื่อพัฒนาตนเอง ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้ปฏิบัติเหมือนกันหมดก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ยาก

เพราะนอกจากครูจะต้องทำภารกิจหลักในการจัดการเรียนการสอนให้กับลูกศิษย์ทุกวิชาแทบทุกระดับชั้นที่จัดการเรียนการสอนในโรงเรียนแล้ว ยังต้องมาสาละวนอยู่กับภารกิจเสริมเรื่องอาหารกลางวันของนักเรียนอีกด้วย

ไหนจะเรื่องโรงเรียนขาดปัจจัยเกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภคที่จะใช้ในโรงเรียนทั้งเรื่องไฟฟ้า และระบบอินเตอร์เน็ตด้วยแล้ว ความเหลื่อมล้ำเหล่านี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อการทำผลงานเพื่อรับการประเมินวิทยฐานะ

หันไปมองกลุ่มผู้บริหารซึ่งส่วนใหญ่ผ่านการเป็นครูมาก่อน ก็พบว่าบรรดาผู้บริหารโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารในป่าเขาสูงก็ประสบปัญหาที่หนักหนาไม่แตกต่างจากแม่พิมพ์

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 พื้นที่ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารเป็นจำนวนมาก การเดินทางไปโรงเรียนแต่ละแห่งต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง บางแห่งต้องนั่งรถขึ้นเขาลงห้วย แถมยังต้องต่อด้วยการนั่งเรือจึงจะเข้าถึงโรงเรียน พบว่าตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน 13 ปีเศษ เพียงช่วงระยะ 7 ปีเศษ มี ผอ.เขตพื้นที่ฯเข้ามานั่งบริหารในตำแหน่งถึง 6 คน ซ้ำร้ายไปกว่านั้นที่เหลืออีก 6 ปี ล้วนเป็นรอง ผอ.เขตพื้นที่ฯที่ต้องนั่งรักษาการ

และยังน่าตกใจขึ้นไปอีกก็คือ มีการแต่งตั้ง ผอ.เขตพื้นที่ฯตอนเช้า ตกบ่ายก็มีคำสั่งย้าย จนกลายเป็นเสียงโจษขานกันว่า ผอ.เขตพื้นที่ฯรายชั่วโมง ปัจจุบัน รอง ผอ.เขตพื้นที่ฯ ก็ยังคงต้องรักษาการเรื่อยมา

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าการคัด ผอ.เขตพื้นที่ฯ ผอ.โรงเรียน และครู มักจะได้คนใจไม่สู้ อยู่ไม่ทน สวนทางกับโรงเรียนที่ต้องการคนมาสอนต่อเนื่อง และเป็นที่พึ่งของชุมชน

แน่นอนเมื่อใจไม่สู้ก็จะเกิดความเบื่อหน่ายและขอย้ายจนกลายเป็นปัญหาโรงเรียนขาดผู้บริหาร ขาดครูผู้สอน กระทบถึงคุณภาพของเด็กนักเรียนในที่สุด

ด้วยสารพัดปัญหาที่เกิดขึ้นนี้เองทำให้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นำโดย นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ต้องจัดโปรแกรมนำ คณะกรรมการ กพฐ. ผู้ที่กำกับนโยบายในการขับเคลื่อนงานของ สพฐ. ที่มี นายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ เป็นประธาน ลงพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารมากมาย เพื่อไปรับฟังและดูให้เห็นกับตาถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับครู ผู้บริหาร และโรงเรียน

“ทีมการศึกษา” เชื่อว่าหลากหลายปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เกิดปัญหาเฉพาะ สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 2 แต่มีอีกหลายพื้นที่ของประเทศไทยที่ประสบปัญหาเฉกเช่นเดียวกับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนกลายเป็นผลกระทบต่อครูและที่สุดส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของเด็กนักเรียน

แม้ปัญหาเหล่านี้จะถูกหมักหมมมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน แต่อย่างน้อยการที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ลงไปรับรู้ปัญหาถึงในพื้นที่และเตรียมขยับขับเคลื่อนสะสางปัญหา ก็น่าจะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้บริหาร ครู และนักเรียนในพื้นที่ได้ไม่น้อย

ในโอกาสวันครูปีนี้ “ทีมการศึกษา” ได้แต่หวังว่าคงถึงเวลาแล้วที่เหล่าบรรดาแม่ทัพนายกองของ สพฐ.จะได้ลงมือสะสางปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงๆจังๆ

คืนพลังและจิตวิญญาณให้แม่พิมพ์ในถิ่นทุรกันดารเสียที.

ทีมการศึกษา

16 มกราคม “วันครู” วันที่ทุกคนจะได้ระลึกถึงพระคุณครู และร่วมแสดงมุทิตาจิตต่อผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้ตั้งแต่วัยเยาว์จวบจนถึงเติบใหญ่ 15 ม.ค. 2561 19:22 15 ม.ค. 2561 19:23 ไทยรัฐ