วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีชั่วสุดขีด! เปิดใจสาวไทยคุมซ่องเจ้าพ่อยากูซ่า จับฉีดยา ตบหน้า ซ้อมปางตาย

“เขาโกรธที่เราหนี ทั้งตบ ตี กระทืบ เอาที่เขี่ยบุหรี่ตบหน้าจนฟันหัก เลือดเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างกาย รู้สึกเลยว่าวินาทีใกล้ตายมันเป็นยังไง...” มาโกะ อดีตแม่เล้าในสังกัดเจ้าพ่อยากูซ่า

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เปิดประสบการณ์ของหญิงไทยที่เคยเข้าไปคลุกคลีกับวงการยากูซ่ามานาน 2 ปี โดยในวันนี้เธอขอเล่าอย่างหมดเปลือกถึงช่วงเวลาอันเลวร้ายแสนสาหัสที่ต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าไปอยู่ในยามากุชิ-กุมิ แก๊งยากูซ่าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมกับการถูกเลี้ยงดูปูเสื่อ ดั่งนกน้อยในกรงทอง แต่เมื่อใดคิดหนี นั่นหมายถึง ความตาย!

เฉียดถูกฆ่าด้วยผงขาว...เปิดประสบการณ์รอดตายครั้งแรกแดนซามูไร

ย้อนไปเกือบ 20 ปีก่อน ‘มาโกะ’ สาวไทยหน้าตาบ้านๆ ตัวเล็ก ในวัยแรกแย้ม เดินทางไปอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นได้ 3 เดือน โดยมีเพื่อนสาวชาวไทยเกิดปิ๊งรักกับหนุ่มยุ่น ซึ่งเป็นสมาชิกยากูซ่าแก๊งหนึ่งในเมืองนากาโน่ จนได้อาศัยอยู่ร่วมกัน แต่แล้วเพื่อนสาวเกิดเบื่อและต้องการจะหนีแฟนหนุ่มไปอยู่ที่อื่น จึงชวนเธอหนีไปจนถึงสถานีรถไฟเอกิ ปรากฏว่า โดนตามมาตบกระชากทุบตีกลางสถานีรถไฟที่มีตำรวจในเครื่องแบบอยู่ไม่ไกล แต่กลับไม่ช่วยเหลือสองสาวไทยใดๆ ทั้งสิ้น

“เราจำได้ว่า หลังจากนั้นถูกจับขังอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมห้องหนึ่ง เห็นแฟนเพื่อนเปิดกล่องกำมะหยี่ออกมา ภายในบรรจุเฮโรอีน เข็มฉีดยา เพื่อเตรียมจะฉีดผงขาวให้เราจนน็อกตาย แต่มีโทรศัพท์โทรเข้ามาก่อน ก็เลยออกไป และสั่งให้ลูกน้องเฝ้าเราไว้ บังเอิญลูกน้องหลับ เราก็เลยสบโอกาสหาทางหนีออกจากตรงนั้นมาได้ พอหนีมาได้รอบนี้เราก็นั่งรถไฟไปอยู่โตเกียว แล้วไปทำงานนั่งตู้ในร้านแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเจ้าของเป็นชาวไต้หวัน”

ตกกระไดพลอยโจน รับใช้เจ้าพ่อยากูซ่าไม่รู้ตัว

วันหนึ่งมีชายแดนซามูไร รูปร่างเล็ก ใส่สูท ดูภูมิฐาน วัยใกล้เกษียณ เดินเข้ามาในร้าน ขณะที่สาวไทยนั่งก้มหน้า ไม่ได้สนใจรับแขกสักเท่าไร แต่แล้วจู่ๆ ชายคนนี้กลับชี้มาที่เธอ พร้อมหันไปบอกมาม่าซังว่า “เอาคนนี้” เธอแปลกใจว่าทำไมเขาถึงเลือกเธอ ทั้งๆ ที่หน้าตาเธอไม่สะสวยเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ เธอเดินตามแขกอายุคราวพ่อออกมาจากร้านเพื่อมาขึ้นรถ แต่...เขาไม่ได้พาเธอไปที่โรงแรม แต่กลับเป็นค็อกเทลเลาจ์ร้านหนึ่งในย่านชินจูกุ

“เธอมาทำงานร้านฉันไหม เธออยากเป็นมาม่าซังไหม?” ชายภูมิฐานกล่าวถามสาวชาวไทย

เธอคิดในใจว่า น่าจะดี เพราะจะได้ไม่ต้องนั่งตู้ ขายบริการ รวมทั้งยังมีเงินเดือนให้ เลยตอบตกลงไป แต่หารู้ไม่ว่าชีวิตของเธอนับจากวันนั้นได้เปลี่ยนไปจนยากที่จะลืม

“งั้นเดี๋ยวไปเก็บเสื้อผ้ามาเลย มาอยู่กับฉัน” ชายหนุ่มแสดงท่าทีใจร้อน

“ไม่ได้ เดี๋ยวต้องไปปรึกษาเพื่อนก่อน” สาวไทยกล่าวต่อรอง

“ต้องได้!!!” เจ้าของน้ำเสียงกล่าวเชิงออกคำสั่ง

“ตอนนั้นเราเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่แล้ว ก็เลยกลับไปหามาม่าซัง บอกว่าเราไม่ไป เขาก็ตื่นตกใจใหญ่เลย บอกเราว่าไม่ได้นะ เธอต้องไป ถ้าเธอไม่ไปร้านฉันพังแน่! สุดท้ายแล้วเขาบอกว่า ชายคนนั้นชื่อว่า นากายาม่า เป็นหัวหน้าสำนักยามากุชิ แก๊งยากูซ่าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ถ้าเราไม่ไปอยู่กับเขา นากายาม่าพังร้านนี้แน่ และสามีของมาม่าซังก็เป็นลูกน้องของนากายาม่าด้วย”

ในตอนแรกเธอยอมรับว่า ไม่รู้ว่าเหตุผลใดที่ทำให้ ‘ไอ้ป๊า’ คำที่เธอใช้เรียกแทนหัวหน้าสำนักแก๊งยากูซ่าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เลือกเธอมาทำงานในไนท์คลับของเขา ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ภายหลังก็เริ่มเข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร...

“หน้าที่ของเราคือ การคุมค็อกเทลเลาจ์ หาผู้หญิงไทยมาทำงาน เพราะส่วนใหญ่เขาชอบผู้หญิงไทย ไม่ใช่เฉพาะยากูซ่านะ แต่รวมไปถึงคนญี่ปุ่นด้วย ซึ่งที่ญี่ปุ่นจะมีสาวจีน โคลอมเบีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เกาหลี ที่ไปขายบริการอยู่ และจะชอบผู้หญิงไทยมากกว่า เพราะดูแล เทคแคร์ ยิ้มสวย เอาใจเก่ง ผิวสีแทน

เราก็ไปหาผู้หญิงเหล่านี้จากกลุ่มที่ยืนจับแขก หรือเดินซอย เอามาทำงานร้านไอ้ป๊าให้มากที่สุด ซึ่งถ้าไปยืนจับแขกก็ต้องเสียค่าคุ้มครองให้ยากูซ่าที่เก็บค่าส่วย 5,000 เยนต่อวัน ไม่ว่าเราจะได้แขกหรือไม่ได้ก็ตาม เราต้องเสียค่าคุ้มครองให้ยากูซ่า

แต่มาทำร้านไอ้ป๊า จะถูกหักค่าหัวคิวแทน เช่น ค่าตัว 20,000 เยน เก็บแขก 25,000 เยน หักให้กับไอ้ป๊า 5,000 เยน ถ้าไม่ได้แขกก็ไม่ต้องหัก ที่สำคัญคือ เวลาขึ้นห้องหากถูกแขกตบตีไม่มีใครช่วยเรา เพราะพวกนี้มันมาเก็บค่าคุ้มครองแล้วก็ไป แต่ถ้าอยู่ในร้านไอ้ป๊า แขกมีปัญหา เราโทรเรียกไอ้ป๊ามาช่วย เขาจะจัดการดูแลเราทุกอย่าง”

ชีวิตนกน้อยในกรงทอง...เปย์หนัก ยกย่อง เลี้ยงดูเหมือนลูก

มาโกะ เล่าถึงช่วงชีวิตตอนนั้นว่า นากายาม่าเคยพาเข้าไปในสำนักยามากุชิ เมื่อเดินผ่านกลุ่มลูกน้อง ทุกคนต่างโค้งคำนับเธอกันสุดตัว หรือเวลาไปไหนมาไหนกับเจ้าพ่อคนนี้ในย่านชินจูกุ จะมียากูซ่ายืนกันเป็นจุดๆ ซึ่งคนปกติจะไม่รู้ว่าเป็นยากูซ่า พอเห็นนากายาม่าเดินมาจะทำความเคารพทันที ส่วนเธอที่เดินตามหลังมา พวกเขาจะทักทายว่า ‘ไฮ! โอโจ้ซัง’

เธอยังบอกด้วยว่า “ตอนนั้นเรารู้สึกเท่มาก ดูตัวใหญ่ไปเลย เหมือนได้รับการยกย่องจากพวกเขา”

มาโกะ เล่าต่อว่า เคยมีปัญหากับผู้หญิงไทยคนหนึ่ง จึงไปเล่าให้นากายาม่าฟัง จากนั้นยากูซ่ารายนี้บุกไปถึงตัวผู้หญิงที่มีเรื่องกับเธอ ก่อนถามว่า สามีเป็นใคร เมื่อได้รับคำตอบก็ตบเข้าไปที่หน้าหญิงโชคร้ายคนนั้น ผัวะ!!! พร้อมพูดว่า ‘ห้ามมายุ่งกับผู้หญิงของฉันอีก’

นอกจากนี้ ความทุ่มเทที่สุดที่เธอเคยได้รับจากแก๊งยากูซ่า คือ การให้อยู่อพาร์ตเมนต์ Lion Mansion ซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์ที่มีครบทุกอย่าง หรูหรา และมีราคาแพงมาก จากที่เมื่อก่อนชีวิตสาวไทยที่เร่ร่อนหากินในญี่ปุ่น ต้องเช่าห้องนอนรวมกัน 5 คน จนวันนี้ชีวิตเธอก็สุขสบายมากขึ้น

“เวลาเราขอยืมเงินไปซื้อของ เขาก็ให้นะ เราเคยบอกว่า ‘ป๊า ขอยืมเงินซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์หน่อย’ เขาก็จะให้เลย ไม่ต้องเอามาคืน แต่ต้องมีเงื่อนไขในการให้ ซึ่งส่วนใหญ่เงื่อนไขจะห้ามไปเที่ยว ห้ามไปเล่นการพนัน ถามว่าทำไมถึงห้าม เพราะเขาอยากให้เราดูแลร้าน ถ้าเราไม่อยู่ใครจะดูแล

และทั้งที่ไอ้ป๊าขายยา แต่เขาจะไม่ให้เราเสพ แตกต่างจากผู้หญิงไทยคนอื่นๆ ที่ไอ้ป๊าพาขึ้นไปออฟเสร็จก็บังคับให้เสพยา แต่กับเราเขาจะไม่ให้ยุ่ง และก็ไม่เคยลวนลาม ไม่แตะต้องเราเลย”

หนี = ตาย แก๊งยากูซ่า เข้าแล้วออกไม่ได้!

เธอยอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า แม้ยากูซ่าจะมีเงินเยอะ ยิ่งใหญ่ ดูแลเป็นอย่างดี แต่เธอกลับไม่มีความสุข กลายเป็นว่าเธอถูกจับตาทุกฝีก้าว ต้องทำงานรับใช้เจ้าพ่อ เลิกงานก็ต้องกลับบ้าน ไปเที่ยวเล่นไม่ได้ จนวันหนึ่งเธอคิด “หนี”

“วันนั้นเราเก็บเสื้อผ้าจะหนี เดินลงมาข้างล่างอพาร์ตเมนต์แล้ว ปรากฏว่าไอ้ป๊ามาพอดี ก็ดึงเราขึ้นรถไปที่ร้าน พอถึงร้านก็กระทืบๆ เขาโกรธที่เราหนี ทั้งตบ ตี เอาที่เขี่ยบุหรี่ตบหน้าจนฟันหัก เลือดเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างกาย รู้สึกเลยว่าวินาทีใกล้ตายมันเป็นยังไง ขนาดเพื่อนคนไทยที่อยู่ในร้านก็เข้ามาช่วยเรา คุกเข่าขอร้องโกเมนนาไซ ก็โดนถีบหงายหลังไปเลย เรื่องนี้ทุกคนห้ามยุ่ง

หลังจากนั้นเราก็รู้สึกว่า มีคนหิ้วปีกเราขึ้นรถ แต่ยังพอมีสติว่าเป็นไอ้ป๊ากับลูกน้อง ตอนแรกคิดว่า เขาจะเอาเราไปทิ้งลงเขา เหมือนที่แก๊งพวกนี้เขาทำกับคนอื่น ฆ่าเหมือนหมูเหมือนหมา แต่ปรากฏว่าพาเราไปที่คลินิกแห่งหนึ่ง แล้วให้หมอรักษาเรา ให้เลือด ให้น้ำเกลือ แล้วสั่งกับหมอคนนั้น บอกว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าจะมารับเรา ห้ามบอกตำรวจ และห้ามปล่อยผู้หญิงคนนี้ไป ได้ยินหมดว่าเขาพูดอะไร

พอเช้าไอ้ป๊าก็มารับเรากลับไปที่อพาร์ตเมนต์เดิม เขาก็เข้ามากอดเรา บอกว่า ทีหลังอย่าทำแบบนี้ อย่าหนีไปนะ ฉันรักเธอมาก หลังจากนั้น เขาก็พาเราไปทำหน้า ทำฟันเถื่อนด้วย เพราะเราไม่มีวีซ่า โดยเอาบัตรของภรรยาชาวเกาหลี ปลอมให้เป็นชื่อเรา เพื่อพาเราไปรักษา”

และทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติ กระทั่ง 2 ปีผ่านไป…

“วันที่ฉันเป็นอิสระ..”

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง...วันที่มาโกะจะได้รับการปลดปล่อยจากพันธนาการ เป็นวันเดียวกับที่นากายาม่า ยากูซ่าใหญ่ย่านชินจูกุ ถูกตำรวจรวบตัว หลังไปก่อคดีฆ่าคนตายและมีหลักฐานสาวถึงตัวอย่างแน่นหนา  

“เธอกลับบ้านไปนะ กลับบ้านไป ฉันประกันตัวมา 24 ชม. เธอต้องรีบกลับเมืองไทยไปเลยนะ ปะป๊าจะต้องไปติดคุกเป็นสิบปี เธออยู่นี่ไม่ได้แล้วนะ” ไอ้ป๊า บอกกับลูกสาวต่างสายเลือด

มาโกะ เล่าถึงเหตุการณ์วันนั้นว่า…“วันที่ไอ้ป๊าโดนจับเป็นวันที่ฉุกละหุกมาก ก่อนหน้านี้ไอ้ป๊าสั่งลูกน้องให้ไปฆ่าคน แต่ทำไม่สำเร็จก็เลยลงมือทำเอง และเขาก็รักเรา ไม่อยากให้เราค้าบริการ เร่ร่อนอยู่ที่ญี่ปุ่น เพราะต่อจากนี้เขาไม่สามารถดูแลเราได้แล้ว ก็เลยให้เงินเรามาประมาณ 3 แสนกว่าบาท และพาไปปล่อยแถวสถานทูตไทย ก่อนจะขับรถไปมอบตัว ส่วนตัวเขาเองไม่ยอมหนีไปไหน ก็เลยติดคุกประมาณ 10 ปี คาดว่าป่านนี้น่าจะออกมาแล้ว”

สุดท้ายแล้ว เธอตัดสินใจทำมาหากินอยู่ที่ญี่ปุ่นต่อจน 6 ปี จึงกลับเมืองไทย

“ระหว่างที่ไม่มียากูซ่ามาคอยดูแล ความรู้สึกเราเปลี่ยนไปเยอะนะ มีความสุขกว่า เพราะตอนนั้นเราไม่รู้ว่าเราจะตายเมื่อไหร่ เราไม่รู้ว่ามันจะหักหลังเราตอนไหน ซึ่งเรากลัวมาก ทุกวันนี้ก็ยังกลัวอยู่ แต่ก็รู้ว่าเขารักเรา ถ้าจะหนีต้องหนีไปให้ไกล และแก๊งยามากุชิใหญ่มาก ถ้าจะเช็กขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่ยาก หรือถ้าจะหนีไปอยู่กับแก๊งอื่น เราก็ต้องไปเป็นทาสเขาอีก ทางที่ดีที่สุดคือ อย่าเข้าไปยุ่งกับคนพวกนี้เด็ดขาด ซึ่งถ้าตอนนั้นย้อนเวลาได้ เราก็คงไม่อยากจะรู้จักกับเขา เพราะมันทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันลืม...”

เล่าถึงเพื่อน..สาวไทยชอบเป็นผู้หญิงของยากูซ่า

มาโกะ ยังเล่าไปถึงเพื่อนชาวไทยของเธอด้วยว่า เพื่อนของเธอเคยไปให้บริการกับยากูซ่าคนหนึ่ง และเกิดชอบพอกันขึ้นมา จึงตัดสินใจใช้ชีวิตสามีภรรยากัน และเลิกขายบริการ แต่ไปเป็นแม่เล้าแทน โดยมีสามีที่เป็นยากูซ่าคอยคุ้มครอง พร้อมกับตัวเธอนั้นก็ไปสักเหมือนกันที่สามีตัวเองทำเช่นกัน

“เพื่อนเราดูเขามีความสุข เขาชอบ เขาคุมร้านของเขา ไม่กลัวใคร เพราะมีสามีเป็นยากูซ่า ใครก็ไม่กล้ามายุ่ง ตำรวจก็ไม่มายุ่ง นักเลงขาใหญ่ก็ไม่กล้ามาโวยวายในร้าน

และมีผู้หญิงไทยในญี่ปุ่นเยอะแยะมากมายที่ชอบที่จะมีสามีเป็นยากูซ่า ส่วนมากจะเป็นผู้หญิงแรงๆ มั่นใจ เก๋าๆ และยากูซ่าก็จะชอบผู้หญิงที่ก๋ากั่น แสบๆ ถึงจะอยู่ด้วยกันได้ แต่เชื่อไหมว่า บางคนก็ไม่รู้หรอกว่าสามียากูซ่าเป็นแค่ลูกน้องปลายแถว”

จริงหรือไม่? ว่ากันว่า...หนุ่มยุ่นขึ้นชื่อเรื่องข่มเหงผู้หญิง

มาโกะ อธิบายถึงข้อสงสัยนี้ว่า “ไม่จริงหรอกค่ะ ผู้ชายญี่ปุ่นก็เหมือนผู้ชายทั่วไปที่บางคนอาจจะชอบซาดิสต์ อารมณ์รุนแรง เราเจอคำถามนี้มาหลายครั้งแล้ว เพียงแต่เราไปกับยากูซ่าแล้วเราเคยโดนกระทำความรุนแรง เพราะพวกนี้จิตวิปริต แต่คนปกติทั่วไปไม่มีหรอก และด้วยว่า อุปกรณ์การร่วมเพศของเขาเยอะมาก มันก็กลายเป็นเรื่องเซ็กซ์ฟรีเดย์มาก คนก็เลยมองภาพแบบนั้น

แต่ก็มีสาวไทยไปค้าบริการ โดนลูกค้าฉีดผงขาวให้ ถ้าไม่ยอมก็โดนตบ ตี ซ้อม ซึ่งตัวเราเองก็เคยโดนฉีดผงมา เกือบน็อกเข้าเส้นตาย จิตใจพวกเขาเถื่อนมาก

และมีผู้หญิงไทยโดนฆ่าทิ้งในญี่ปุ่นเยอะมาก ฆ่าแล้วโยนศพทิ้งลงเขา เพราะผู้หญิงเหล่านี้ไม่มีพาสปอร์ต ไม่มีวีซ่า เข้าเมืองผิดกฎหมาย เราเคยมีเพื่อนคนไทยหายไป บ้านไม่กลับ ได้รับข่าวในเมืองไทยเยอะมาก พ่อแม่ถามหาว่า เจอลูกสาวเขาบ้างไหม ไม่ติดต่อกลับมาเลย ทั้งที่ปกติเคยโทรหาพ่อแม่ ตำรวจก็ไม่ได้จับ ถ้าจับก็เช็กได้ไม่ยากว่าอยู่ที่กองตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่น (นิวกัง) หรือเปล่า แต่นี่ไม่มีโดนจับ กระทั่งเวลาผ่านไปหลายปีก็ไม่เคยติดต่อกลับมาบ้านเลย ถึงได้รู้ว่าโดนฆ่าทิ้ง”

สำหรับในตอนหน้าจะไปทำความรู้จักกับแก๊งยากูซ่าในญี่ปุ่น ว่ามีกี่แก๊ง แก๊งไหนใหญ่สุด เข้าไปแล้วออกยากจริงหรือไม่ ติดตามต่อได้ในวันพรุ่งนี้...


ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กร่าง โหด เถื่อน! เบื้องหลังแก๊งยากูซ่า อิทธิพลมืด ส่งสาวไทยขุดทองญี่ปุ่น

“เขาโกรธที่เราหนี ทั้งตบ ตี กระทืบ เอาที่เขี่ยบุหรี่ตบหน้าจนฟันหัก เลือดเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างกาย รู้สึกเลยว่าวินาทีใกล้ตายมันเป็นยังไง...” มาโกะ อดีตแม่เล้าในสังกัดเจ้าพ่อยากูซ่า 15 ม.ค. 2561 11:49 ไทยรัฐ