วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประชาธิปไตยแบบไทยนิยม


มิติการเมือง ชิงอำนาจใหม่

“ประชาธิปไตยไทยนิยม” เป็นคำจำกัดความในความหมาย ทางการเมืองไทยที่จะต้องออกเป็นสูตรสำเร็จแบบนี้

หรือพูดให้กระชับก็ต้องเรียกว่าประชาธิปไตยแบบไทยๆ...ว่างั้นเถอะ

นั่นคือประชาธิปไตยในแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรียกขานและเห็นว่าเหมาะสมกับประเทศ

ใครจะมองอย่างไรนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ความหมายนี้หากถอดสมการออกมา คงต้องไล่ขึ้นไปตั้งแต่การเขียนรัฐธรรมนูญ กฎหมายลูกที่มีการเปลี่ยนแปลงกลไกต่างๆค่อนข้างมาก

ทั้งการเลือกตั้ง พรรคการเมือง นักการเมือง กติกาการลงคะแนนเสียง ผลของคะแนนเสียงที่จะออกด้วยบทสรุป

คือเป็นแบบจัดสรรปันส่วนที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมมากขึ้น เป็นระบบผสมผสานที่ทุกคะแนนเสียงมีค่ายิ่ง

ลงเอยก็คือทำให้พรรคการเมืองไม่โตเกินไป เป็นรัฐบาลผสม ไม่ใช่พรรคเดียวครองอำนาจทั้งหมด

มี ส.ว.ที่มีจากการแต่งตั้ง 250 คน ด้วยวาระ 5 ปีกำหนดไว้ในบทเฉพาะกาล นายกฯมาจากคนนอกได้ หากคนในเลือกกันเองไม่ได้

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นตัวกำหนดทิศทางประเทศ โดยมีผู้นำทหาร 3 เหล่าทัพ ปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ตร. ผบ.สส. เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

เอาแค่สรุปๆอย่างที่เรียกว่าประชาธิปไตยนิยมที่มีองค์ประกอบดังที่กล่าวมาแล้ว และน่าจะทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้าได้

แต่ถ้าจะพูดให้ชัดๆเข้าใจง่ายๆก็คือ “ประชาธิปไตยครึ่งใบ”

เพราะถ้าเต็มใบ ทุกฝ่ายจะไม่มีส่วนร่วม โดยเฉพาะฝ่ายทหาร เนื่องจากอำนาจจะไปตกอยู่ที่นักการเมืองเท่านั้น

ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้านแล้วก็ตีกันเอง...

เป็นความเข้าใจของผมเองนะครับ...ที่ พล.อ.ประยุทธ์เรียกขาน ระบบการเมืองตามที่มีองค์ประกอบดังที่กล่าวมาแล้ว

จึงไม่แปลกหากถอดรหัสนี้ออกมา การเมืองคือให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งใครจะเป็นนายกฯก็ต้องมีนักการเมืองให้การสนับสนุน

“เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์” เป็นพรรคการเมืองในระบบที่ชัดเจนอยู่ แต่ “คนนอก” ที่ประกาศตัวเป็นนักการเมือง แต่ยังไม่มีนักการเมืองให้การสนับสนุน ก็ต้องหาทางเพื่อให้มีทั้งพรรคการเมืองและนักการเมืองสนับสนุน

กรรมวิธีเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจึงเริ่มมีการดำเนินการมาเป็นระยะๆ ที่พอจะมองเห็นร่องรอยกันชัดมากยิ่งขึ้น

อีกด้านหนึ่งที่มีความจำเป็นสูงสุดก็คือ จะต้องได้รับการสนับสนุนจากประชาชน โดยเฉพาะประชาชนส่วนใหญ่ในระดับรากหญ้า

จึงต้องซื้อใจด้วยการช่วยรากหญ้า ลดเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปเกษตร

ล่าสุดก็คือการจัดงบประมาณจากงบประมาณกลางปี 2561 วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท เพื่อเป้าหมายในการปฏิรูปการเกษตร ส่งตรงไปยังกองทุนหมู่บ้าน ส่งเสริมการเที่ยวชุมชน

มีข้อแม้ว่า เงินดังกล่าวจะให้ชาวบ้านว่ากันเอง ห้ามข้าราชการเข้าไปยุ่ง แต่ทุกคนจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขด้วยการส่งเสริมให้ทุกคนมีอาชีพ ไม่ได้แจกให้ฟรีๆ

“ประชาธิปไตยไทยนิยม” วางบิลไปไกลก่อน “นักเลือกตั้ง” แล้ว.

“สายล่อฟ้า”

เป็นคำจำกัดความในความหมาย ทางการเมืองไทยที่จะต้องออกเป็นสูตรสำเร็จแบบนี้ 15 ม.ค. 2561 10:55 ไทยรัฐ