วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประกาศิตรอยสัก


ตำรวจชุดที่จับตัว นายชิเกฮาระ ฮิเรอิ ยากูซ่า อายุ 74 ปี หนีคดีฆ่าจากญี่ปุ่นมากบดานในเมืองไทยกว่าสิบปี...สีหน้าแววตายิ้มแย้มแจ่มใส

ดูข่าวคดีเครียดๆกันทุกวัน ผมว่านี่แหละคดีสีสัน อย่างน้อยก็เรียกรอยยิ้มตำรวจได้

สีสันแรกก็รอยสักหลายสี...จะว่าสักให้เหมือนเสื้อกั๊กก็ไม่ใช่ เพราะมีลวดลาย ไม่แน่ใจว่าเป็นมังกรหรือไม่ แต่มีดอกไม้สลับ เป็นพืดเหมือนผ้าคลุมไหล่ไปถึงข้อศอก เต็มหน้าอกไปถึงบั้นเอว

เสียดายตำรวจไม่ได้ขอให้ถอดกางเกง จะได้รู้ว่า จะมีรอยสักยาวไปถึงท่อนขาหรือเปล่า

ความรู้ได้จากที่ดูหนัง นี่เป็นรอยสักที่แสดงสัญลักษณ์ ยากูซ่าฝรั่งระดับหัวหน้า

สีสันต่อมา ข่าวหนังสือพิมพ์บางฉบับว่าเป็นหัวหน้ายากูซ่า แก๊งใหญ่ที่สุด...บางฉบับก็แค่หัวหน้าสาขา...แต่ฉบับที่แน่กว่า ก็คือ ข่าวจากโลกออนไลน์ ฟันธงไม่เกรงใจ ยากูซ่าระดับปลายแถว

ดูจากชีวิตความเป็นอยู่ เคยมีคนส่งเงินมาให้แค่หมื่น มีเมียคนไทย เมียทิ้ง เร่ออกมาพเนจร เป็นจับกังแบกข้าว รับจ้างทาสี แล้วก็มาอาศัยอยู่ข้างศาลเจ้า

คนมีจินตนาการ อ่านข่าวแล้วก็เสียน้ำใจ ลุ้นให้เป็นหัวหน้ายากูซ่าแก๊งใหญ่ มีสมาชิกตั้งสองแสน แต่วางแผนซ่อนตัวเร้นกายแยบยล...ใครจะนึก หัวหน้ายากูซ่าจะแปลงร่างเป็นจับกังได้

สีสันสุดท้าย...คุณยากูซ่าคนนี้ชอบถอดเสื้อโชว์รอยสักตอนเล่นหมากรุก ก็อย่างที่ผมว่า ตำรวจน่ะไม่ต้องเกณฑ์ชาวบ้านมาเพิ่มหรอก ผู้ช่วยจับผู้ร้ายมีเป็นตาสับปะรด มีคนถ่ายรูปลงออนไลน์

เสร็จตำรวจไทย ถึงมือตำรวจญี่ปุ่นก็เพราะรอยสัก สัญลักษณ์ยากูซ่า

อ่านข่าวยากูซ่าแล้ว ผมพยายามนึกธรรมเนียมการสักเต็มตัวอย่างนี้น่าจะเคยมีที่ไหนใกล้ตัวสักแห่ง...

เปิดหนังสือ 30 ชาติในเชียงราย คุณบุญช่วย ศรีสวัสดิ์ เล่าว่า ชายชาวเหนือชอบสักหมึกตั้งแต่ขาจนถึงคอ ตอนบั้นเอวลงไปถึงครึ่งขา มักจะสักดำมืดไปหมดเป็นรูปมอม เป็นรูปเต้น คล้ายเสือหรือสิงโตในนิยายปรัมปรา

คนรุ่นเก่าสักยาวลงไปถึงหัวเข่า แต่ตอนหลัง หน้าอกและแขน สักเป็นตัวหนังสือพื้นเมืองเหนือ รูปสัตว์ หรือเลขยันต์คาถาอาคม

การสักหมึกแบ่งเป็นหลายรุ่น รุ่นเก่าสักถึงหัวเข่าถึงน่อง เรียกว่า น้ำหมึกขายาว รุ่นเก่าน้อยกว่า สักเหนือเข่าขึ้นมา เรียกว่า น้ำหมึกขาก้อม

มีคำล้อว่า น้ำหมึกขายาว เอาแป้งฮาวผ้าอ้อม น้ำหมึกขาก้อม เอากล่อมแม่หญิงนอน แปลว่า น้ำหมึกขายาวเอาไว้เป็นราวตากผ้าเด็กอ่อน น้ำหมึกขาสั้นเอาไว้กล่อมผู้หญิงนอน

คนที่สักแบบนี้ถ้าแก้ผ้าอาบน้ำ ดูไกลๆเหมือนคนนุ่งกางเกงในสีดำนี่เอง จึงถูกเรียก “ลาวพุงดำ” ชาวเหนือไม่ชอบให้ใครเรียก “ลาว” อยากให้เรียก “คนเมือง”

คุณบุญช่วย ศรีสวัสดิ์ บอกว่า ชาวเหนือรุ่นใหม่ ไม่นิยมสักแล้ว ที่เห็นอยู่บ้างเป็นผู้เฒ่า ซึ่งท่านมักเล่าให้ลูกๆหลานๆฟังว่า คนรุ่นเก่าที่ชอบสักเต็มตัว เพราะเชื่อว่าจะอยู่ยงคงกระพัน

คนรุ่นใหม่ไม่นิยมสักเพราะความเชื่อเรื่องคงกระพันชาตรีลดลง อีกเหตุผล การสักกลายเป็นเครื่องหมายของนักเลงหัวไม้...ซึ่งต่อๆไปก็มักกลายเป็นโจรผู้ร้ายที่มักสักมาจากคุก

ผมเคยฟัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อภิปรายในสภา ท่านเปรียบเปรย คนใส่เสื้อแดง แขวนกระดิ่ง วิ่งราวกลางวัน เป็นพวกหัวขโมยปัญญาอ่อน กลัวชาวบ้านเขาไม่รู้

พวกเสื้อแดงแขวนกระดิ่ง คงพอเป็นพวกกับยากูซ่าโชว์รอยสัก เรียกให้ตำรวจมาจับ เพราะติดนิสัยชอบโชว์ โชว์แหวนเพชร โชว์นาฬิกา เหมือนๆกันนั่นแหละ.

กิเลน ประลองเชิง

สีสันแรกก็รอยสักหลายสี...จะว่าสักให้เหมือนเสื้อกั๊กก็ไม่ใช่ เพราะมีลวดลาย ไม่แน่ใจว่าเป็นมังกรหรือไม่ แต่มีดอกไม้สลับ ...