วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จังหวะไม่ดี

รัฐบาลเพิ่งเร่งรีบเซ็นสัญญาจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน มูลค่า 4,221 ล้านบาท อ้างว่าเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ชาว กทม.

แต่อุเหม่...ผ่านไปยังไม่ครบเดือน รัฐบาลแบะท่าจะขอขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก.เพิ่มอีก 2 บาทต่อเที่ยวต่อคน

และไหนๆจะขอขึ้นค่ารถเมล์ ขสมก.แล้ว จึงขอถือโอกาสขอขึ้นค่าโดยสารรถไฟ (รฟท.) ไปพร้อมกันซะเลย

เล่นเอาชาวบ้านร้องจ๊ากๆเป็นไก่ตรุษจีนไปตามๆกัน

“แม่ลูกจันทร์” กราบเรียนว่า ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคมซึ่งได้รับมอบหมายให้ไล่บี้แก้ปัญหาขาดทุนสะสม ขสมก. และ รฟท.

เป็นผู้ผลักดันแผนขึ้นค่าโดยสารรถเมล์—รถไฟ เพื่อแก้ปัญหาขาดทุน

ดร.ไพรินทร์ แถลงว่า เนื่องจากรถเมล์และรถไฟไม่ได้ปรับขึ้นค่าโดยสารมากว่า 20 ปี จึงมีความจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อลดภาระขาดทุนริดสีดวงบานเป็นกลีบมะไฟ

สำหรับค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก.จะปรับขึ้นไม่เกิน 30 เปอร์เซ็นต์

ส่วนค่ารถไฟจะปรับขึ้นเท่าใด ยังไม่ได้ ข้อยุติชัดเจน

โดยที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) จะพิจารณารอบสุดท้ายในวันศุกร์นี้ (19 ม.ค.) จากนั้น จะเสนอที่ประชุม ครม.ลงมติเห็นชอบต่อไป

“แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่า ผู้มีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หน.คสช.

ถ้า “นายกฯบิ๊กตู่” เห็นชอบข้อเสนอของ รมช.คมนาคม ผู้โดยสารรถเมล์—รถไฟ คงต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าโดยสารแพงขึ้นแน่นอน

อย่างไรก็ดี “แม่ลูกจันทร์” ยังเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงไม่ไฟเขียวให้ขึ้นค่าโดยสารรถเมล์—รถไฟในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งแน่นอน

เพราะสุ่มเสี่ยงที่รัฐบาลจะเสียคะแนนประชานิยมไปฟรีๆ

ฉะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ น่าจะสั่งชะลอแผนขึ้นค่าโดยสารรถเมล์—รถไฟไว้ก่อนชั่วคราว

รอให้การเลือกตั้งผ่านไป รอให้มี รัฐบาลใหม่ รอให้มีนายกฯคนใหม่ (หน้าเก่า) เสียก่อน แล้วค่อยนำกลับมาพิจารณาใหม่อีกที

เพราะเมื่อค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟ ไม่ได้ปรับขึ้นราคามากว่า 20 ปี ถ้าจะเลื่อนการขึ้นราคาไปอีกปีก็ยังไม่สายเกินเพล

ข้อสำคัญ...แม้ ครม.ไฟเขียวให้ขึ้นค่าโดยสารรถเมล์เพิ่มอีก 2 บาทต่อเที่ยวต่อคน ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาขาดทุนบักโกรก เห็นผลทันตา

เนื่องจากล่าสุด ขสมก.แบกหนี้สะสมบานทะโร่กว่าหนึ่งแสนล้านบาท

ไม่ต่างจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่แบกหนี้สะสมมากกว่า ขสมก.ด้วยซํ้าไป

ฉะนั้นต่อให้ขึ้นค่าโดยสารรถเมล์— รถไฟ เพิ่มอีกเท่าตัวก็ไม่สามารถแก้ปัญหาขาดทุนหมักหมมได้อย่างฉายหนังโฆษณา

“แม่ลูกจันทร์” ยํ้าว่ารถเมล์ ขสมก. และรถไฟ รฟท.ถือเป็นบริการขนส่งสาธารณะ ที่รัฐจัดให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยโดยตรง

จึงไม่ใช่ระบบขนส่งมวลชนที่หวัง ผลกำไร

ข้อสำคัญในสภาวะเศรษฐกิจแบบ “รวยกระจุก จนกระจาย” ในปัจจุบันการขึ้นค่าโดยสารรถเมล์—รถไฟ จะยิ่ง
เพิ่มภาระผู้มีรายได้น้อยต้องเดือดร้อนยิ่งกว่าเดิม

ทีนี้มาถึงปัญหาสำคัญ ถ้าไม่ขึ้นค่าโดยสารรถเมล์—รถไฟ จะแก้ปัญหาขาดทุนสะสมเป็นภูเขาเลากาได้อย่างไร??

ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดิน...รัฐบาลมีวิธีแก้ไขได้ 3 ประการ

1, ต้องปฏิรูปโครงสร้างองค์กรเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพ ป้องกันทุจริตรั่วไหลและลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น

2, ต้องจัดหารายได้จาก “ส่วนอื่น” ไปชดเชยภาระขาดทุนของ ขสมก. และ รฟท.

3, ต้องรอให้เศรษฐกิจรากหญ้าลืมตาอ้าปากได้เสียก่อน แล้วค่อยหักคอไก่ขึ้นค่ารถเมล์—รถไฟ 2 เด้งพร้อมกัน.

“แม่ลูกจันทร์”

รัฐบาลเพิ่งเร่งรีบเซ็นสัญญาจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน มูลค่า 4,221 ล้านบาท อ้างว่าเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ชาว กทม. 15 ม.ค. 2561 09:46 15 ม.ค. 2561 09:47 ไทยรัฐ