วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้องณิชา อยากขอบคุณบิ๊กแป๊ะ ยันเงิน 6 ล้านในบัญชี เป็นของครอบครัว

น้องณิชา เข้าขอบคุณตำรวจ หลังมีการล่าล็อกตัวผู้ต้องหาร่วมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ขโมยบัตร ปชช.ไปเปิดบัญชี ยืนยันเงิน 6 ล้านในบัญชี เป็นเงินส่วนตัว ได้มาจากครอบครัว ขณะที่ ตร.ยืนยัน ‘ปวีณา’ ถูกนำตัวมาสอบในฐานะผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่ผู้ต้องหา... 

เมื่อวันที่ 14 ม.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่มีคนร้ายนำบัตรประชาชนของ นางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ไปเปิดบัญชีธนาคารจำนวน 7 ธนาคาร รวม 9 บัญชี แล้วนำบัญชีต่างๆ ไปหลอกผู้เสียหายให้โอนเงินเข้าบัญชี ขณะนี้ตำรวจภูธรภาค 6 และตำรวจกองปราบปราม กำลังทำงานขนานกันไป ส่วนที่มีความคืบหน้าว่าเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วหลายรายนั้น

ขอยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการจับกุม แต่เรียกมาให้ปากคำในฐานะเป็นผู้ต้องสงสัยเท่านั้น ขอให้รอความชัดเจนในการขยายผล ผู้ถูกกล่าวหาจะตกอยู่ในสถานะใดก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน เหตุทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ ขณะที่ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง บอกว่า นางสาวปวีณา สิงหวิบูลย์ ที่ถูกนำตัวมาสอบปากคำนั้นให้ความร่วมมือกับตำรวจเป็นอย่างดี ขณะนี้อยู่ระหว่างสอบสวนเพื่อขยายผล

ขณะเดียวกัน นางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ได้เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อขอบคุณตำรวจและให้ข้อมูลเพิ่มเติม หลังมีกระแสข่าวว่าตำรวจเร่งสืบสวนจนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้สอบสวนได้แล้ว พร้อมกล่าวยืนยันว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นในการกระทำความผิด และถูกขโมยบัตรประชาชนไปเปิดบัญชี รวมทั้งนำไปลงทะเบียนเบอร์โทรศัพท์ 4 หมายเลข ย่านบางใหญ่

สำหรับบัตรประชาชน ยืนยันว่าทำหายทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรกปี 2557 และปี 2560 สองครั้ง และไปทำใหม่โดยที่ไม่ได้ไปแจ้งความ และเงินในบัญชีกว่า 6 ล้านบาทเป็นเงินของครอบครัวที่ได้มาจากการทำธุรกิจ เงินอยู่ในบัญชีตั้งแต่อายุ 18 ปี เฉลี่ยแล้วเป็นเงินหมุนเวียนในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา เดือนละ 1 แสนบาท ซึ่งปัจจุบันก็มีเงินเหลืออยู่ไม่มาก

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีส่วนรู้เห็นว่าร่วมกระทำความผิดกับกลุ่มผู้ต้องหานั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และขอให้รอผลการตรวจสอบจากตำรวจก่อน ซึ่งเชื่อว่าความจริงจะปรากฏ ที่ผ่านมาก็ให้ปากคำและข้อมูลการโทรศัพท์ รวมถึงบัญชีธนาคารกับตำรวจไปหมดแล้ว รวมทั้งไม่เคยติดต่อ หรือรู้จักส่วนตัวกับผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจคุมตัวมาสอบสวน

"ที่เคยมีการตั้งประเด็นว่า กลุ่มคนร้ายสามารถติดต่อหนูได้นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะหนูไม่รู้จักกลุ่มคนร้าย และมีเบอร์โทรศัพท์เพียงหมายเลขเดียว ที่ใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ ส่วนอีก 4 หมายเลข คนร้ายได้นำบัตรประชาชาที่ขโมยไป นำไปเปิดเบอร์โทรศัพท์จำนวน 4 หมายเลข และนำไปใช้หลอกลวงเหยื่อ ซึ่งหลังจากที่ทราบก็ไปยกเลิกการใช้งาน โดยมีหลักฐานการแจ้งความบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรบางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2560"

ทั้งนี้ น.ส.ณิชา ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ขอขอบคุณ พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน ทุกหน่วย รวมทั้งผู้หลักผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองปราบปราม ธนาคารทุกแห่งที่ให้ความร่วมมือในการมอบเอกสารหลักฐานต่างๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหากมีโอกาส ตนอยากจะไปพบท่านพลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา เพื่อกราบขอบคุณในความเมตตา ที่ท่านได้ให้ความห่วงใยในคดี และมอบหมายให้ทุกฝ่ายเข้ามาช่วยเหลือให้คลี่คลายได้สำเร็จ
     
ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คดีนี้มีการทำงานร่วมกันระหว่างกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 และกองปราบปราม ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในคดีนี้ แต่ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาให้ปากคำ ในจำนวนนี้มีชายต่างชาติที่ชื่อ ไซม่อน โดยที่ขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใด ส่วนนางสาวณิชา ขณะนี้ยังอยู่ในสถานะเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกงประชาชนของ สภ.บ้านตากอยู่ หลังจากตรวจสอบข้อมูล หรือการรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว จะเปลี่ยนเป็นสถานะใดนั้นต้องรอผลการสรุปของพนักงานสอบสวนก่อน
    
ขณะที่ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง ระบุว่า การสอบปากคำผู้ต้องสงสัย ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และให้การเป็นประโยชน์ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เพราะต้องรอการขยายผลสืบสวนหาผู้ร่วมกระทำความผิดก่อน

วันเดียวกันที่ พล.ต.ต.ปริญญา วิศิษฐฎากุล ผบก.ภ.จว.ตาก เปิดเผยว่า ชุดทำงานของ พ.ต.อ.ศักดิ์ดา สังขนิตย์ รอง ผบช.ภ.จว.ตาก พร้อมพนักงานสอบสวน และชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ ขอนพุดซา ผกก.สส.ภ.จว.ตาก หัวหน้าชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดตาก ได้ควบคุมการทำงานของตำรวจสืบสวนที่มี พ.ต.อ.ศิริพงศ์ ศรีทันฐ์ ผกก.สภ.บ้านตาก เป็นหัวหน้า ลงพื้นที่ธนาคารในกรุงเทพมหานคร 5 ธนาคาร ที่ น.ส.ณิชา อ้างว่าคนร้ายลักบัตรประจำตัวประชาชนไปเปิดบัญชี ซึ่งชุดสอบสวนได้สอบปากคำพนักงานธนาคารในวันเปิดบัญชี ที่คนร้ายนำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชามาเปิด โดยสอบสวนพนักงานเกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีทั้งหมด รวมถึงตรวจสอบภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดของธนาคารทุกแห่ง ว่าหญิงลักษณะอำพรางใบหน้าเป็นคนร้ายตัวจริงหรึอไม่ และที่สำคัญได้มีการตรวจสอบลายเซ็นของทุกบัญชีของ น.ส.ณิชากับของคนร้าย ว่าเป็นของใครกันแน่ จากนั้นหลักฐานทั้งหมดทางพนักงานสอบสวนจะส่งไปให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบ ซึ่งก็ต้องรออย่างเป็นทางการอีกครั้ง แต่พูดได้ว่าคดีใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว

ในส่วนของผู้ต้องสงสัยอีก 2 คน ที่ผู้เสียหายคือ นางกาสิณี ยะเมา ได้โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร นายขวัญ ทองน้อย ชาว จ.ลพบุรี ซึ่งนางกาสิณีได้โอนเงินเข้าบัญชีจำนวน 5 ครั้ง รวมเป็นเงิน 400,000 บาท และนายธีรภัทร์นนท์ งามวงษ์ ภูมิลำเนาอยู่ จ.หนองคาย ที่ผู้เสียหาย โอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 630,000 บาท ทั้ง 2 รายนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกมาให้ปากคำ แต่ทั้ง 2 คนยังไม่มาพบ และกำลังออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนอีก ก็ต้องออกหมายจับ ซึ่งต้องพิจารณาตามความเป็นจริงต่อไป

“การสอบสวนของคดีของ น.ส.ณิชา ใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว คาดว่าในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งพยานหลักฐาน และพยานบุคคล ที่ทางพนักงานสอบสวนรวบรวมจะเสร็จสมบูรณ์ สามารถส่งให้ทางอัยการจังหวัดพิจารณาอีกครั้งว่าจะส่งฟ้องหรือไม่”.