วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'พิชัย' ซัดรัฐต้องการหาเสียง เย้ยอยู่มา 3 ปีกว่า เพิ่งคิดช่วยคนจน

"พิชัย" เตือนรัฐบาลตัวเลขเศรษฐกิจไม่สะท้อนความเดือดร้อนที่แท้จริง เย้ย 3 ปีกว่า เพิ่งจะมาคิดช่วยคนจน เหตุเพราะต้องการหาเสียงใช่หรือไม่ แนะพัฒนากรอบคิดให้ทันโลก

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.61 นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวในงานสัมมนา ผลงานด้านเศรษฐกิจ 4 ปี ของรัฐบาล คสช.รอดหรือร่วง? จัดโดยคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ว่า 4 ปี การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาล คสช.ล้มเหลว พิสูจน์ได้จากผลสำรวจโพลทุกสำนักทุกครั้งที่ให้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาอันดับแรกของรัฐบาล คสช. แม้ว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจล่าสุดจะไม่แย่ลง และดูเหมือนว่าจะดีขึ้นทั้งปี 60 และในปี 61 นี้ แต่ไม่ได้สะท้อนว่าความเดือดร้อนของประชาชนจะลดลง เพราะผลประประโยชน์การเจริญเติบโตตกอยู่กับคนบางกลุ่มเท่านั้น ไม่ได้มีการกระจาย และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเกิดจากการส่งออกและการท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว หลังจากการส่งออกที่ตกต่ำและไม่ได้ขยายตัวมาหลายปี การท่องเที่ยวก็ขยายตัวเองตามศักยภาพเช่นกัน ไม่ได้เกี่ยวกับความสามารถในการบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลเลย

ทั้งนี้ตลอด 3 ปีกว่าที่รัฐบาลบริหารเศรษฐกิจโตเฉลี่ยเพียงปีละ 2.7% เท่านั้น ซึ่งถือว่าตำ่มาก ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านโตเฉลี่ย ใน 3 ปีกว่านี้สูงกว่าไทยมาก ขนาดประเทศสหรัฐฯ ยังโตสูงมาก จึงเป็นเรื่องน่าเสียดายที่ไทยโตได้น้อย ในขณะที่เศรษฐกิจโลกขยายตัวดี โดยปัญหาความเหลื่อมล้ำยังเพิ่มขึ้นตลอด โดยตนได้เคยขอให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยมาตลอด 3 ปีกว่า แต่รัฐบาลเพิ่งจะมาเริ่มดำเนินการที่เป็นรูปธรรมในปีสุดท้าย ทั้งที่ควรทำตั้งแต่เริ่มเข้าบริหาร หากมีความตั้งใจจะช่วยประชาชนส่วนใหญ่อย่างแท้จริง

"นี่ก็จะออกงบประมาณกลางปีอีก 1.5 แสนล้านบาท ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าที่ต้องทำเพราะต้องการหาเสียงทางการเมืองใช่หรือไม่ เพราะเพิ่งจะประกาศตัวเองว่าเป็นนักการเมือง อีกทั้งการให้บัตรคนจนซื้อของเฉพาะในร้านธงฟ้าประชารัฐที่มีผู้ผลิตไม่กี่รายได้ประโยชน์ จะถือเป็นการล็อกสเป็กจัดซื้อเพื่อเอื้อประโยชน์นายทุนบางรายใช่หรือไม่ จึงอยากให้ สตง.และ ป.ป.ช.เข้าตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย"

นอกจากนี้ความมั่นใจของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศยังเป็นปัญหา ยอดการลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำมาก ยอดขอบีโอไอเหลือเพียง 6.4 แสนล้านเท่านั้น การลงทุนจริงยิ่งต่ำกว่ามาก และรัฐบาลไม่กล้าแถลงยอดการลงทุนใน EEC ที่ยังไม่ค่อยมีคนมาลงทุน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคงสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยจะหวังแต่การลงทุนในภาครัฐคงไม่ได้ แถมการลงทุนในภาครัฐก็เป็นไปอย่างช้ามาก ข้าราชการส่วนใหญ่คงอยากรอทำงานให้กับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมากกว่า เพราะสามารถตรวจสอบได้ ไม่อยากต้องตอบคำถามแบบคลุมเครือเหมือน ป.ป.ช. ที่ตอบเรื่องนาฬิกา

พร้อมเตือนรัฐบาลให้เร่งแก้ปัญหาหลายเรื่อง เช่น ค่าบาทแข็ง พร้อมเพย์ล่มที่ตนเคยเตือนไว้ตั้งแต่รัฐบาลเริ่มใช้แล้ว และบิตคอยน์ที่อาจจะเป็นปัญหาได้ เป็นต้น โดยอยากให้รัฐปรับแนวคิดให้ทันโลก เพื่อประเทศไทยจะได้สามารถพัฒนาความสามารถในการแข่งขันได้.

"พิชัย" เตือนรัฐบาลตัวเลขเศรษฐกิจไม่สะท้อนความเดือดร้อนที่แท้จริง เย้ย 3 ปีกว่า เพิ่งจะมาคิดช่วยคนจน เหตุเพราะต้องการหาเสียงใช่หรือไม่ แนะพัฒนากรอบคิดให้ทันโลก 14 ม.ค. 2561 15:50 14 ม.ค. 2561 17:09 ไทยรัฐ