วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อุตุฯ เตือนซ้ำ ย้ำใต้ยังมีฝนหนัก คลื่นลมแรง ชายแดนโก-ลก ท่วมระลอก2

อุตุฯ เตือนซ้ำ ย้ำใต้ยังมีฝนหนัก คลื่นลมแรง ชายแดนโก-ลก ท่วมระลอก2

  • Share:

อุตุฯประกาศ ฉบับที่10 เตือนฝนตกหนัก และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ ขอให้ประชาชนระวังไปจนถึง 15 ม.ค.นี้ ขณะที่ชายแดนสุไหงโก-ลก ฝนตกไม่หยุดมา 3 วันแล้ว น้ำทะลักท่วมที่ลุ่มริมฝั่งแม่น้ำระลอก 2 ....

เวลา 11.00 น. วันที่ 14 ธ.ค. ได้มี ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเรื่อง "ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2561)" ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 14 มกราคม 2561

1. ฝนตกหนัก และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้

ในช่วงวันที่ 14-15 มกราคม 2561 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

2. อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน

ในช่วงวันที่ 14-15 มกราคม 2561 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงได้อีก 1-2 องศาเซลเซียสในบริเวณภาคเหนือ ส่วนบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-9 องศาเซลเซียส จึงขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่องในระยะนี้

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ที่ จ.นราธิวาส ผู้สื่อข่าวารายงานว่า ฝนตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน ล่าสุดบรรยากาศบนท้องฟ้ายังคงมีเมฆฝนมืดครึ้มแผ่ปกคลุมพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอ และมีฝนตกลงมาเป็นช่วงๆ แต่ไม่หนักมาก ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสุไหงโก-ลก ล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ที่ปลูกสร้างอยู่ที่ราบลุ่มตลอดแนวริมตลิ่งของแม่น้ำสุไหงโก-ลก จำนวน 4 ชุมชน คือ ชุมชนท่าโรงเลื่อย ชุมชนท่าประปา ชุมชนท่าเจ๊ะกาเซ็ง และชุมชนท่าชมพู่ ซึ่งตั้งอยู่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก มีประชาชนอาศัยอยู่ จำนวน 40 ครัวเรือน รวม 90 คน น้ำท่วมขังโดยภาพรวมสูงเฉลี่ย 40-50 ซม. ถือว่าเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากในระลอกที่ 2

ทั้งนี้ ประชาชนได้ขนย้ายข้าวของสัมภาระที่จำเป็นหนีน้ำท่วม ไปอาศัยอยู่ที่บริเวณชั้น 2 ของบ้าน และใช้เรือเป็นพาหนะแทนรถ คาดว่าภาวะน้ำท่วมในครั้งนี้ น่าจะคลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติได้ในช่วง 1-2 วัน หากฝนที่ตกลงมามีความเบาบางลง มวลน้ำทยอยไหลระบายลงสู่ทะเลปากอ่าวด้าน อ.ตากใบ น้ำท่วมก็จะมีปริมาณลดลงตามลำดับ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้