วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสือเฒ่าคืนสังเวียน!

แม้ ศ.ดร.มหาเธร์ บิน โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียผู้ดุดัน วัย 92 ปี หวนกลับมาคลุกฝุ่นการเมืองอีกนับปีแล้ว แต่เมื่อเขาถูกพันธมิตรฝ่ายค้านเสนอชื่อเป็นตัวแทนลงสมัครชิงเก้าอี้นายกฯอีกครั้ง หวังโค่นล้มรัฐบาลนายกฯ นาจิบ ราซัค ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 14 ในเดือน ส.ค.ปีนี้ ก็เป็นข่าวใหญ่ฮือฮาไปทั่วโลก

พรรคร่วมฝ่ายค้าน “ปากาตัน ฮารัปปัน” (สัญญาแห่งความหวัง หรือพีเอช) ซึ่งประกอบด้วย 4 พรรค รวมทั้งพรรค “ความยุติธรรมของประชาชน” (พีเจพี) ของอดีตรองนายกฯ อันวาร์ อิบราฮิม ผู้กำลังติดคุกอยู่เป็นแกนนำ ยังเสนอชื่อนาง วัน อาซิเซาะห์ วัน อิสมาอิล ภริยาของอันวาร์ ลงชิงเก้าอี้รองนายกฯด้วย

นับเป็นการกลับลำชนิด 360 องศา ของทั้งมหาเธร์และพรรคร่วมฝ่ายค้านที่เคยเป็น “ศัตรูผูกชาติ” กันมาก่อน ในช่วงที่มหาเธร์กุมอำนาจ 22 ปี ช่วงปี 2524-2546 ยาวนานที่สุดในผู้นำมาเลเซียทั้งหมด ซึ่งเขาทำให้มาเลเซียเจริญรุ่งเรืองมีเสถียรภาพ แม้ถูกกล่าวหาเป็น “เผด็จการ” เหยียบย่ำสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสั่งจำคุกฝ่ายค้านจำนวนมากภายใต้กฎหมายความมั่นคงโดยไม่มีการพิจารณาคดีในปี 2530

มหาเธร์และอันวาร์ นักการเมืองดาวรุ่งผู้เคยถูกมองว่าจะเป็น “ทายาทอำนาจ” ของเขา เคยจับคู่กันครอบงำการเมืองมาเลเซียมานานนับ 20 ปี ก่อน “แตกหัก” กันเพราะความขัดแย้งทางการเมือง โดยมหาเธร์สั่งปลดอันวาร์จากตำแหน่ง รมว.คลังและรองนายกฯ ในปี 2541 จากนั้นอันวาร์ก็ถูกดำเนินคดีและถูกศาลตัดสิน
จำคุก 6 ปี ในข้อหาคอร์รัปชันและรักร่วมเพศ ซึ่งหลายฝ่ายชี้ว่าเป็นเรื่องการเมืองเพื่อกำจัดอันวาร์ให้พ้นทาง

หลังพ้นโทษในปี 2547 อันวาร์ออกมาตั้งพรรคพีเจพี และในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2556 เขานำพันธมิตรฝ่ายค้านแย่งที่นั่งในสภาผู้แทนฯ จากพันธมิตรรัฐบาล “แนวร่วมแห่งชาติ” (บาริ-ซาน นาซิโอนาล หรือบีเอ็น) ซึ่งมีพรรค “องค์กรสหชาติมาเลย์” (อัมโน) เป็นแกนนำได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ แม้บีเอ็นจะชนะได้กุมอำนาจต่อไป แต่มีเสียงข้างมากในสภาไม่ถึง 2 ใน 3 เป็นครั้งแรก หลังกุมอำนาจเบ็ดเสร็จมาตั้งแต่มาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 2500

แต่ในปี 2558 อันวาร์ถูกศาลตัดสินจำคุกอีกรอบนาน 5 ปี ในข้อหารักร่วมเพศเช่นเดิม ซึ่งหลายฝ่ายก็ชี้ว่ามีมูลเหตุจากเรื่องการเมือง เพราะรัฐบาลนาจิบเห็นว่าเขาเป็นภัยคุกคามอำนาจ

ส่วนมหาเธร์ แม้ประกาศ “ล้างมือในอ่างทองคำ” ตั้งแต่ปี 2555 แต่ก็ยังออกมาติติงโจมตีรัฐบาลนาจิบอยู่เป็นพักๆ เพราะเห็นว่าใช้อำนาจในทางมิชอบ บริหารบ้านเมืองผิดพลาด และไม่เห็นหัวตนเองซึ่งเปรียบเสมือน “รัฐบุรุษ” ที่คอยแนะนำตักเตือนในเรื่องต่างๆ

ความสัมพันธ์ระหว่างมหาเธร์กับนาจิบ ราซัค มาถึงจุดแตกหักในปี 2555 เมื่อมีการเปิดโปงว่ามีการทุจริตคอร์รัปชันอย่างมโหฬารในกองทุนเพื่อการลงทุนแห่งชาติ “วันเอ็มดีบี” (1MDB) ซึ่งนาจิบเป็นผู้ก่อตั้งขึ้น โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ระบุว่า มีการขโมยและฟอกเงินของ 1MDB ถึง 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 144,000 ล้านบาท) และเงินหลายสิบล้านดอลลาร์ถูกโอนเข้าบัญชีของนาจิบด้วย

แม้นาจิบปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และพยายามยับยั้งกระบวนการสอบสวนทั้งในประเทศและนานาชาติ แต่หลายประเทศรวมทั้งสหรัฐฯ สิงคโปร์ สั่งอายัดบัญชีเงินที่เกี่ยวข้องกับ 1MDB แล้วหลายระลอก

มหาเธร์ประกาศตัดขาดจากพรรคอัมโนและก่อตั้งพรรค “เบอร์ซาตู” ขึ้นเมื่อเดือน ส.ค.2560 เขาพยายามสมานสัมพันธ์ที่ร้าวฉานกับอันวาร์ โดยนัดเจรจากันครั้งแรกในรอบ 18 ปีในปีที่แล้ว ก่อนนำพรรคเบอร์ซาตูเข้าร่วมกับพันธมิตรฝ่ายค้าน และถูกเสนอชื่อลงชิงเก้าอี้นายกฯในที่สุด แม้ฝ่ายค้านจะถกเถียงกันหลายสัปดาห์

ถ้าชนะเลือกตั้ง ฝ่ายค้านมีแผนให้มหาเธร์เป็นแค่ “นายกฯชั่วคราว” โดยจะขอพระราชทานอภัยโทษจากสมเด็จพระราชาธิบดีให้อันวาร์ เพื่อ “ปลดล็อก” ให้เขามาเป็นนายกฯแทนมหาเธร์ได้

แต่ถึงแม้จะมีการ “แท็กทีม” ระหว่างมหาเธร์กับอันวาร์ แต่นักวิเคราะห์ชี้ว่าโอกาสที่พันธมิตรฝ่ายค้านจะชนะเลือกตั้งมีน้อยมาก เพราะแม้รัฐบาลนาจิบจะมีคะแนนนิยมตกต่ำเพราะพิษคดี 1MDB และมาเลเซียมีปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูง แต่รัฐบาลยังกุม “กลไกรัฐ” ต่างๆ และ “กลไกการเลือกตั้ง” อยู่ในอุ้งมือ
อย่างแข็งแกร่ง รวมทั้งใช้ยุทธวิธีแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตนเอง ที่เรียกว่า “Gerrymandering”

นอกจากนี้ พันธมิตรพรรคฝ่ายค้านเวลานี้ซึ่งขาด “แม่ทัพ” คืออันวาร์ซึ่งยังอยู่ในคุก ก็มีการจัดตั้งที่อ่อนแอ ขาดเอกภาพ ขัดแย้งกันเอง เทียบไม่ได้เลยกับการเลือกตั้งปี 2556 ซึ่งฝ่ายค้านเข้มแข็งมาก

ชาวมาเลเซียจำนวนมาก รวมทั้งคนเชื้อสายมาเลย์ชนส่วนใหญ่ 60% ของประเทศ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ยังเห็นว่ามหาเธร์แก่มากแล้ว ตกยุค เริ่มเลอะเลือน และเคยเป็นผู้สร้างปัญหาให้ประเทศ ชาติ การที่ฝ่ายค้านชูเขาขึ้นมาเป็น “จุดขาย” เป็นเพราะไม่มีตัวเลือกอื่นที่ดีกว่าเท่านั้น!

โพลของศูนย์เมอร์เดกาเดือนที่แล้วระบุว่าพันธมิตรรัฐบาลจะชนะเลือกตั้งได้ครองเสียงข้างมากในสภาถึง 2 ใน 3 อีกครั้ง แต่อีกหลายเดือนกว่าจะถึงวันเลือกตั้ง อะไรก็อาจเปลี่ยนแปลงได้

และถ้าฝ่ายค้านพลิกชนะ มหาเธร์จะทำลาย สถิติ...เป็นผู้นำประเทศที่มีอายุมากที่สุดในโลก!

บวร โทศรีแก้ว

แม้ ศ.ดร.มหาเธร์ บิน โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียผู้ดุดัน วัย 92 ปี หวนกลับมาคลุกฝุ่นการเมืองอีกนับปีแล้ว แต่เมื่อเขาถูกพันธมิตรฝ่ายค้านเสนอชื่อเป็นตัวแทนลงสมัครชิงเก้าอี้นายกฯอีกครั้ง 13 ม.ค. 2561 09:32 ไทยรัฐ