วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชงฟัน 40 สส. ล้างเพื่อไทย วรชัยปูดแผนสืบอำนาจ‘มีชัย’ติง-ต่ออายุป.ป.ช.

“เสรี” โต้วุ่นชงจัดมหรสพช่วงหาเสียง ไม่เกี่ยว มอมเมาชาวบ้านหรือเปิดช่องซื้อเสียง อ้างข้อดี งานรื่นเริงดึงคนมาฟังนโยบายพรรค “วัชระ” ฉะแหลกรับใบสั่งบิ๊กทหารช่วยพรรคสีเขียวโกยคะแนน “วรชัย” ปูดอนุ ป.ป.ช.ซุ่มชงเชือด 40 อดีต ส.ส.ดันกฎหมายนิรโทษสุดซอย จ้องล้างบาง “เพื่อไทย” ตามแผนสืบทอดอำนาจ “ท็อป” นำทีมนิวบลัดขยับรับกลิ่นอายเลือกตั้ง ปลุกพลังคนไทยใช้สิทธิเปลี่ยนอนาคตชาติ บิ๊ก คสช.พร้อมหน้างานสถาปนา 108 ปี ทภ.1 “บิ๊กป้อม” ยก “บิ๊กตู่” ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ “มีชัย” สะกิด สนช.ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายลูก ป.ป.ช. ผวาเขียน ก.ม.ยกเว้นลักษณะต้องห้าม ต่ออายุกรรมการ ป.ป.ช.ขัด รธน. “พรเพชร” ไม่สบายใจสมาชิกลังเลหวั่นหยิกเล็บเจ็บเนื้อ ผู้ตรวจการฯยกคำร้องฟันธงเซ็ตซีโร่ กกต.ไม่ขัดกฎหมาย

นักการเมืองยังคงคัดค้านแนวคิดที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เสนอให้มีการแสดงมหรสพระหว่างการหาเสียง โดยมีการมองว่าย้อนยุค และตั้งข้อสังเกตอาจมีการรับใบสั่งมาจากผู้มีอำนาจ ขณะที่นายเสรีตอกย้ำว่าไม่ใช่การมอมเมาประชาชนหรือเปิดช่องให้มีการซื้อเสียงแต่อย่างใด

“เสรี” โต้มหรสพไม่ใช่อุปสรรค ลต.

เมื่อวันที่ 12 ม.ค.นายเสรี สุวรรณภานนท์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.กล่าวถึงกรณีฝ่ายการเมืองคัดค้านแนวคิด กมธ.ที่ให้มีการแสดงมหรสพระหว่างการหาเสียง เพื่อจูงใจให้คนมาฟังการปราศรัยว่า มหรสพไม่เป็นอุปสรรคของการเลือกตั้ง ความจริงแล้วมหรสพเป็นสิ่งรื่นเริงที่ชักชวนให้ประชาชนออกมาพบผู้สมัคร และมาฟังนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ที่ผ่านมานอกจากการปราศรัยใหญ่ที่มีผู้สนใจฟังการหาเสียงแล้ว ในระดับทั่วไป การให้คนมาฟังปราศรัยผู้สมัครอื่นๆ มักมีคนมาฟังไม่มากนัก หากจะมาได้ต้องมีการว่าจ้างกันให้ออกมาหรือเกณฑ์ บังคับโดยใช้อิทธิพลหรือระบบอุปถัมภ์ให้คนมาฟังการปราศรัย ทำให้บรรยากาศการเลือกตั้งเคร่งเครียด ขาดแรงจูงใจ จึงควรเปิดโอกาสให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใช้มหรสพเป็นเครื่องจูงใจให้คนมาฟังการหาเสียง บรรยากาศจะครึกครื้น ไม่เงียบเหงา ที่มีแต่ความขัดแย้งตึงเครียด มิได้ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรม ไม่เท่าเทียมอย่างที่บางคนอ้าง เพราะการจัดมหรสพจะถูกนำไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายของผู้สมัครเลือกตั้งด้วยว่า ห้ามมีค่าใช้จ่ายเกินจำนวนที่กำหนด

ปัดมอมเมาเปิดช่องเอื้อซื้อเสียง

นายเสรีกล่าวว่า ไม่ต้องห่วงว่าจะมีการซื้อเสียงโดยอาศัยมหรสพ เพราะมีมาตรการทางกฎหมายเข้มข้น มีอุปกรณ์โทรศัพท์มือถืออัดเสียงอัดภาพได้ หากใครใช้เงินผิดกฎหมาย จะถูกถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานถูกดำเนินคดีหรือตัดสิทธิทางการเมือง อย่ามองมหรสพมอมเมาประชาชน จนไม่สนใจนโยบายหาเสียง ประชาชนไม่ใช่คนโง่ ตัดสินใจได้ว่านโยบายพรรคใดสมควรลงคะแนนให้หรือไม่ มีตัวอย่างที่หากต้องการให้คนเข้าวัดยังจัดงานวัด หรือบวชนาคมีรำกลองยาวแห่นาค งามสมโภชงานบวช ตอนกลางคืนมีหนังมีลิเก ล้วนเป็นมหรสพทั้งสิ้น การเปิดโอกาสให้จัดมหรสพช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง จึงน่าจะมีผลดีมากกว่าการห้ามไม่ให้มีมหรสพ

“วัชระ” ซัด “รับใบสั่งช่วยทหารโกยแต้ม”

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายเสรี สุวรรณภานนท์ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.สนับสนุนให้มีงานมหรสพ รื่นเริงในกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ว่า กฎหมายเลือกตั้งเดิมเป็นมาตรฐาน มีหลักการที่ดีอยู่แล้ว ห้ามจัดแสดงมหรสพและยุติธรรมสำหรับพรรคที่ไม่มีเงินไปจ้าง เพราะมีราคาแพงมากชั่วโมงละหลายแสนบาท เพื่อไม่ให้เหลื่อมล้ำ จึงห้ามจัดแสดงมหรสพจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การที่นายเสรีพยายามผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ รับใบสั่งมาจากผู้มีอำนาจหรือไม่ หรือสมัยนายเสรีเป็นหัวหน้าพรรคประชาสันติจัดปราศรัยหาเสียงแล้วมีแต่ผู้สมัครฟังกันเอง ไม่มีคนไปฟัง หรือว่าต้องการเขียนเปิดช่องให้วงดนตรีของสี่เหล่าทัพออกมาหาเสียงให้ พล.อ.ประยุทธ์ได้ง่ายๆอย่างนั้นหรือ ครั้งหนึ่งเคยเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองไม่ได้ ส.ส.เลย แล้ววันนี้มารับบทบาทหนังหน้าไฟและนายหน้าพ่อสื่อให้ทหารบางคนหรือไม่ ที่บอกให้นับเป็นรายจ่ายในการเลือกตั้งได้ก็ไม่เป็นธรรมต่อพรรคเล็กเช่นกัน ถ้าข้อเสนอนี้ดีจริง ทำไมกฎหมายไม่ให้ใช้ หรือ กรธ.ไม่เสนอมาตั้งแต่ต้น หรือสภาปฏิรูปแห่งชาติไม่บรรจุมาแต่แรก กลับมาแก้ไขรายวันตามความต้องการของทหารบางคน มันเกินความพอดี และเพื่อให้นายเสรียังจำความหลังได้

พท.ปูดอนุ ป.ป.ช.จ่อฟัน 40 ส.ส.

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ข่าวว่าคณะอนุกรรมการของ ป.ป.ช. ชุดที่มี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นประธาน ได้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของอดีต ส.ส. 40 คน ที่เสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเมื่อปี 2556 การออกกฎหมายเป็นหน้าที่ของ ส.ส.ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ รวมถึงข้อบังคับของการประชุมสภา หาก ป.ป.ช.ก้าวล่วงการทำหน้าที่ดังกล่าว เท่ากับปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่ผ่านมาเห็นว่าเป็นการเอื้อให้กับผู้มีอำนาจทั้งสิ้น โดยการตรวจสอบกรณีต่างๆเป็นไปอย่างล่าช้า ทั้งจีที 200 โครงการขุดลอกคูคลอง อผศ. การจัดซื้ออาวุธของ กองทัพ และล่าสุดนาฬิการหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ที่ไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สิน แม้มีมูลค่าสูงกว่า 20-30 ล้านบาทแล้ว การตรวจสอบกลับไม่เอาจริงเอาจัง ไม่เอาการเอางาน ประชาชนคาใจจะเสร็จเมื่อไหร่ ขอร้อง ป.ป.ช.อย่าเป็นเครื่องมือให้กับผู้มีอำนาจ

ฉะจ้องล้างบางรับแผนสืบอำนาจ

นายวรชัยกล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ได้มีกระแสข่าวด้วยว่า อนุกรรมการ ป.ป.ช.ชุดดังกล่าวจะมีมติชี้มูลความผิด แล้วจะส่งเรื่องให้กับ ป.ป.ช. ซึ่งขั้นตอนต่อไปก็จะต้องนำไปสู่การพิจารณาจองศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งพฤติกรรมทั้งหมดนี้เป็นการพิสูจน์ข้อครหาว่าที่มาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.นั้น มีความใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ มีความเอนเอียง ผู้มีอำนาจทำอะไรก็ไม่ผิด ส่วนนักการเมืองและพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามถูกตรวจสอบอย่างเอาเป็นเอาตาย และมีมูลว่าอาจเป็นการจงใจที่จะล้างบางนักการเมืองพรรคเพื่อไทย ถ้าออกมาชี้ถูกชี้ผิดในสถานการณ์ที่จะมีการเลือกตั้ง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ใช้การประชุม ครม.สัญจร เดินสายลงพื้นที่ไปพบนักการเมืองระดับเจ้าพ่อในทุกภาค เห็นได้ว่าใช้แผนทุกวิถีทางเพื่อทำลายฝ่ายตรงข้ามและดึงเสียงหาพวกดูดดึงอดีต ส.ส.ไปเข้ากับพวกตนเอง ทุกองคาพยพนำไปสู่การสืบทอดอำนาจ เพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป

ไล่ “บิ๊กป้อม” รีบไปแจงปมฉาวดีกว่า

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พาดพิงนักการเมืองพรรคเพื่อไทย เดินสายสวัสดีปีใหม่เป็นเพียงนักการเมืองเก่าว่า พล.อ.ประวิตรพูดได้ทุกเรื่องรู้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องตัวเองหรือไม่ เวลาถูกถามเรื่องแหวนเพชรนาฬิกา ประชาชนได้ยินแต่คำตอบสั้นๆเช่น โอ๊ย เคยเตือนแล้วว่ายิ่งพบนาฬิกาเพิ่ม เวลาชี้แจงจะยิ่งลดลง แทนที่จะไปพูดในเรื่องที่ไม่ใช่ธุระของท่าน เอาเวลาไปชี้แจง ป.ป.ช.จะดีกว่าหรือไม่ เทศกาลปีใหม่คนไทยจะไปกราบสวัสดีผู้อาวุโสที่เคารพนับถือ ไม่ควรมีประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงไม่สร้างสรรค์ นักการเมืองเก่าหรือนักการเมืองใหม่ไม่ได้วัดกันที่ว่าใครอยู่ในการเมืองนานกว่ากัน หรือเพิ่งเข้าสู่การเมืองแต่อยู่ที่ความคิด การอุทิศตน จิตสำนึกประชาธิปไตย คุณธรรม จริยธรรม ที่สำคัญนักการเมืองที่ดีต้องเข้าสู่การเมืองโดยการเลือกจากประชาชน ประชาชนต้องมีสิทธิเลือกผู้แทนของตนเองตามระบอบประชาธิปไตย ดีกว่านักการเมืองที่ก้าวสู่อำนาจโดยวิธีพิเศษ แล้วขาดการตรวจสอบ พล.อ.ประวิตรเชื่อมั่นในความโปร่งใสตรวจสอบได้และมีธรรมาภิบาลหรือไม่ ไม่ว่านักการเมืองหรือข้าราชการที่ถือครองทรัพย์สิน ควรเป็นได้มาโดยถูกต้อง ชี้แจงได้ ไม่ใช่ได้มาโดยการทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่

“ท็อป” นำนิวบลัด ชทพ.เคลื่อนไหว

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำกลุ่มนิวบลัด พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า หลังจากนี้ตนและสมาชิกในกลุ่มจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดคุยกับสื่อมวลชนให้มากขึ้น ทุกวันศุกร์ เวลา 10.00 น. เพราะนายกฯ ระบุเป็นคำมั่นสัญญาว่าเดือน พ.ย.61 ว่าจะเลือกตั้ง จึงหวังและขอเป็นกำลังใจให้เดินตามโรดแม็ปที่วางไว้ ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาอาจเงียบๆบ้าง รอดูท่าทีกันอยู่บ้าง แต่วันนี้กลิ่นอายการเมืองเริ่มชัดเจนขึ้น แต่ห่วงระยะเวลาที่พรรคการเมืองต้องดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ.พรรคการเมืองและกฎหมายลูกที่จะ ประกาศ ใช้ ทุกอย่างต้องใช้เวลา ขอให้รัฐบาลเดินตามโรดแม็ปให้ได้ เพราะประชาชนและนานาชาติคาดหวังให้ประเทศไทยกลับสู่ประชาธิปไตยอย่างรวดเร็วด้วยการเลือกตั้ง ส่วนกรณีที่กรรมาธิการพิจารณา พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เสนอให้มีบทลงโทษตัดสิทธิผู้ไม่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ให้เข้ารับราชการน่าเป็นห่วง ประชาชนอายุ 20-30 ปี จะได้ ลงคะแนนเลือกตั้งเป็นครั้งแรก ขอฝากกรรมาธิการฯว่าควรจะส่งเสริมให้ความรู้ความเข้าใจ ปลูกฝังคำว่าประชาธิปไตยให้อยู่ในจิตวิญญาณของคนรุ่นใหม่ของไทยให้เกิดเป็นพลังและอยากมาใช้สิทธิลงคะแนน มากกว่าการลงโทษตัดสิทธิ

ปัดตอบ “บิ๊กตู่” น้องใหม่การเมือง

นายวราวุธกล่าวว่า สำหรับกรณีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องมีการวางตัวผู้สมัครไว้รอบ้างแล้วนั้น ตนเห็นว่าการพบปะพูดคุยกันระหว่าง ส.ส.ถือเป็นเรื่องปกติในวงการการเมือง เมื่อถึงวันลงสมัครจะเป็นตัวตัดสินว่าใครอยู่พรรคไหน กี่คน เมื่อถามว่ามีคนมาช็อปตัวอดีต ส.ส.พรรคชาติไทยพัฒนาหรือไม่ นายวราวุธกล่าวว่า เท่าที่ทราบยังไม่มี แต่ถึงมี ถ้าเขามาช็อปเรา เราก็อาจไปช็อปเขาบ้างก็ได้ เมื่อถามอีกว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. มาเป็นน้องใหม่ทางการเมืองแล้ว น้องใหม่ของพรรคชาติไทยพัฒนาเห็นว่าได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไร นายวราวุธกล่าวว่า หาก ใช้คำว่าเป็นน้องใหม่ทางการเมือง เป็นภาพที่นึกไม่ออกจริงๆ แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าตัวเองเป็นนักการเมืองแล้วก็ดี แต่สิ่งที่ผมเรียนรู้คือความไม่แน่นอนคือความแน่นอนที่สุด วันนี้ทุกคนคาดเดาว่า พล.อ.ประยุทธ์จะลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ ท่านอาจบอกว่าพอแล้วก็ได้ จึงไม่ขอออกความเห็นว่าพรรคชาติไทยพัฒนารู้สึกอย่างไร พูดดักคอไปก่อนล่วงหน้ามันก็เหมือนเป็นการกำกับทางเดินของเรา

ปลุกพลังใช้สิทธิเปลี่ยนอนาคตชาติ

ด้านนายเสมอกัน เที่ยงธรรม อดีต ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า รู้สึกห่วงกฎหมายที่กำลังจะออกมา โดยเฉพาะประเด็นผู้ออกมาใช้สิทธิ ข่าวที่ออกมาหลายเรื่องอาจทำให้ผู้คนรู้สึกเบื่อการ เมือง เพราะประเทศไทยไม่มีการเลือกตั้งมานานตั้งแต่ 2554 ควรปลูกฝังให้เยาวชนผู้มีสิทธิลงคะแนนให้เข้าใจถึงข้อบังคับหรือบทลงโทษตามกฎหมาย อยากฝากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงวัฒนธรรม และที่สำคัญคือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องช่วยกันปลูกฝังให้เยาวชน กกต.บางประเทศมีการแจกของชำร่วยการเลือกตั้ง ไม่ใช่นัก การเมืองเป็นคนแจก เพื่อจูงใจให้มาใช้สิทธิ อยากให้มองอย่างนั้นมากกว่าที่จะมาออกกฎระเบียบเพื่อลงโทษ แต่ให้ลองคิดกลับกันว่าจะต้องให้ 1 เสียงมารวมกันเป็นหลายๆเสียง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อย่าคิดว่าเป็นแค่ 1 เสียงจะช่วยอะไรได้ จึงขอให้ทุกคนช่วยกันมาออกเสียงเพื่อทำให้มีปากมีเสียงเลือกตั้งเพื่อพัฒนาประเทศ

“มีชัย” แนะ สนช.ชงตีความ ก.ม. ป.ป.ช.

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ไม่ได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน 3 ฝ่าย เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่ สนช.พิจารณาเสร็จแล้ว สนช. ยังรอความคิดเห็นจาก ป.ป.ช.อีกครั้งก่อนครบวันสิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 12 ม.ค. ขณะเดียวกัน นายมีชัยได้มีข้อเสนอแนะให้ สนช.พิจารณาบท เฉพาะกาลของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำรงตำแหน่งต่อไปของกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน เนื่องจากมีบทบัญญัติยกเว้นให้กรรมการ ป.ป.ช.ที่มีลักษณะต้องห้ามคือ เคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือกรรมการองค์กรอิสระมาก่อนยังดำรงตำแหน่งต่อไปได้ นายมีชัยเห็นว่าควรต้องเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เด็ดขาดว่า กำหนดการยกเว้นลักษณะต้องห้ามได้หรือไม่ การเสนอร่างกฎหมายไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญกำหนดให้ดำเนินการได้ 2 วิธี ได้แก่ 1.การให้สมาชิก สนช.เข้าชื่อร่วมกันไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 หรือ 2.นายกฯเสนอไปให้ศาลรัฐธรรมนูญเอง และตนในฐานะประธานสนช. จะให้สั่งสมาชิก สนช.ยื่นไม่ได้ แต่ทำได้เพียงบอกกล่าวแก่สมาชิก สนช. เพราะเป็นดุลพินิจของ สมาชิก สนช.แต่ละคน

“พรเพชร” ไม่สบายใจข่าวสมาชิกลังเล

นายพรเพชรกล่าวว่า สำหรับกระแสข่าวที่ระบุว่า สนช.ลังเลจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพราะ เกรงว่าจะสร้างปัญหาให้ศาลรัฐธรรมนูญ เพราะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้รับการต่ออายุเช่นกันนั้น ตนรู้สึกไม่สบายใจ อยากเรียนว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน 5 คน เพียงทำหน้าที่รักษาการ เมื่อ คนใหม่มาจะพ้นทันที เช่นเดียวกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่ง ชาติ (กสม.)จึงไม่เกี่ยวกับคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามอะไรทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญถูก วิพากษ์วิจารณ์เรื่องข้อกฎหมายที่ผิดเพี้ยนไป วันนี้ท่านไม่อยู่ในฐานะที่พูดได้ ตนจึงต้องออกมาพูดให้

“สมชาย” หนุนยื่นชี้ขาดเคลียร์ให้ชัด

นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) กล่าวถึงกรณีประธาน กรธ.ทำหนังสือถึงประธาน สนช.ให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความการต่ออายุ ป.ป.ช. โดยเฉพาะการยกเว้นลักษณะต้องห้ามว่า เห็นว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ แต่เพื่อให้กระจ่างและสิ้นกระแสความ ควรให้ สนช.ที่ลงมติไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว 26 คน และงดออกเสียง 29 คนยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด เพื่อสร้างบรรทัดฐานในการพิจารณากฎหมายต่อไป ยื่นได้ตั้งแต่บัดนี้ไปจนกว่านายกฯจะนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯตามช่องทางรัฐธรรมนูญมาตรา 148 แต่กำลังดูข้อกฎหมายว่าจะยื่นเองได้หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้เป็นคนแปรญัตติให้ ป.ป.ช.อยู่ต่อไป และยังลงมติเห็นชอบตามเสียงกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ให้ ป.ป.ช.อยู่ต่อไปด้วย

ผู้ตรวจฯชี้เซ็ตซีโร่ กกต.ไม่ขัด รธน.

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงผลการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่าการกำหนดให้ประธาน กกต.และ กกต.ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งใช้บังคับ พ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่มีผลใช้บังคับตามมาตรา 70 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วย กกต. พ.ศ.2560 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่าผู้ตรวจการฯได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและวินิจฉัยร่วมกัน การกำหนดให้ประธาน กกต.และ กกต.พ้นจากตำแหน่งเป็นการกำหนดรูปแบบหนึ่งในสามรูปแบบ ที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งได้รับมอบจากรัฐธรรมนูญให้พิจารณากำหนดได้ โดยคำนึงถึงเหตุผล ความจำเป็น และความเหมาะสมขององค์กร เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแล้ว มิได้ขัดต่อหลักนิติธรรมและไม่ขัดหรือแย้งกับมาตรา 273 ของรัฐธรรมนูญปี 2560 จึงให้ยุติเรื่องร้องเรียน และแจ้งผลการวินิจฉัยให้ผู้ร้องเรียนทราบต่อไป

บิ๊ก คสช.พรึบงานสถาปนา 108 ปี ทภ.1

เมื่อเวลา 07.30 น.ที่กองทัพภาคที่ 1 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานพิธีวันสถาปนากองทัพภาคที่ 1 ครบรอบ 108 ปี มี พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 ต้อนรับโดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และผู้แทนเหล่าทัพ ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนเข้าร่วมพิธีอย่างคับคั่ง

ด้าน พล.ท.กู้เกียรติกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้เน้นย้ำหรือฝากอะไรเป็นพิเศษ บทบาทกองทัพภาคที่ 1 ทำไปตามหน้าที่ และนโยบายของ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. และนโยบายของรัฐบาล ส่วนการดูแลสถานการณ์ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจะมีการเลือกตั้ง เดือน พ.ย. 2561 เราจะดำเนินการตามคำสั่งการของรัฐบาล

“บิ๊กป้อม” ชู “บิ๊กตู่” ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีที่ให้ประชาชนพิจารณาว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เหมาะสมเป็นนายกฯคนนอกหรือไม่ว่า สื่อเป็นผู้ถามเอง ขณะนี้ยังไม่รู้ว่านายกฯคนนอกจะเป็นใคร จะทำอย่างไร ทุกอย่างต้องยึดตามรัฐธรรมนูญ แล้วแต่ประชาชนว่าจะเอาใคร และนักการเมืองแบบใหม่ที่ตนอยากเห็นนั้น คือคนที่ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ อยู่ดีกินดี บ้านเมืองเจริญ สงบเรียบร้อย เชื่อว่าทุกคนต้องการเช่นนั้น เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ตอบโจทย์นักการเมืองรุ่นใหม่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “แล้วท่านทำหรือเปล่าล่ะ” เมื่อถาม ย้ำว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ทำถือว่าตอบโจทย์ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็ท่านทำไปแล้ว” เมื่อถามอีกว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศตัวเป็นนักการเมือง จะถูกตั้งข้อสังเกตว่า คสช.ไม่เป็นกลางทางการเมือง พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ สื่อรู้ได้อย่างไรว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นนายกฯคนนอก วันนี้สื่อคิดไปเองไม่ได้ ตนไม่ได้พูดกับ พล.อ.ประยุทธ์ ท่านไม่คิดเรื่องการเมืองเท่าไรหรอก

“บิ๊กตู่” ขอคนไทยใส่ใจยุทธศาสตร์ชาติ

เมื่อเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ถึงการเสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อจัดการกับความขัดแย้งว่า ที่ผ่านมามีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้ง มีความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และเครือข่ายต่างๆ ขณะเดียวกันยังกำหนดยุทธศาสตร์เสริมสร้างความสมานฉันท์และสันติวิธีแห่งชาติขึ้น โดยสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยนอกจากเรื่องการเลือกตั้งแล้ว ยังมีเรื่องยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ที่อยากให้ทุกคนสนใจ เพราะจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทุกคนรอคอยมาตลอดหลายทศวรรษ ตนพูดวันศุกร์มา 3 ปีกว่า หลายคนอาจไม่ได้ติดตาม หรือติดตามแล้วไม่เข้าใจ บางครั้งอาจใช้คำพูดยากเกินไป มีเรื่องมากเกินไป บางคนก็เบื่อ อยากให้ทุกคนฟังรายละเอียดว่าที่พูดมามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร เพื่อใคร ตนไม่อาจอ้างว่ามาทำประโยชน์แล้วทุกคนต้องรัก อยากให้ทุกคนอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจกัน เข้าใจถึงความมุ่งมั่น ความปรารถนาดีที่เรามีต่อกัน

“ออมสิน” พร้อมช่วยงานนายกฯ

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯในฐานะกรรมการที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษของนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯพูดคุยไว้นานแล้ว ไม่มีปัญหาพร้อมช่วยงานนายกฯช่วยงานบ้านเมือง อย่างที่เคยบอกไม่ว่าอยู่ที่ไหนสามารถช่วยงานบ้านเมืองได้อยู่แล้ว แต่ทั้งหลายทั้งมวลเรื่องรูปแบบการทำงานของคณะกรรมการฯคงต้องรอฟัง พล.อ.ธนะศักดิ์ ในฐานะประธานกรรมการที่ปรึกษา

“บิ๊กโด่ง” ฟุ้งอุดช่องโหว่งานรัฐบาล

ด้าน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีต รมช.กลาโหม ในฐานะกรรมการที่ปรึกษาฯ กล่าวว่า ทุกคนที่ได้รับการแต่งตั้งรู้ตัวอยู่ก่อนแล้ว ตั้งแต่ช่วงปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์พูดว่าใช่ว่าพ้นตำแหน่งแล้วทุกอย่างต้องจบ จะแต่งตั้งให้ช่วยงาน ให้เป็นคลังสมอง ใช้ประสบการณ์ มีความคิดเห็นอะไรก็รวบรวมเสนอแนะมา ถือว่าเรายินดี น่าทำประโยชน์ได้บ้าง อุดช่องโหว่ปัญหาที่แต่ละคนคิดไว้แล้ว แต่คงไม่ใช่ว่าเป็นช่วงปลายรัฐบาลแล้วต้องเร่งการทำงาน แต่นายกฯตั้งใจทำงานมาตั้งแต่ต้นแล้ว เสมอต้นเสมอปลาย เร่งการทำงานมาตลอด นายกฯตั้งใจทำงานตามโรดแม็ป การทำงานทุกเรื่องของรัฐบาลเป็นเรื่องที่ต้องเร่ง แต่ละกระทรวงมีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำ จัดลำดับความสำคัญทั้งเศรษฐกิจ มั่นคง สังคม คิดว่าอีกไม่นาน พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร อดีตรองนายกฯ ประธานกรรมการที่ปรึกษาฯ น่าจะเรียกประชุมทำความเข้าใจการทำงาน

“ประวิตร” สั่งซ่อมกล้องซีซีทีวีชำรุด

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการบูรณาการแผนและระบบกล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี) โดย พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมว่า รัฐบาลต้องการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้ประชาชน สร้างความเป็นธรรมเรื่องหลักฐานที่จะได้จากกล้องวงจรปิด จากการสำรวจพบว่ามีกล้องอยู่ทั่วประเทศทั้งของภาครัฐและเอกชน ประมาณ 3.6 แสนตัว ติดตั้งอยู่ทั้งภายในและภายนอกอาคาร มีกล้องวงจรปิดที่อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนราชการซึ่งชำรุดอยู่ประมาณกว่า 8,500 ตัว พล.อ.ประวิตรจึงกำชับให้ซ่อมแซมหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการจะถือว่าบกพร่องในหน้าที่ จะมีบทลงโทษอย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ที่ประชุมได้ตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการเชื่อมโยง โดยกระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานหลัก และชุดที่สองอนุกรรมการบริหารจัดการระบบหรือ ข้อมูล มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นหน่วยงานหลัก ดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมติดตั้งกล้องวงจรปิดให้มากขึ้น สร้างแรงจูงใจด้วยการลดหย่อนภาษี

ผบ.ทบ.รับสอบโครงการพัฒนาแอพฯ

พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการพัฒนาแอพพลิเคชั่นระบบจัดการความรู้เฉลิมพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่า โครงการนี้สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก (สวพ.ทบ.) รับดำเนินการจากกรมวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี กระทรวงกลาโหม เป็นโครงการวิจัยเฉลิมพระเกียรติฯ วงเงิน 2.6 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี สตง.บันทึกข้อสังเกต 3 ประเด็น 1.ครุภัณฑ์จำนวนหนึ่ง ที่มีวงเงินประมาณ 2 แสนบาท ไม่สามารถตรวจสอบได้ 2.ไม่มีบัญชีให้ตรวจสอบการเบิกครุภัณฑ์ และ 3.สตง.สงสัยการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งนี้ตนตรวจสอบทราบว่านายทหารสังกัด สวพ.ทบ. ที่ดูแลโครงการดังกล่าว เดินทางไปต่างประเทศในช่วงเวลาที่ สตง.มาตรวจสอบ จึงนำครุภัณฑ์เก็บไว้ที่บ้าน จึงไม่สามารถให้ สตง.ตรวจสอบได้ อย่างไร ก็ตาม จากการตรวจสอบก็เข้าใจตรงกัน และไม่เป็นประเด็นแล้ว ส่วนการจัดซื้อจัดจ้างของดังกล่าวในวงเงิน 2 แสนบาท มีความโปร่งใส ถูกต้องหรือไม่ กำลังตรวจสอบ ถ้ามีข้อสังเกตใดๆเพิ่มเติม หรือมีความผิดปกติที่ตนต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนตนก็จะดำเนินการ ถ้ามีความผิดก็ต้องลงโทษทางวินัย

ศาลให้ออกหมายเรียก“เอกชัย”

เมื่อเวลา 16.00น.ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ เข้ายื่นคำร้องขอศาลอาญาออกหมายจับนายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ก่อนหน้านี้ไปทำกิจกรรมมอบของขวัญให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ต่อมาเวลาประมาณ 17.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้เดินทางกลับโดยกล่าวสั้นๆว่า “ศาลท่านไม่ให้ กลับ”

มีรายงานว่า สาเหตุที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เเละคณะเดินทางมายื่นคำร้องขออนุญาตให้ศาลออกหมายจับนายเอกชัย เมื่อวันที่ 12 ม.ค. เป็นข้อหาความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ จากการโพสต์เฟซบุ๊กของนายเอกชัย ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายลามกอนาจาร ศาลพิจารณาคำร้องแล้วเห็นควรยกคำร้องขอออกหมายจับ เนื่องจากในชั้นนี้เห็นว่าควรออกหมายเรียกนายเอกชัย มารับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนก่อน จะมีการออกหมายจับ

กปปส.จ่อพบอัยการนัดสั่งฟ้องคดี

นายสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ ไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.) กล่าวยืนยันว่า ในวันนัด 24 ม.ค. ซึ่งอัยการคดีพิเศษให้ กปปส.ทั้งหมดมารายงานตัวเพื่อฟังคำสั่งคดีกบฏ และหากฟ้องจะส่งตัวยื่นฟ้องต่อศาลอาญานั้น ทางแกนนำ กปปส. ทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ และแกนนำ กปปส. รวมทั้งกลุ่มอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมจะไปตามวันนัดและหากฟ้องได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้พร้อม ส่วนแกนนำ กปปส.จะได้ไปรายงานตัวครบทุกคนหรือไม่ ตนไม่ทราบ ทั้งนี้แต่ละคนต้องรอตรวจสอบใกล้วันนัดว่ามีใครติดภารกิจอะไรหรือไม่ แต่ยืนยันว่างระดับแกนนำพร้อมไปรายงานตัวกับอัยการตามนัด