วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟังใครดี

ประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือบอร์ด กกท. ล่าสุดเมื่อวันก่อน และเป็นการประชุมครั้งแรกในสมัยที่มี ประธานชื่อ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ บุรุษผู้สวมหมวกหลายใบ ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้มาดำรงตำแหน่งนี้ นอกเหนือจากตำแหน่งทางกีฬาที่เป็นทั้งประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมกีฬาว่ายน้ำฯ

เรื่องที่เป็นประเด็นสำคัญ และเป็นหน้าที่อย่างเป็นทางการ ก็มีการพิจารณาตั้งคณะกรรมการสรรหา เพื่อคัดเลือกผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย

ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีแนวทางจาก รมต.การท่องเที่ยว และกีฬา วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ที่กำกับดูแลการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มอบหมายให้ทาง “ฟอนซา” หรือ สหพันธ์สมาคมกีฬาชาติ ช่วยร่างคุณสมบัติของผู้ว่าการ กกท. โดยประธานฟอนซา พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย ก็ได้แต่งตั้งคณะทำงานร่างคุณสมบัติขึ้นมา อันมี พิมล ศรีวิกรม์ เป็นประธาน

ย้อนกลับไปในวันประชุมบอร์ด กกท. ก่อนเข้าประชุม อดีตประธานโอลิมปิก ซึ่งปัจจุบันเป็น ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ตลอดชีพของคณะกรรมการโอลิมปิก และเป็นบอร์ดการกีฬาฯ อยู่ด้วย ในฐานะของผู้แทนประธานคณะกรรมการโอลิมปิกฯ ซึ่งก็คือ ผู้แทนของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (หวังว่าคงไม่งง) ก็คือ “บิ๊กอ๊อด” พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ระบุถึงอำนาจในการสรรหาคณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการ กกท. เป็นของประธานบอร์ด กกท. ส่วนคุณสมบัติท่านก็ให้สัมภาษณ์บอกไปว่า อยากได้ คนแบบไหน

แต่หลังประชุม รองประธานบอร์ดฯ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นผู้ออกมาให้ข่าว ระบุประธานบอร์ดจะเป็นผู้คัดเลือกคณะกรรมการสรรหาขึ้นมา และตั้งเป้าจะได้ตัวผู้ว่าการ กกท.คนใหม่ ก่อนคนเก่าจะ หมดวาระลง (เดือน มิ.ย.) แต่ถ้าหายังไม่ได้ คนเก่าสามารถรักษาการต่อไปภายใน 1 ปีได้ตามกฎหมาย

เชื่อว่าไม่มีใครสงสัย ในอำนาจของประธานบอร์ด กกท. ที่จะเป็นผู้ชี้ขาดทั้งกรรมการสรรหา และคงต้องรวมถึงการชี้ขาดในตัวผู้ว่าการ กกท. ด้วย

และต้องยอมรับความจริงกันว่า ท่านประธานบอร์ด กกท. พล.อ.ประวิตร นั้น แม้จะมีหมวกในทางกีฬา และได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี ให้มาดูแลในบทบาทนี้ แต่ท่านก็ไม่ได้เป็นคนกีฬาแต่ดั้งเดิม หรือฉายภาพให้เห็นว่าเป็นคนกีฬา ที่เข้าอกเข้าใจและรับรู้เรื่องราวในวงการกีฬามายาวนาน

นั่นจึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า เรื่องของกีฬา หรือเรื่องของการสรรหาตัวผู้ว่าการ กกท.นี้ ย่อมต้องมีคู่คิด ผู้ช่วยคิด รวมถึงต้องมีผู้เสนอความคิด ให้กับท่าน

ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ ก็ย่อมต้องอยู่รอบๆตัวท่าน เมื่อท่านอยู่ในโอลิมปิก ซึ่งก็มีทั้งอดีตประธานโอลิมปิก และเลขาธิการโอลิมปิก อันเป็นคีย์แมนตัวจริง ที่แนวคิดของทั้งสองอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้

รวมถึงรองประธานบอร์ดฯ และ รมต.กีฬา วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ที่กำกับดูแล กกท. ซึ่งโยนเรื่องให้ “ฟอนซา” ช่วยคิด

ความสำคัญจึงไม่ใช่ใครคิด ใครบอก แต่ อยู่ที่ท่านจะเชื่อใคร...

“เบี้ยหงาย”