วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนแห่ลูบไล้ 'แม่ทองคำ' เหลือมยักษ์ วัดห้วยระย้า เชื่อรักษาโรค (คลิป)

เปิดประวัติ "แม่ทองคำ" เหลือมยักษ์ แห่งวัดห้วยระย้า ชาวบ้านแห่ลูบไล้ตัวเชื่อรักษาโรคภัย ให้โชคลาภ ด้านสัตวแพทย์ เตือน ผิวหนังงูมีเชื้อแบคทีเรีย หากเข้าสู่ร่างกายคนอาจจะให้ป่วย รุนแรงสุดถึงขั้นเสียชีวิต

วันที่ 12 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ วัดห้วยระย้า ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช หลังมีเสียงร่ำลือว่า งูเหลือมยักษ์ที่อยู่ภายในวัดแห่งนี้ สามารถรักษาโรคให้กับผู้คนได้ และได้พบกับ พระบุญเลิศ พูลสวัสดิ์ อายุ 66 ปี พระลูกวัดที่เลี้ยงเอาไว้ภายในกุฏิที่พัก โดยเป็นงูเหลือมขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 5 เมตร น้ำหนักราวกว่า 100 กิโลกรัม กำลังนอนอยู่ในกุฏิ ในสภาพเชื่อง

พระบุญเลิศ กล่าวว่า หลานชายนำงูตัวนี้มาฝากให้ช่วยเลี้ยง เมื่อ 20 กว่าปีก่อน ตอนนั้นยังตัวเล็กมาก แต่รอจนแล้วจนรอดก็ไม่มารับกลับไป อาตมาจึงเลี้ยงต่อมาเรื่อยๆ โดยตั้งชื่อว่า "เหลือมทอง" หรือ "เหลือมทองคำ" ปัจจุบันได้ทำการขึ้นทะเบียนหรือจดทะเบียนสัตว์ไว้กับหน่วยงานของทางการเรียบร้อยแล้ว

"อาตมาเลี้ยงมาราว 10 ปี ตัวของงูก็โตขึ้นเรื่อยๆ มีชาวบ้านมาเยี่ยมที่วัด โยมที่มารู้สึกปวดเมื่อย เห็นงูตัวโต ก็มานอนให้งูทับด้านบน สักพัก ก็บอกว่า อาการปวดเมื่อยที่เป็นอยู่ดีขึ้น หลังจากนั้นก็มีชาวบ้านคนอื่นๆ มานอนให้งูทับบ้าง แล้วมีการพูดการบอกต่อๆ กันไป แต่เห็นว่าเป็นการรบกวนงูเกินไปจึงขอให้จับแค่ลำตัวหรือปลายหาง ต่อมาก็ได้มีคนจากต่างจังหวัดเดินทางมาขอโชคลาภและงูช่วยรักษา บางคนกลับมาใหม่ก็มาบอกว่าโรคที่เป็นอยู่หายไปหรือทุเลาลงก็จะมาทำบุญที่วัด เป็นความเชื่อส่วนบุคคล อาตมาเองก็ไม่อยากขัดศรัทธาญาติโยม"

ชาวบ้านที่เดินทางมาลูบหางงู เพื่อให้ช่วยรักษาโรครายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อทราบข่าวจึงลองเดินทางมาดู ไม่แน่ใจว่างูจะรักษาโรคได้ตามคำร่ำลือหรือไม่ แต่ก็อยากมาดูให้เห็นกับตา มาลูบหางงูและมาทำบุญ ไม่ได้เสียหายอะไร ส่วนชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในละแวกวัดระบุว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ในชุมชน ไม่ค่อยมีใครเข้าไปให้งูรักษาโรค มองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เป็นธรรมชาติของสัตว์ ที่ถูกเลี้ยงมานาน คนส่วนใหญ่ที่มาเป็นคนต่างถิ่น เดินทางมารักษาอาการทางใจ หรือที่พึ่งทางใจมากกว่า


เกี่ยวกับเรื่องนี้ นสพ.เกษตร สุเตชะ สัตวแพทย์ประจำคลินิกสัตว์เลี้ยงพิเศษ รพ.สัตว์ คณะสัตวแพทย์ ม.เกษตรศาสตร์ (มก.) บางเขน กทม. ได้โพสต์ข้อความผ่าน เพจเฟซบุ๊ก สาระพันธุ์สัตว์ซึ่งเป็นสัตวแพทย์ ระบุว่า ไม่มีตำรับแพทย์แผนใดทั้งแผนโบราณและปัจจุบันที่ใช้งูบำบัด และขอเตือนว่า สัตว์เลื้อยคลานโดยเฉพาะงู ที่ผิวหนังลำตัว ช่องปากและทวารจะมี “แบคทีเรียก่อโรคชนิดซัลโมเนลล่า (Salmonella spp.)” ติดอยู่เป็นปกติ พบในทางเดินอาหารของสัตว์เลื้อยคลานและสามารถขับเชื้อออกมาสู่สิ่งแวดล้อมทางอุจจาระ ซึ่งเชื้อโรคชนิดนี้หากเข้าสู่ร่างกายของคน เช่น ผ่านการหยิบของเข้าปาก จะมีอาการป่วย ท้องร่วง ปวดท้อง มีไข้ ภายหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 12-72 ชั่วโมง 

แต่หากเชื้อแพร่เข้าสู่กระแสเลือดไปยังระบบประสาท ไขกระดูก จะทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ อาจจะทำให้เกิดความรุนแรงถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ ดังนั้นจึงต้องล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์ เพื่อป้องกันโรคนี้

เปิดประวัติ "แม่ทองคำ" เหลือมยักษ์ แห่งวัดห้วยระย้า ชาวบ้านแห่ลูบไล้ตัวเชื่อรักษาโรคภัย ให้โชคลาภ ด้านสัตวแพทย์ เตือน ผิวหนังงูมีเชื้อแบคทีเรีย หากเข้าสู่ร่างกายคนอาจจะให้ป่วย รุนแรงสุดถึงขั้นเสียชีวิต 12 ม.ค. 2561 16:44 12 ม.ค. 2561 18:00 ไทยรัฐ