วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกิดอะไรขึ้นที่มาเลเซีย

ยังไม่สิ้นสายใย ถ้าใจยังคิดสู้

แม้ประเทศไทยจะยังไม่แน่ว่าปีนี้คือปี 61 จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ในกระบวนการทางการเมืองเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อไปสู่จุดนั้น

แต่ประเทศเพื่อนบ้านอีก 2 ประเทศ ก็จะมีการเลือกตั้งเหมือนกัน อันได้แก่ กัมพูชา และมาเลเซีย ซึ่งมีนัยสำคัญไม่น้อย

“กัมพูชา” นั้น ทำท่าว่าจะไร้ปัญหา เพราะไม่มีคู่แข่ง

พรรครัฐบาลของ “ฮุน เซน” คงนอนมาแบบสบายๆ เนื่องจากฝ่ายค้านหายไปกับสารบบการเมืองโดยปริยาย

เนื่องจากหัวหน้าพรรคกรรมการถูกจับและต้องหลบหนีออกนอกประเทศ พร้อมด้วยคำสั่งให้ยุบพรรค
เท่ากับว่าไม่มีคู่ต่อสู้ทางการเมืองอันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าไม่มีอะไรสั่นคลอนได้ เพราะไม่สนใจว่าจะมีการทักท้วงจากนานาชาติก็ตาม

การปิดประตูพรรคฝ่ายค้านก็เพื่อให้มั่นใจได้ว่าชนะการเลือกตั้ง 1,000%

อีกประเทศคือมาเลเซียที่นายกฯนาจิบ ราซัค หัวหน้าพรรคอัมโน จะครบวาระการดำรงตำแหน่งในปีนี้ และคาดว่าจะมีการยุบสภาก่อน เพื่อเป็นคุณต่อชัยชนะที่จะเกิดขึ้น

การเมืองของมาเลเซีย แม้จะมีการเลือกตั้งผ่านระบอบประชาธิปไตย แต่ปรากฏมีพรรคการเมืองพรรคเดียว ที่เรียกว่า “อัมโน” จะชนะการเลือกตั้งได้บริหารประเทศมาตลอด

จนกลายเป็นประเทศเผด็จการประชาธิปไตยไปโดยปริยาย

พรรค “อัมโน” นั้นรวบรวมพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก แม้จะเป็นอิสระต่อกัน แต่การเลือกตั้งจะชูผู้นำที่ได้รับความเห็นชอบจากทุกพรรค

ด้วยการดำเนินการในลักษณะนี้โอกาสที่พรรคฝ่ายค้านจะชนะเลือกตั้ง จึงแทบจะไม่มีความเป็นไปได้เลย

“นาจิบ ราซัค” จึงมีความได้เปรียบ น่าจะลอยลำด้วยซ้ำไป

แต่การเมืองยังไม่มีอะไรแน่นอน เพราะปรากฏว่าเกิดความเปลี่ยนแปลงที่ไม่น่าเชื่อจะเกิดขึ้นมาได้ เมื่อพรรคแนวร่วมฝ่ายค้านชูมือบุคคลสำคัญทางการเมืองของมาเลเซียให้นำทัพเลือกตั้งครั้งนี้

“ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด” วัย 92 ปี อดีตนายกฯ 5 สมัยที่ยาวนาน และเป็นหัวหน้าพรรคอัมโน สร้างความเจริญให้มาเลเซียอย่างก้าวกระโดด แซงหน้าประเทศในกลุ่มอาเซียนอย่างไม่คาดคิด

นั่นเป็นเพราะเขามีความรู้ความสามารถ มีวิสัยทัศน์ แม้จะเป็นนายแพทย์แต่กลับหันมาสู่สนามการเมืองที่ประสบความสำเร็จ

เขาเป็นคนหนุ่มที่มีความคิดทางการเมือง การพัฒนาประเทศและสร้างความเป็นปึกแผ่นให้ชาวมาเลเซีย ด้วยการได้มีสิทธิพิเศษในการเข้าถึงแหล่งเงิน เพื่อนำไปประกอบธุรกิจและเป็นการถ่วงดุลกับชาวจีนที่คุมเศรษฐกิจของประเทศ

“ภูมิบุตรา” คือนโยบายสำคัญนี้ ด้วยการเขียนหนังสือเป็นการชี้แนวทางที่ชัดเจน

เรื่องนี้ทำให้มีปัญหาจนถูกไล่ออกจากพรรคอัมโม ซึ่งมีนายกฯอับดุล ราห์มาน เป็นหัวหน้าพรรคและรัฐบุรุษที่ปลดแอกจากอังกฤษ เนื่องจากไม่พอใจแนวคิดนี้ เกรงว่าจะเกิดความแตกแยก

กระทั่ง “อับดุล ราซัค” พ่อของนายกฯคนปัจจุบันได้เป็นนายกฯ จึงดึงเข้ามาเป็นรองนายกฯและได้เป็นนายกฯต่อมา

“ดร.มหาเธร์” สมัยเป็นนายกฯมีปัญหากับ “อันวาร์ อิบราฮิม” ซึ่งเป็นทายาททางการเมืองของเขาในการแก้ไขปัญหา “ต้มยำกุ้ง” และถูกกล่าวหาเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกัน ทุกวันนี้ยังถูกจำคุกอยู่

“นาจิบ ราซัค” เคยเป็นรัฐมนตรีในสมัยที่ ดร.มหาเธร์เป็นนายกฯ แต่ที่สุดก็เกิดปัญหาในการทุจริต แต่ไม่มีใครเล่นงานได้ ดร.มหาเธร์โจมตีมาตลอด สุดท้ายก็ต้องโดดลงมาจัดการเอง

ที่เจ็บแสบก็คือจับมือกับพรรคฝ่ายค้านของ “อันวาร์ อิบราฮิม”.

“สายล่อฟ้า”

ยังไม่สิ้นสายใย ถ้าใจยังคิดสู้ แม้ประเทศไทยจะยังไม่แน่ว่าปีนี้คือปี 61 จะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ในกระบวนการทางการเมืองเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อไปสู่จุดนั้น 12 ม.ค. 2561 14:19 12 ม.ค. 2561 14:19 ไทยรัฐ