วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทีมชาติกีฬาสแต็ก หนึ่งเด็กรับเชิญนายกฯ


เด็กชายพศวีร์ ธนวัฒน์มงคล ชื่อเล่นปูนอายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก ปูนเป็นนักเรียนคนเดียวของโรงเรียนที่ติดทีมชาตินักกีฬาสแต็ก (กีฬาเรียงแก้วเป็นรูปพีระมิด)

ตอน ม.1 ช่วงเรียนซัมเมอร์ ทางโรงเรียนเอาสแต็กมาสอนเป็นวิชาพละ เรียนไปหนึ่งอาทิตย์เริ่มสนใจขอให้แม่ซื้อแก้วราคา 200 บาท ฝึกเล่นแล้วไปแข่งนัดแรก เป็นงานแข่งสแต็กของประเทศไทย

แต่ไม่ได้รางวัลอะไรเลย

จนขึ้นชั้น ม.2 เพื่อนๆเลิกเล่นสแต็กหมดแล้ว แต่ปูนยังฝึกเล่น แล้วไปแข่งอีกครั้งในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เล่นประเภทเดี่ยว ได้ที่ 4 เหรียญทองแดง ถือเป็นครั้งแรกที่ได้เหรียญ ตอนนั้นรู้สึกดีใจมาก

“ต้องฝึกให้มากกว่านี้” ปูนว่า “ดูยูทูบคนเก่งๆเล่นกัน ทั้งของเมืองนอกและเมืองไทย แต่ส่วนใหญ่จะดูคนไทย”

มีพี่ที่เป็นไอดอลชื่อกรีน เรียนอยู่โรงเรียนเซนต์โดมินิค ตอนนี้อยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พี่กรีนเล่นเก่ง เล่นมาหลายปี มีประสบการณ์มาก ได้รางวัลก็เยอะ

ที่สำคัญเวลาแข่งพี่กรีนไม่ตื่นเต้น ผ่านสนามเยอะจนชิน

กีฬาสแต็ก ถ้าเป็นแมตช์เล็กจะเล่นทั้ง 3 ท่า คือสแต็ก 3-3-3, สแต็ก 3-6-3 และสแต็กไซเคิล แล้วเอาเวลามารวมกัน เรียกว่าผลโอเวอร์ออล ดูว่าจะได้อันดับที่เท่าไหร่

แต่ถ้าเป็นแมตช์ใหญ่จะจับเวลาแต่ละท่า ดูว่าได้เท่าไหร่แล้วจัดอันดับ ส่วนใหญ่เด็กจะแข่ง กีฬานี้เล่นได้ทุกเพศทุกวัย 40 ไปแล้วก็เล่น

ปี 2016 ปูนไปแข่งคัดเลือกได้เป็นนักกีฬาทีมชาติสแต็ก ไปแข่งที่เกาหลีเป็นครั้งแรก

ตอนนั้นปูนยังตื่นสนาม มือสั่น พลาดการแข่งเดี่ยว แข่งคู่ แต่ได้รางวัลเหรียญทองกับเหรียญเงิน ประเภททีม ปูนคิดว่าได้ประสบการณ์ คือได้เจอคนเก่ง

กลับจากเกาหลี ปูนกลับมาพัฒนาตัวเองหาเวลาให้มากขึ้น ฝึกซ้อมวันละชั่วโมงถึง 2 ชั่วโมง ถ้าวันไหนฟิตหน่อยก็ 4 ชั่วโมง

ท่าที่ปูนต้องฝึกให้มากคือสแต็กไซเคิลที่จะยากสุด ปูนพลาดท่านี้บ่อย

กว่าจะผ่านท่านี้ได้ก็ต้องลองเล่นโดยไม่จับเวลา ถ้าต้องเร่งก็จะพลาดมากขึ้น

ถ้าช่วงไหนเรียนหนักมีการบ้านมากก็จะเลิกซ้อม เคลียร์ทุกอย่างเสร็จเหลือเวลาหนึ่งอาทิตย์ก็ซ้อมอย่างหนัก และก่อนแข่งหนึ่งวันก็ซ้อมแบบเอาเป็นเอาตาย

แต่ถ้ามีการบ้านเยอะ แมตช์เล็ก ปูนก็จะไม่ไปแข่ง จะอยู่บ้านทำการบ้าน ถ้าเป็นงานใหญ่จะไม่พลาด ปูนติดตามข่าวจากเฟซบุ๊กของสมาคมฯตลอด

ปูนบอกว่า การเล่นสแต็กเหมือนมีสมาธิมากขึ้น เมื่อก่อนเป็นคนสมาธิสั้น พอเล่นสแต็กแล้วเหมือนจะนิ่งขึ้น เวลาเล่นกีฬาสแต็กเหมือนอยู่กับตัวเอง การเรียนก็ดีขึ้น

พอขึ้น ม.3 ปูนไปแข่งสแต็กที่ไต้หวัน ได้มา 1 เหรียญทองแดง ท่าไซเคิล แต่มือก็ยังสั่นเหมือนเดิม ตื่นเต้นเห็นคนมามุงดูกันเยอะ

ตอนไปแข่งสแต็กที่สิงคโปร์เป็นการแข่งที่แย่สุด เพราะไม่ได้เหรียญทองเลย ได้แต่เหรียญเงินกับเหรียญทองแดง

“ผมไม่เข้าใจตัวเอง ผ่านมาสองประเทศแล้ว ควรจะได้เหรียญทองกลับมา ไม่ควรจะมือสั่นแล้ว แต่ก็ยังสั่นเหมือนเดิม”

จากที่ไปต่างประเทศแต่ละครั้งได้ประสบการณ์กลับมาทุกครั้งก็คิดว่าไม่อยากมือสั่น เพราะไปแข่งมาเห็นทุกคนนิ่งหมด มีผมคนเดียวที่ยังสั่น

ปีที่ไปไต้หวัน ปูนถึงขั้นสวดมนต์ ตั้งนะโมสามจบ แต่หลังๆก็ไม่ได้ทำ เพราะคิดว่าอยู่ที่ตัวเราเอง

ปูนอาจกดดันตัวเอง ตั้งเวลาไว้สูง พอเริ่มเล่นเวลาที่ตั้งไว้ก็อยู่แต่ในหัว ทำให้รู้สึกกดดัน เวลาที่ดีที่สุดที่ได้รางวัลคือ 1.4 ถึง 1.5 วินาที แต่ปูนทำได้แค่ 1.8 ถึง 1.9 วินาที

ถามว่ากลัวประเทศไหนบ้าง ปูนบอกส่วนใหญ่ก็กินกันไม่ลงแต่ที่กลัวมีเกาหลี มาเลเซียและอเมริกา

ความฝัน ปูนอยากเป็นพนักงานวิทยุการบิน

จบ ม.3 แล้ว อาจจะต่ออัสสัมชัญเหมือนเดิม เรียนด้านภาษา เพราะวิทยุการบินใช้ภาษา อีกอย่างปูนเป็นคนชอบพูด คิดว่าอยากจะพูดอะไรที่มีสาระกับเขาบ้าง

ตั้งใจอยากฝึกภาษาจีนให้มากขึ้น เพราะแม่บอกว่าภาษาจีนสำคัญ ส่วนภาษาอังกฤษได้แล้ว ปูนฝึกภาษาอังกฤษจากการดูหนัง ฟังเพลง

ปูนชอบวิชาอังกฤษเพิ่มเติม ส่วนกีฬาอื่นก็มีเล่นฟุตบอลกับเพื่อนๆ ชอบดูบอลอังกฤษกับสเปน แม่กำลังจะให้เรียนฟุตบอลเพิ่ม

ช่วงปิดเทอม พ่อให้มาทำงานที่ร้าน ปูนช่วยเสิร์ฟอาหารอย่างเดียว เพราะเคยจดบิลอาหารแล้วจดผิด อาชีพสำรองที่มองไว้ก็คือมาดูแลร้านอาหารแทนพ่อ

ปูนบอกว่า เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ครูส่งข่าวมาทางไลน์แม่ แล้วแม่ส่งให้อ่าน ในไลน์บอกว่าปูนได้รับรางวัล ครูเน้นคำว่ารับรางวัลกับนายกรัฐมนตรี ตอนนั้นปูนรู้สึกดีใจมาก

แต่พอผ่านไปหลายเดือนก็ลืม จนไปเห็นลุงตู่ในทีวี ก็จำได้ว่าวันที่ 8 มกราคม ต้องไปรับรางวัลที่ทำเนียบรัฐบาล

และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ปูนไปถึงโรงเรียนตั้งแต่ 06.30 น. เตรียมแก้วสแต็กไปฝากนายกรัฐมนตรี

ระหว่างเข้าไปนั่งรอ ปูนตื่นเต้นมาก ท่านนายกฯให้โอวาทว่า เด็กไทยทุกคนเป็นคนดีเพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในการร่วมกันพัฒนาประเทศให้มีความก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

นายกรัฐมนตรีพูดจบ ติดภารกิจอื่น ปูนถูกขานชื่อขึ้นไปรับโล่จากนายแพทย์ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ปูนตัวสั่นตอนขึ้นไปบนเวที รับรางวัลนักเรียนดีเด่นนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติด้านกีฬาและนันทนาการ จากทั่วประเทศ 785 คน

รางวัลนี้ปูนนับตัวเองว่า น่าจะพอเป็นแบบอย่างให้เด็กรุ่นน้อง ปูนแนะนำว่า อยากเล่นสแต็ก ต้องมีการตั้งเป้า ถ้าสนใจจริงๆต้องไปดูในยูทูบ ดูเทคนิคจากแต่ละคน

ปูนเองก็ดูจากยูทูบเหมือนกัน แล้วก็เล่นตามเขา

ประสบการณ์ของปูน การเล่นครั้งแรกจะเล่นอย่างจริงจัง เอาเวลาที่เข้ารอบให้ได้ก่อน ส่วนครั้งที่สองครั้งที่สามก็เร่งไปอีก

สถิติครั้งแรกที่เล่น ปูนทำได้ 20-30 วินาที ตอนนี้ลดลงมาเหลือ 6.2 วินาที และกำลังจะลง 5 วินาที

“เราต้องแข่งทุกท่า เราควรรู้ว่าเราชอบท่าไหน ปูนชอบท่า 3-3-3 และท่าไซเคิล แต่ยังไงแล้วก็ต้องเล่นทุกท่า”

ตอนไหนซ้อมแล้วรู้สึกล้าก็หยุดพัก ถ้าล้าแล้วไปแข่ง ยังไงแก้วก็ล้ม 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเคยไปแข่ง ดีที่ยังเป็นแมตช์ไม่เป็นทางการ

ปูนแนะนำรุ่นน้องต่อไป การแข่งสแต็กในประเทศไทย ถ้าใครได้ถ้วยพระราชทานที่ 1 หรือโอเวอร์ออลรวมที่ 1 จะได้ไปแข่งต่างประเทศฟรี ได้เป็นนักกีฬาของสมาคมฯ ปีนี้การแข่งสแต็กจะไปที่อเมริกา ปูนคงไม่ได้ไป เพราะค่าใช้จ่ายแพง

ปูนตั้งใจจะไปแข่งที่มาเลเซีย แต่รอลุ้นว่าแม่จะใจดีให้ไปรึเปล่า

ปูนตั้งความหวังขอแข่งแค่โซนเอเชียอย่างเดียว แม่จะได้ไม่ออกค่าใช้จ่ายเยอะ

แม่กับโค้ชจะสอนเสมอว่า ใส่เสื้อทีมชาติไปต่างประเทศ ต้องทำตัวดีๆ เพราะมีธงชาติติดอยู่

วันเด็กเสาร์นี้ หากสมาคมกีฬาสแต็กประเทศไทยจัดงาน ปูนตั้งใจจะไป ด้วยเหตุผลสองข้อ ข้อแรกจะเล่นโชว์ให้น้องๆที่สนใจดู ข้อต่อมา จะไปหาโค้ช เพราะคิดถึง.