วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วันเด็กกับอนาคตของเด็กไทย


วันเสาร์สบายๆวันนี้เป็น “วันเด็กแห่งชาติ” รัฐบาลก็จัดงานรื่นเริงให้เด็กได้สนุกไปหนึ่งวันแล้วก็จบกันไปแบบเดิมๆ ท่ามกลางอนาคตที่วิกฤติของเด็กไทย ทั้งที่ กระทรวงศึกษา ได้รับงบประมาณมากที่สุดทุกปี ปี 2561 ก็ได้รับงบประมาณไปกว่า 510,961 ล้านบาท แต่การศึกษาของเด็กไทยกลับล้าหลังชาวโลก สอบตกวิชาทดสอบในปิซ่าทุกวิชา ไม่ว่า การอ่าน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์

วันเด็กปีนี้ ผมมีเรื่องของ เด็กนักเรียนจีน คนหนึ่งมาเล่าสู่กันฟัง

เรื่องของเด็กนักเรียนจีนคนนี้กำลังโด่งดังในโลกออนไลน์ เมื่อครูใหญ่ของโรงเรียนถ่ายภาพนักเรียนวัย 10 ขวบ มีนํ้าแข็งเกาะเต็มหัว เพราะต้องเดินฝ่าหิมะ 4.5 กม. ท่ามกลางอุณหภูมิที่หนาวเหน็บ –9 องศาเซลเซียส ไปเรียนหนังสือที่โรงเรียน แล้วนำลงในเว็บไซต์ แบบขำๆ แต่ปรากฏว่ามีชาวเน็ตกดไลค์ภาพนี้กันมากกว่า 14,000 ครั้งนี้ จนสำนักข่าวต่างประเทศต้องนำภาพและข่าวไปลงเป็นข่าวเผยแพร่ไปทั่วโลก

เรื่องนี้เกิดขึ้นในวันที่ 9 มกราคมนี้เอง เมื่อเด็กชายวัย 10 ขวบ ซึ่งไม่มีการเปิดเผยชื่อ ได้เดินฝ่าหิมะไปถึง โรงเรียนประถมจูอันชานเป่า ในเมืองซินเจี๋ย เขตลู่เตียน มณฑลยูนนาน ในสภาพที่ ใบหน้าแดงระเรื่อจากการกัดเซาะของหิมะและลมหนาว ผมบนหัวมีนํ้าแข็งเกาะอยู่เต็มไปหมด เรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วมชั้นทั้งห้อง ครูใหญ่จึงถ่ายภาพนี้เอาไว้ แล้วนำไปเผยแพร่บนโลกออนไลน์แบบขำๆ แต่กลับได้รับการกดไลค์กว่า 14,000 ครั้งนี้ ป่านนี้คงจะทะลุไปหลายหมื่นไลค์แล้ว

ในข่าวระบุว่า เด็กชายวัย 10 ขวบคนนี้ ต้องเดินจากบ้านที่อยู่ไกลจากโรงเรียน 4.5 กม. เพื่อไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนประถมแห่งนี้ นายฟู่ เหิง ครูใหญ่โรงเรียนเล่าให้นักข่าวฟังว่า วันเกิดเหตุ เป็นวันแรกของการสอบภาคปลาย อุณหภูมิในช่วงเช้าติดลบถึง –9 องศาเซลเซียส นักเรียนคนนี้เรียนอยู่ชั้น ป.3 อาศัยอยู่กับญาติผู้ใหญ่ในบ้านที่ไกลจากโรงเรียนมาก เพราะพ่อแม่ต้องไปทำงานที่เมืองใหญ่ ครูใหญ่บอกว่า เด็กคนนี้เป็นตัวตลกของห้อง มักหาเรื่องตลกมาเรียกเสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วมห้องได้เสมอ จึงได้ถ่ายภาพนักเรียนคนนี้ในสภาพน้ำแข็งเต็มหัวลงในเน็ตแบบขำๆ

สิ่งที่ได้จากข่าว นักเรียน ป.3 วัย 10 ขวบ คนนี้ก็คือ ความใฝ่เรียน ความกล้าหาญ ความวิริยะ แม้จะมีวัยเพียง 10 ขวบ แต่กล้าเดินฝ่าหิมะท่ามกลางอุณหภูมิ -9 องศาเซลเซียส ถึง 4.5 กม. เพื่อไปเรียนหนังสือ ถ้าเป็นเด็กไทย พ่อแม่คงให้นอนเล่นอยู่ที่บ้านแล้ว

ผมอ่านข่าวนี้แล้วก็ไม่แปลกใจที่ ประเทศจีน กำลังจะก้าวข้าม สหรัฐฯ ขึ้นไปเป็น เบอร์ 1 ของโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เทคโนโลยี การศึกษา วันนี้ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ได้สั่งห้ามชาวจีนส่งลูกหลานไปเรียนหนังสือในต่างประเทศ เช่น สหรัฐฯ ยุโรป เพราะ ประเทศจีนมีมหาวิทยาลัยชั้นนำที่เทียบชั้นกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐฯและยุโรปได้แล้ว จึงไม่ต้องไปเรียนในสหรัฐฯและยุโรปอีกต่อไป

ในขณะที่ กระทรวงศึกษาไทย ซึ่งได้งบประมาณปีละกว่า 5 แสนล้านบาท มากเป็นอันดับ 1 มาทุกปี กลับตั้งหน้าตั้งตาที่จะ “ยุบโรงเรียนไอซียู” ที่เป็น โรงเรียนขนาดเล็ก ทั้งๆที่ โรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้ เป็นที่พึ่งทางการศึกษาเพียงแห่งเดียวของเด็กๆในชนบทห่างไกล ยุบไปจนหลายตำบลเหลือเพียง “ตำบลละ 1 โรงเรียน” ผมไม่รู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะสนใจรู้เรื่องบ้างไหม

เมื่อ โรงเรียนประถมขนาดเล็กที่มีนักเรียนราว 80–100 คน ซึ่งได้รับงบจากกระทรวงศึกษาแบบจำกัด ลำบากถึงกับต้องทอดกฐินอาหารกลางวันเด็ก เมื่อถูกยุบทิ้ง เด็กในหมู่บ้านก็ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ทันที พ่อแม่ต้องทำมาหากินในหมู่บ้าน ไม่มีปัญญาหารถไปส่งลูกในโรงเรียนที่ไกลออกไปหลายกิโล

นี่คือสภาพของ “เด็กไทยชนบท” ในวันนี้ที่จะเป็น “อนาคตของชาติ” ในวันหน้า ซึ่ง ถูกรัฐบาลทอดทิ้งอย่างไม่แยแส เมื่อผมได้อ่านข่าวของ เด็กนักเรียนจีนวัย 10 ขวบ ที่เดินฝ่าหิมะไปเรียนหนังสือในโรงเรียนที่ห่างไกลถึง 4.5 กม. ผมก็นึกถึงเด็กไทยในชนบทขึ้นมาทันที เมื่อ ก.ไก่ ยังไม่มีโอกาสได้เรียน แล้วจะไป 4.0 ได้อย่างไร.

ลม เปลี่ยนทิศ