วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กป้อม' สั่งหน่วยงานรัฐซ่อมวงจรปิด คาดโทษหนักหากปล่อยปละละเลย

'บิ๊กป้อม' สั่งหน่วยงานรัฐซ่อมวงจรปิด คาดโทษหนักหากปล่อยปละละเลย

  • Share:

"บิ๊กป้อม" สั่งหน่วยงานรัฐเตรียมเชื่อมโยงกล้องวงจรปิด 74 จังหวัด เร่งซ่อมแซม-เปลี่ยนเพิ่มเติม หากละเลยมีโทษ พร้อมเล็งลดภาษีเอกชน ดึงติดตั้งเพิ่ม

เมื่อวันที่ 12 ม.ค.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารการบูรณาการแผนและระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ว่า การประชุมในวันนี้มีความก้าวหน้าไปมาก โดยจะต้องตรวจสอบกล้องซีซีทีวีว่าตัวไหนใช้ได้ ตัวไหนใช้การไม่ได้แล้วจะต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนเพิ่มเติม ซึ่งจะต้องบูรณาการเชื่อมโยงทั้ง 74 จังหวัด ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนใต้จะแยกออกไป ทั้งนี้กล้องซีซีทีวีทั้งประเทศมีจำนวนกว่า 300,000 ตัว

ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เป็นความตั้งใจของรัฐบาลที่จะเชื่อมโยงกล้องวงจรปิดทั้งประเทศ ทั้งของภาครัฐและเอกชน เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะที่จะมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ให้มีมาตรการในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนมากขึ้น และสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนจากหลักฐานของกล้อง รวมถึงลดคดีอาชญากรรม และติดตามตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมและลดกำลังพล โดยเฉพาะจุดผ่านแดนและย่านการค้าต่างๆ

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร ได้กำชับให้ทุกหน่วยราชการดำเนินการอย่างเร่งด่วน ในการสร้างความเป็นธรรมกับประชาชน โดยเฉพาะหลักฐานต่างๆ และเพื่อขับเคลื่อนสิ่งที่มีอยู่ในลักษณะการมีส่วนร่วม ซึ่งกล้องสาธารณะจะต้องครอบคลุมทุกพื้นที่ที่เป็นจุดเสี่ยง ที่ผ่านมาได้สำรวจสภาพกล้องทั้งประเทศ พบว่ามีกล้องทั้งหมด 367,000 กว่าตัว ทั้งภายในและนอกอาคาร ทั้งระบบอนาล็อกและดิจิทัล ซึ่งอยู่ระหว่างซ่อมแซม ชำรุดประมาณ 8,000 ตัว ซึ่งทุกส่วนราชการจะต้องซ่อมแซม หากไม่ทำจะถือว่าบกพร่องในหน้าที่ ตามระเบียบว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และจะต้องเชื่อมโยงกล้องทั้งหมดให้ได้ จึงได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด คือ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการเชื่อมโยง ที่มีกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน และคณะอนุกรรมการบริหารจัดการระบบหรือข้อมูล ที่มีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) และสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน สำหรับการบริการจัดการและการใช้ประโยชน์นั้น ศูนย์เทคโนโลยีและการจัดการเขตที่ 1-12 ของกระทรวงมหาดไทยเป็นศูนย์ในการจัดการระดับภาค ส่วนศูนย์ระดับจังหวัดจะมีจังหวัดกับ 191 ของแต่ละจังหวัดเป็นผู้บริหารจัดการ

พล.ท.คงชีพ กล่าวต่อว่า จะนำมาตรการทางภาษีมาใช้ในการดึงภาคเอกชน นำกล้องซีซีทีวีมาติดตั้งเพิ่มเติม ซึ่งดีอีจะจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ส่วนการดำเนินการสำรวจได้เร่งรัดให้กระทรวงมหาดไทย สำรวจกล้องซีซีทีวีที่มีอยู่ดำเนินการให้ใช้ได้ และติดตั้งให้เพียงพอ โดยเฉพาะ 27 จังหวัดชายแดน ซึ่งมีช่องผ่านชายแดนต่างๆ เบื้องต้นมีการรายงานมาแล้ว 10 จังหวัด โดยจะเร่งรัดให้อีก 17 จังหวัดที่เหลือรายงานเข้ามาให้เร็วขึ้น ซึ่งหากละเลยเพิกเฉยปล่อยให้กล้องวงจรปิดในความรับผิดชอบเสีย ตั้งใจให้เสีย หรือส่อทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่จะมีบทลงโทษ นอกจากนี้จะพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อเชื่อมโยงทั้งระบบดิจิทัล และอนาล็อกซึ่งพัฒนาได้แล้ว โดยในระยะที่ 1 ปี 2561-2562 จะนำร่องใน 4 จังหวัดที่มีความพร้อม ประกอบด้วย กทม. ภูเก็ต เชียงใหม่ และนครสวรรค์ เพื่อเป็นต้นแบบ และจะขยายไปในอีก 15 จังหวัด ส่วนระยะที่ 2 จะเชื่อมโยงระบบในอีก 55 จังหวัด ที่ยังต้องเตรียมความพร้อมในระบบโครงสร้างพื้นฐานก่อน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้