วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"Digital Tachograph" นวัตรกรรมกล่องดำบนรถยนต์

“ปรัชญาการทำงานของผมคือ คุณภาพ คู่คูณธรรม” โดยยึดสิ่งนี้ในการดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่เริ่มนี่เป็นคำพูดช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ “คุณอรรถการ ตฤษณารังสี” ประธานสถาบันอบรมซันชิโร่ และประธานบริษัทในเครือ ดับบลิว.ซี.เอส. ซันชิโร่ กรุ๊ป ที่ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องดึงตัวถังรถยนต์ ห้องพ่น-อบสีรถยนต์ เครื่องกระตุกตัวถังรถยนต์ จากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ “ซันชิโร่”

รวมทั้งยังมีสถาบันศูนย์ฝึกอบรมซันชิโร่ที่เน้นสร้างแรงงานและพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมุ่งเป็นแหล่งการเรียนรู้แบบสหวิทยาการด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและประหยัดพลังงานในการใช้ยานพาหนะ

คุณอรรถการเล่าว่า ด้วยความที่คลุกคลีในแวดวงซ่อมตัวถังรถยนต์มายาวนาน และมีสถาบันอบรมฯ ทำให้รู้ว่า การที่รถยนต์ประสบอุบัติเหตุ ส่วนหนึ่งก็มาจากการความไม่พร้อมของตัวรถ ความประมาทของผู้ขับขี่ ซึ่งเหตุเหล่านี้สามารถป้องกันและเพิ่มความระมัดระวังได้

“จากช่องว่างในจุดนี้ทำให้ผมเล็งเห็นโอกาส จึงได้นำเสนอนวัตกรรมระบบดาต้า เรคคอร์เดอร์ : ดิจิทัล ทาโคกราฟ (Data Recorder : Digital Tachograph) โดยเป็นระบบที่คล้ายกล่องดำบนเครื่องบิน คือจะเก็บข้อมูลการใช้งานของรถจากผู้ขับขี่แต่ละคน จากการที่ผู้ขับต้องใช้ใบขับขี่รูดที่เครื่องบันทึก ซึ่งปัจจุบันระบบได้ผนวกรวมกับระบบ GPS เข้าไปอีกด้วย”

ทั้งนี้ ระบบ Data Recorder : Digital Tachograph มีความละเอียดกว่า GPS ถึง 30-60 เท่า และเข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี 2554 โดยบริษัทได้ร่วมมือกับบริษัท ไทย ยาซากิ เน็ตเวิร์ค จำกัด บริษัทในเครือของยาซากิ คอร์ปอเรชั่น ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2472 มีประสบการณ์ด้านการขับขี่ปลอดภัยและประหยัดในประเทศญี่ปุ่นมากกว่า 50 ปี

จนกระทั่งได้พัฒนาระบบจีพีเอส “อิคคิวซัง” (iQsan) ขึ้น และเริ่มใช้งานจริงในประเทศไทยตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2559 โดยประเทศ ไทยเป็นตลาดแรกของกลุ่มยาซากิที่เริ่มใช้งาน จากนั้นก็ขยายทำตลาดในประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซียต่อไป

คุณอรรถการเล่าต่อว่า ระบบอิคคิวซังเป็นระบบจีพีเอสนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ โดยระบบนี้สามารถเป็นฐานสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลในการสร้างความปลอดภัยให้เป็นรูปธรรม ซึ่งข้อมูลพฤติกรรมการขับรถจะถูกบันทึกด้วยระบบ Data Recorder : Digital Tachograph เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อหาสาเหตุของการแก้ไขประเด็นความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการขับรถ

ทั้งนี้ ยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการขนส่งทางบกของประเทศไทยให้มีมาตรฐานสูงขึ้น และเป็นที่ยอมรับแก่นานาประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มอาเซียน ซึ่งระบบมีทั้งหมด 4 ฟังก์ชัน 1.ฟังก์ชันด้านความปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุด้วย 2 ฟังก์ชันการทำงาน โดยการกำหนดสถานีปลายทาง โดยสามารถตรวจสอบเส้นทางการวิ่ง เวลาเข้า-ออกของรถ รวมถึงสถานที่ ซึ่งทำให้ง่ายต่อการจัดการและติดตามรถ

อีกทั้งยังกำหนดแผนที่จุดเสี่ยงให้ระวังการขับขี่บริเวณสถานศึกษาและแหล่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งระบบจะส่งเสียงเตือนเป็นคำพูด

อาทิ ท่านใช้ความเร็วเกินกำหนด ท่านขับรถเกินชั่วโมงทำงาน ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันระบบได้พัฒนารองรับภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ และภาษา มาเลเซีย โดยในอนาคตจะพัฒนาอีก 10 ภาษา ครอบคลุมอาเซียน

2.ฟังก์ชันด้านประสิทธิภาพ โดยการตรวจสอบเส้นทางการวิ่งแบบ real time พร้อมอัพเดตสถานการณ์การเดินรถได้อย่างรวดเร็ว สามารถบันทึกประวัติเส้นทางการขับขี่ย้อนหลัง และประเมินพฤติกรรมด้านความปลอดภัยในการขับขี่ของคนขับ 3.ฟังก์ชันด้านประหยัด ช่วยในการประมวลผลการใช้น้ำมันและยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์โดยจากสถิติที่ทำการทดสอบมาสามารถประหยัดพลังงานได้ตั้งแต่ 10-30% จากการใช้เกียร์ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ลากรอบเครื่องยนต์ และ 4.ฟังก์ชันด้านเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยสามารถตรวจสอบการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์เพื่อลดการปล่อยควันพิษออกสู่ท้องถนน

คุณอรรถการเล่าว่า ต้นทุนในการติดตั้งระบบจะอยู่ที่ประมาณ 30,000 บาทต่อคัน โดยตัวเครื่องจะมีเป็นจอแสดงผลสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเมนูให้เลือกใช้งานชัดเจน โดยก่อนหน้านี้เราก็ได้มีการนำไปทดสอบใช้งานจริงกับรถบรรทุกของบริษัทต่างๆ อาทิ ดัชมิลล์ ไปรษณีย์ไทย โอสถสภา เป็นต้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับที่ดี โดยปัจจุบันมีลูกค้าติดตั้งไปแล้วกว่า 10,000 คัน

ท้ายสุดคุณอรรถการ ได้บอกเล่าถึงสิ่งที่คาดหวังหากประเทศไทยใช้ระบบนี้อย่างจริงจัง จะช่วยลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุประมาณการอย่างต่ำ 5% ในปีแรก และ 30% ภายใน 5 ปี, ลดการใช้พลังงานในการขนส่งเนื่องจากมีการใช้รถอย่างมีประสิทธิภาพ, ทราบพฤติกรรมของผู้ขับขี่อย่างเป็นรูปธรรม สามารถแบ่งกลุ่มพนักงานที่ขับดีและต้องปรับปรุงได้ เป็นต้น

นอกจากนี้เร็วๆนี้บริษัทจะพัฒนา Smart Pallet นวัตกรรมใหม่ของพาเลซที่มีระบบตรวจจับแรงสั่นสะเทือน ตรวจสอบอุณหภูมิได้ พร้อมระบบบอกตำแหน่งของสินค้าได้อีกด้วย.

“ปรัชญาการทำงานของผมคือ คุณภาพ คู่คูณธรรม” โดยยึดสิ่งนี้ในการดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่เริ่มนี่เป็นคำพูดช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ “คุณอรรถการ ตฤษณารังสี” 12 ม.ค. 2561 12:54 12 ม.ค. 2561 12:55 ไทยรัฐ