วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วิทย์-ดีอีปาดหน้าชิง “บิ๊กร็อก” หลังรัฐล้างท่องบกลางโอนไปรวมจัดงบพิเศษ

วิทย์-ดีอีปาดหน้าชิง “บิ๊กร็อก” หลังรัฐล้างท่องบกลางโอนไปรวมจัดงบพิเศษ

  • Share:

รัฐล้างท่ออนุมัติงบกลางสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศลอตสุดท้าย 7 โครงการ รวม 2,201 ล้านบาท ก่อนตัดงบที่เหลือเข้าสู่บิ๊กร็อก 8,400 ล้านบาท กระทรวงวิทย์ฯและดีอี ประเดิมชิงเค้กงบบิ๊กร็อก 7,694 ล้านบาท ด้านคลังเนื้อเต้นหลังกรมสรรพากรเผยตัวเลขการใช้สิทธิหักรายจ่ายลงทุน 1.5 เท่าสิ้นปี 2560 มีถึง 1 หมื่นราย เงินลงทุนกว่า 2.8 แสนล้าน ส่งให้การลงทุนภาคเอกชนดีขึ้น

นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการขอรับการสนับสนุนงบกลางรายการค่าใช้จ่ายส่งเสริม และสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2560 ซึ่งมีวงเงินรวม 190,000 ล้านบาท ได้อนุมัติงบประมาณให้หน่วยงานที่เสนอขอรับงบประมาณ แต่ยังค้างพิจารณาอยู่รวมวงเงิน 2,201 ล้านบาท สำหรับ 7 โครงการ ซึ่งหลังจากอนุมัติงบประมาณรอบนี้แล้ว จะทำให้เหลืองบประมาณสำหรับนำไปทำงบประมาณระบบพิเศษเพื่อให้เกิดการปฏิรูปภาคเกษตรและฐานราก หรือที่เรียกว่า “บิ๊กร็อก” จำนวน 8,400 ล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการที่ได้รับอนุมัติงบประมาณประกอบด้วย โครงการจัดทำแผนแม่บทอนุรักษ์และพัฒนาเมืองเก่าของ 24 เมืองใน 23 จังหวัดวงเงิน 110 ล้านบาท, โครงการนำนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เพื่อขับเคลื่อนไทยแลนด์ 4.0 วงเงิน 331 ล้านบาท, โครงการนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนของอีสาน ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น วงเงิน 582 ล้านบาท, โครงการศูนย์วิจัยพัฒนา ทดสอบ และถ่ายทอดเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงของประเทศไทย ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 289 ล้านบาท เป็นต้น

ในส่วนของการของบประมาณบิ๊กร็อกวงเงิน 8,400 ล้านบาทนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 2 กระทรวงแรกที่เสนอขอใช้วงเงินดังกล่าวมาแล้วคือ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วงเงินรวมกัน 7,694 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการโดยให้ไปหารือกับสำนักงบประมาณเพื่อคัดเลือกโครงการที่จะสามารถดำเนินการเบิกจ่ายได้ทันเวลาภายในเดือน ก.ย.61 โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯเสนอของบ 14 โครงการ วงเงินรวม 3,491 ล้านบาท
มีโครงการสำคัญเช่น โครงการธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติเพื่ออนุรักษ์ วิจัย และใช้
ประโยชน์ วงเงิน 800 ล้านบาท โครงการยกระดับโอทอป ใน 10 จังหวัดที่ยากจนที่สุด วงเงิน 440 ล้านบาท

ขณะที่กระทรวงดีอีเสนอขอใช้งบบิ๊กร็อก 5 โครงการ วงเงิน 4,203 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการขยายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงิน 602 ล้านบาท และโครงการของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล 4 โครงการ วงเงินรวม 3,601 ล้านบาทได้แก่ โครงการดิจิทัลในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี), โครงการพัฒนาสภาพแวดล้อมและส่งเสริมการเติบโตของดิจิทัล สตาร์ตอัพ

อย่างไรก็ตาม ยังเหลือกระทรวงที่จะเสนอโครงการเข้ามาใช้งบบิ๊กร็อกอีกหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งคาดว่าคงเกินวงเงินที่มีหลายเท่าตัว

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า จากการที่กรมสรรพากรได้ออกมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศในปี 2560 โดยให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่ายการลงทุนในทรัพย์สินต่างๆ ได้ถึง 1.5 เท่าของรายจ่ายจริง ปรากฏว่า ได้รับการตอบรับจากผู้ประกอบการ โดย ณ สิ้นปี 60 มีผู้ประกอบการใช้สิทธิ 10,411 ราย วงเงินลงทุนรวม 281,000 ล้านบาท เกินกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ ซึ่งเมื่อปลายปี 59 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คาดการณ์ไว้ว่าจะมีผู้ประกอบการลงทุนเพิ่มจากมาตรการภาษีนี้ราว 8,000 ล้านบาท จึงถือได้ว่ามีการลงทุนเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ โครงการหักรายจ่ายการลงทุนได้ 1.5 เท่า เป็นการดำเนินมาตรการที่ต่อเนื่องจากปี 2559 ที่ให้ผู้ประกอบการได้รับสิทธิหักรายจ่ายได้ 2 เท่า โดยมีนักลงทุนเข้ามาขอใช้สิทธิ 8,800 ราย วงเงินลงทุน 80,000 ล้านบาท ส่วนในปี 2560 จะต้องยื่นภาษีในเดือน พ.ค.2561 “ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 60 น่าจะขยายตัวได้สูงกว่าคาดการณ์ที่ 3.8% แต่จะถึงกรอบเพดานสูงสุด 4.3% หรือไม่นั้นจะต้องรอดูข้อมูลให้ชัดเจนอีกครั้ง โดยจะมีการแถลงตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ แต่มั่นใจว่าจะดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายปัจจัยขยายตัวได้ดีขึ้น เช่น การลงทุนของภาคเอกชนใน 9 เดือนของปี 60 มีวงเงินที่ 2.79 ล้านล้านบาท เติบโต 2.9% สูงกว่าเป้าหมายที่ 2.8% ขณะที่การส่งออก 11 เดือนเติบโตเกินเป้าหมายที่ 6% ไปแล้ว”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้