วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตีตั๋วชนโรง: 9 ศาสตรา แอนิเมชั่นคุณภาพของไทยที่ไม่ควรพลาด!

ขึ้นชื่อว่า “หนังไทย” ถ้าไม่ได้รับการอวยเกินจริง ก็มักถูกกดให้ต่ำเกินกว่าเหตุ แต่กับแอนิเมชั่นฝีมือคนไทยเรื่องล่าสุดอย่าง 9 ศาสตรา นั้น เชื่อว่าต่อให้คนที่มีความรู้สึกกับหนังไทยในแง่ลบมาตลอด เมื่อได้ดูก็คงต้องยอมรับว่า แอนิเมชั่นเรื่องนี้มีคุณภาพโดยรวม ที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับแอนิเมชั่นที่มาจากสตูดิโอใหญ่ยักษ์ระดับโลกได้เลย!


9 ศาสตรา หรือชื่อที่ไว้ใช้ขายในตลาดโลกว่า 9 Satra: The Legend of Muaythai สร้างโดยสตูดิโอสัญชาติไทยที่ชื่อ Exformat Film ที่ใช้ทุนสร้างกว่า 200 ล้านบาท เวลากว่า 4 ปี และด้วยทีมงานมืออาชีพทั้งไทย และระดับฮอลลีวูด ที่แน่นอนว่าการลงทุนสูงระดับนี้ คงไม่ได้มองแค่ประเทศไทยเท่านั้น แต่มันคือการโกอินเตอร์สู่ตลาดโลก คำถามที่น่าสนใจคือ แอนิเมชั่นเรื่องนี้จะไปได้ไกลแค่ไหน

แอนิเมชั่นเรื่องนี้ มาด้วยเนื้อเรื่องแฟนตาซีที่ผสมผสานเข้ากับวัฒนธรรมหลากหลาย และตำนานต่างๆ เข้าด้วยกัน กับการผจญภัยของ “อ๊อด” เด็กที่ถูกชะตาลิขิตให้เป็นผู้กอบกู้อาณาจักรรามเทพนคร ที่เมื่อครั้งอ๊อดยังเด็ก อาณาจักรแห่งนี้ได้ถูก “เทหะยักษา” เจ้าแห่งยักษ์เข้ารุกราน เพื่อหมายยึดครองอาณาจักร และ “9 ศาสตรา” อาวุธในตำนาน ซึ่งตอนนี้อยู่ในมือของอ๊อด ที่ตอนนี้กำลังเดินทางไปยังอาณาจักรรามเทพนคร ส่งมอบ 9 ศาสตรา ให้กับองค์รัชทายาทแห่งรามเทพนคร เพื่อปลดปล่อยอาณาจักรแห่งนี้ออกจากเผ่าพันธุ์ยักษ์ที่ยึดครองมาเป็นเวลานาน

สิ่งที่สร้างความประทับใจของ 9 ศาสตรา ตั้งแต่ช่วง 15 นาทีแรก คือ งานภาพแอนิเมชั่นที่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่ซับซ้อน มิติแสงเงาที่เป็นธรรมชาติ งานออกแบบที่ผสมผสานวัฒนธรรมโบราณต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว การประยุกต์ศิลปะมวยไทยเข้ากับจินตนาการเชิงแฟนตาซี ทั้งหมดเป็นองค์ประกอบที่ไม่ค่อยได้เห็นในหนังไทย และที่สำคัญมันถูกนำเสนอออกมาในเชิงของงานคุณภาพมากๆ เสียด้วย

บทภาพยนตร์ ที่มักจะเป็นจุดอ่อนของหนังไทย แต่เรื่องนี้กับแตกต่าง! พล็อตง่ายๆ อย่างการเดินทางผจญภัย พบมิตรสหาย ต่อสู้กับศัตรู ไปจนถึงการกอบกู้อาณาจักร ทั้งหมดเป็นการออกแบบการสื่อสารที่เป็นสากล ใครดูก็เข้าใจได้ไม่ยาก
ในส่วนของการเป็น “หนังแอ็กชั่นฮีโร่” ที่แน่นอนว่าฉากแอ็กชั่นคือจุดขายสำคัญ 9 ศาสตรา ก็สามารถออกแบบฉากต่อสู้ที่ผสมผสานศิลปะมวยไทยลงไปได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ดูสนุก ลุ้น หลายๆ ฉากในเรื่องทำออกมาได้ดีมากๆ เช่น การต่อสู้บนสะพานเชือกตอนต้นเรื่อง การต่อสู้บนเรือเหาะ ไปจนถึงการต่อสู้กันระหว่างคนและยักษ์ในฉากไคลแมกซ์ตอนท้าย เป็นต้น การดูฉากแอ็กชั่นใน 9 ศาสตรา นับเป็นประสบการณ์การดูแอ็กชั่นแอนิเมชั่นที่สดใหม่ ในระดับเดียวกับที่ Kung Fu Panda ภาคแรก มอบให้เลยทีเดียว

ทั้งหมดทั้งมวล โดยไม่ต้องบอกออกมาตรงๆ มันก็เห็นได้ชัดว่า ทีมงานทุ่มเททั้งฝีมือและเวลามากขนาดไหน มันแสดงถึงความทะเยอทะยานของแอนิเมชั่น 9 ศาสตรา ที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อขายคนดูคนไทยเท่านั้น แต่มุ่งเป้าไปสู่ตลาดโลก เพราะคุณภาพเท่าที่เป็นอยู่นี้ ก็พอฟัดพอเหวี่ยงกับแอนิเมชั่นของฮอลลีวูดได้เลย นอกจากทำให้ต่างชาติได้มีโอกาสดูหนังแอนิเมชั่นฝีมือคนไทยแล้ว แอนิเมชั่นเรื่องนี้ยังเป็นผลงานที่เผยแพร่ศิลปะมวยไทยได้ดีชิ้นหนี่งเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม 9 ศาสตรา ก็ไม่ใช่เป็นผลงานที่สมบูรณ์อะไร มันพอมีตำหนิเล็กๆ น้อยๆ ประปราย เช่น บทภาพยนตร์ที่เป็นสูตรสำเร็จไปเสียหน่อย ทำให้เดาทางของเรื่องราวได้ง่ายเกินไป จนลดทอนความสนุกไปกับเนื้อเรื่องลงพอสมควร หรือการพากย์เสียงตัวละคร ที่เอาศิลปินนักร้องมาพากย์ มันยังรู้สึกถึงความไม่เนียนอยู่พอสมควร ไปจนถึงการสร้างตัวละคร “เทหะยักษา” บอสของเรื่องนี้ให้เป็นตัวละครมิติเดียว จนขาดเสน่ห์ที่พึงมีไปอย่างน่าเสียดาย

ในฐานะคนไทยคนหนี่งก็อดภูมิใจไม่ได้ ที่มีโอกาสได้ดู 9 ศาสตรา แอนิเมชั่นสัญชาติไทยที่คุณภาพสูงไม่แพ้แอนิเมชั่นดีๆ ระดับโลกเลย ใครเป็นแฟนอนิเมชั่นคงไม่ต้องบอกอะไรอีก แต่กับคนที่ไม่ชอบหนังไทย อยากให้ลองเปิดใจ ลองตีตั๋วไปชมสักครั้ง ไม่แน่.. มุมมองที่มีต่อหนังไทยของคุณอาจจะเปลี่ยนแปลงไป ก็เป็นได้

อ่านบทความ ตีตั๋วชนโรง เรื่องอื่นๆ

--- ชาแมน ---

Facebook.com/cmzmovie

Twitter.com/Chamanz13

ขึ้นชื่อว่า “หนังไทย” ถ้าไม่ได้รับการอวยเกินจริง ก็มักถูกกดให้ต่ำเกินกว่าเหตุ แต่กับแอนิเมชั่นฝีมือคนไทยเรื่องล่าสุดอย่าง 9 ศาสตรา นั้น เชื่อว่าต่อให้คนที่มีความรู้สึกกับหนังไทยในแง่ลบมาตลอด 12 ม.ค. 2561 03:57 12 ม.ค. 2561 09:55 ไทยรัฐ