วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบช.ภ.6 ลั่นถ้าพบหลักฐานยัน ‘น้องณิชา’ บริสุทธิ์! พร้อมสั่งไม่ฟ้อง

ผบช.ภ.6 เร่งคลี่คลายคดี "น้องณิชา" เหยื่อสาวแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลั่นหากพบพยานหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมสรุปสำนวนสั่งไม่ฟ้อง-เตรียมเรียก 2 เจ้าของบัญชีโอนผิดปกติให้ปากคำ

เมื่อวันที่ 11 ม.ค.61 พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (ผบช.ภ.6) เปิดเผยว่า วันนี้ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 6 ได้ลงพื้นที่ในหลายธนาคาร ที่มีข้อมูลว่าเป็นบัญชีของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกรุงเทพมหานคร และสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง และหาภาพวงจรปิด พยานหลักฐานที่เป็นธุรกรรมทางการเงินว่าใครคือผู้ที่ถอนเงิน หรือกดเงินออกจากตู้เอทีเอ็มตัวจริง พร้อมทั้งได้ออกหมายเรียก นางสาวขวัญ ทองน้อย และนายธีระภัทร นนท์งามวงษ์ ให้เข้ามาให้ปากคำในฐานะผู้กล่าวหา หลังตำรวจพบว่าทั้งคู่มีชื่อในการเปิดบัญชี รับเงินจากผู้เสียหาย เช่นเดียวกับ นางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ที่ออกมาเรียกร้องว่าถูกตำรวจภูธรบ้านตาก จังหวัดตาก ดำเนินคดีก่อนหน้านี้ ทั้งที่ไม่มีส่วนรู้เห็น

ซึ่งชุดทำงานต้องหาพยานหลักฐานให้รอบคอบ และยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนเช่นเดียวกับนางสาวณิชา เพราะเป็นขั้นตอนทางกฎหมายเมื่อเงินเข้าบัญชีผู้ใดบุคคลเหล่านั้นจึงเป็นผู้ถูกกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าพนักงานสอบสวนได้ทำตามขั้นตอน เพราะออกหมายเรียกไปถึง 2 ครั้ง แต่นางสาวณิชา ไม่เข้ามาชี้แจง ทำให้ต้องออกหมายจับ หากตำรวจไม่ดำเนินการใดๆ ก็ถือว่าเป็นการละเลยต่อหน้าที่ เนื่องจากคดีนี้มีผู้เสียหายที่โอนเงิน 1 ล้าน 3 แสนบาท เข้าบัญชี

แต่ทั้งนี้หากพนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐานใหม่ยืนยันความบริสุทธิ์ได้ก็จะสรุปสำนวนมีความเห็นไม่สั่งฟ้อง แต่ตลอดระยะเวลาที่เป็นคดีความนางสาวณิชา กลับไม่นำหลักฐานทั้งภาพวงจรปิด หลักฐานการแจ้งความบัตรประชาชนหาย เข้าชี้แจงกับตำรวจ ซึ่งหลักฐานดังกล่าวปรากฏตามสื่อต่างๆ เท่านั้น โดยหลังจากนี้พนักงานสอบสวนเตรียมเรียกตัวนางสาวณิชาเข้าให้การเพิ่มเติมด้วย

ขณะเดียวกัน ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำงานแต่ละขั้นตอนของตำรวจที่ทำงานว่ามีความบกพร่องในการรวบรวมพยานหลัก รวมทั้งขั้นตอนการออกหมายเรียกแล้วนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง ส่วนนางสาวณิชาจะร้องไปยังหน่วยงานใดให้ตรวจสอบการทำงานของตำรวจนั้น ตำรวจยินดีให้ตรวจสอบการทำงานได้อย่างเต็มที่ และฝากเตือนประชาชนหากเกิดบัตรประชาชน หรือเอกสารราชการสูญหายควรเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน หากเกิดกรณีต้องการความชัดเจน หากตำรวจไม่รับแจ้งความให้ร้องเรียนผู้บังคับบัญชาและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ.