วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มาดูกับมาดาม: “Darkest Hour” ทำความรู้จัก “วินสตัน เชอร์ชิล”

มาดูกับมาดาม: “Darkest Hour” ทำความรู้จัก “วินสตัน เชอร์ชิล”

  • Share:

เป็นหนังดราม่าการเมืองที่ระทึกมาก เป็นสองชั่วโมงนิดๆ ที่พลิกโลก (วิชาประวัติศาสตร์) ทำให้เรารู้จัก “วินสตัน เชอร์ชิล” อดีตนายกรัฐมนตรีคนดังของอังกฤษมากขึ้น...

เปลี่ยนบรรยากาศจากหนังฟีลกู๊ดเบาสมอง หรือแม้แต่หนังแอ็กชั่นฟอร์มยักษ์ช่วงส่งท้ายปีมาที่หนังดราม่าการเมืองกันบ้าง เริ่มต้นปีด้วย “Darkest Hour” หรือชื่อไทย “ชั่วโมงพลิกโลก” ซึ่งสร้างจากเรื่องจริงในประวัติศาสตร์อังกฤษ ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง (ปี 1940) เมื่อหนึ่งในชาติมหาอำนาจของโลกจากฝั่งยุโรปถูกพวกนาซีคุกคามอย่างหนัก


หลายคนคงเคยเห็นตัวอย่างหนัง และใช่ค่ะ...ตัวเอกของเรื่องคืออดีตนายกรัฐมนตรีคนดังของอังกฤษ “วินสตัน เชอร์ชิล” (Winston Churchill) รับบทโดยนักแสดงหนุ่ม “แกรี่ โอลด์แมน” (Tinker Tailor Soldier Spy, 2011) แต่ไม่ใช่หนังเกี่ยวกับชีวประวัติของเขาหรอกนะคะ แต่หนังเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ที่เขามีส่วนเกี่ยวข้องมากถึงมากที่สุดมากกว่า

ฉากที่เราจะได้เห็นบ่อยๆในเรื่อง เมื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล" (แกรี่ โอลด์แมน) ร่างสุนทรพจน์

ต้องบอกว่าวิกฤตการณ์มักสร้าง “วีรบุรุษ” เสมอ และ “ชั่วโมงพลิกโลก” สองสามสัปดาห์ในเดือนพฤษภาคม ปี 1940 ประเทศอังกฤษก็มี “วินสตัน เชอร์ชิล” นี่แหละที่ฉายออร่า แม้ว่าเขาจะถูกแต่งตั้งอย่างปัจจุบันทันด่วนเพื่อตัดสินใจเรื่องที่ไม่มีใครกล้าทำ แต่ก็ด้วยเหตุนี้แหละค่ะที่ทำให้ชื่อเสียงของเขาเป็นที่กล่าวขานไปทั่วโลก

เมื่อ "วินสตัน" (แกรี่ โอลด์แมน) ประกาศสู้กับพวกนาซี

แม้ว่า “แกรี่ โอลด์แมน” นักแสดงผู้รับบท “วินสตัน เชอร์ชิล” และเพิ่งได้รางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเรื่องนี้มาแบบสดๆ ร้อนๆ จะบอกว่า “Darkest Hour” ไม่ใช่หนังชีวประวัติของอดีตนายกฯ ท่านนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังทำให้เราได้รู้จักตัวตนของเขาในหลายๆ ด้าน และมันก็น่าทึ่งมาก เพราะตัวตนของเขาไม่ได้น่ากลัวหรือน่าเกรงขามอย่างที่เข้าใจมาตลอด แต่กลับมีบางมุมที่น่ารักน่าชัง!

"วินสตัน" (แกรี่ โอลด์แมน) กับ "เคลมมี่" (คริสเตน สก็อต โธมัส) ภรรยาคู่ชีวิต

ต้องชมก่อนว่า “แกรี่ โอลด์แมน” รับบทเป็น “วินสตัน เชอร์ชิล” ได้น่าประทับใจมาก (แถมแทบจำหน้าไม่ได้เพราะรูปลักษณ์เปลี่ยนไปมาก) ทรงพลังและมีความน่ารักอย่างเหลือเชื่อ สมแล้วที่คว้ารางวัลลูกโลกทองคำไปได้ เราไม่อาจรู้ว่าตัวจริงของอดีตนายกฯ คนนี้เป็นคนแบบไหน แต่เท่าที่หนังสะท้อนออกมา ต้องนับว่าเป็นผู้นำที่โลกควรชื่นชม โดยเฉพาะเรื่องความใจถึง เด็ดขาด และความเป็นกันเองที่เขามีให้คนรอบตัวตลอดเวลา

เมื่อ "วินสตัน" (แกรี่ โอลด์แมน) ขึ้นรถไฟใต้ดินครั้งแรก

ถ้าใครเคยดู “Dunkirk” (2017) อาจจะพอลิงค์เหตุการณ์กันได้ เพราะเป็นช่วงเดียวกัน “วินสตัน เชอร์ชิล” เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของอังกฤษในช่วงนั้น และเป็นคนออกคำสั่งให้เรือของพลเรือนไปรับทหารอังกฤษที่ถูกพวกนาซีต้อนให้ติดอยู่ที่ชายหาด Dunkirk ให้ได้กลับบ้าน

ถือว่าเป็นหนังดราม่าการเมืองที่ดูไม่ตึงเครียดเท่าที่คิด ส่วนตัวชอบการนำเสนอตัวละคร “วินสตัน เชอร์ชิล” ที่นับว่าเป็นหัวใจของเรื่อง แน่นอนว่าหน้าหนังขายว่าเป็นเรื่องราว “ชั่วโมงพลิกโลก” ของอังกฤษ แต่เพราะแทบทุกอย่างขึ้นกับการตัดสินใจของอดีตนายกฯ คนนี้ ทำให้เรื่อง “ระทึก” และ “น่าตื่นเต้น” มาก เพราะเราไม่มีทางเดาถูกเลยว่าเขาจะมาไม้ไหน (ยิ่งถ้าไม่เคยรู้ประวัติศาสตร์มาก่อนจะยิ่งตื่นเต้น)

เมื่อ "วินสตัน" (แกรี่ โอลด์แมน) อยากลองฟังเสียงจากประชาชน

เอาเป็นว่าหนังมีความดีงามตามประสาหนังประวัติศาสตร์ที่ดูสนุกและไม่เครียด อย่างไรก็ดี หนังไม่ #Mass เพราะเป็นแนวเฉพาะกลุ่ม แต่ก็ #ไม่น่าพลาด เพราะนอกจากเราจะได้เรียนวิชาประวัติศาสตร์แบบรวบตึง (125 นาที) แล้ว ตัวแสดงหลักอย่าง “แกรี่ โอลด์แมน” ก็ดีงามมาก รางวัลลูกโลกก็คว้ามาแล้ว คงต้องมาลุ้นออสการ์ให้นางกันต่อ

จนกว่าจะพบกันใหม่

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้