วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เศรษฐกิจดีต้องมีน้ำใจ


กระแส ปูอยู่ไหน ตามล่าหาอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ถูกกระพือโดย สังคมออนไลน์ เป็นข้อพิสูจน์ว่า สื่อรอง ที่เคยถูกมองข้าม วันหนึ่งจะกลายเป็น สื่อหลัก ที่เอาชนะสื่อ สิ่งพิมพ์ ทีวี วิทยุ ไปอย่างขาดลอย เอาเป็นว่าสื่อหลักในปัจจุบัน ยังต้องอาศัยกระแสจาก สื่ออินเตอร์เน็ต มาเป็นประเด็นข่าวเพราะฉะนั้น ต่อไปสังคมก็จะอยู่กับความ จอมปลอม ไร้สาระ กระแสชี้นำสังคมจะไร้เหตุผล เข้าสู่ยุคของความเลื่อนลอย

นับตั้งแต่ อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ เดินทางออกนอกประเทศ ก็เกิดคำถามว่า ออกไปเส้นทางไหน ใครเป็นคนพาหลบหนี เชื่อว่า จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีใครรู้จริง นอกจากจะเดากันไปตามเรื่อง

หรือแม้แต่ อดีตนายกฯปู อยู่ที่ไหนกันแน่ อังกฤษ หรือ ดูไบ หรือ ประเทศที่สาม ก็ไม่มีใครรู้จริง ใช้พาสปอร์ตอะไรเดินทางในฐานะอะไร ก็ไม่มีใครรู้จริงอีก

กลายเป็นภาระของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องเลี่ยงการตอบคำถามนี้ ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดและอาจจะเป็นเพราะเบื่อกระแสที่เกิดจากโซเชียลในแต่ละวัน หรืออาจจะไม่รู้ว่าจะตอบอะไร

การที่ ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ มาระบุว่า อดีตนายกฯปู อยู่ที่ อังกฤษ ตั้งแต่เดือน กันยายน ปีที่แล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่า ปัจจุบัน อดีตนายกฯปู อยู่ที่อังกฤษหรือไม่

คำถามที่ควรจะรู้มากกว่าก็คือ คนที่เอารูปมาเผยแพร่ทางโซเชียล มีจุดประสงค์อะไร และถ้ารู้ที่อยู่ของอดีตนายกฯปูแล้วจะทำอย่างไร เพราะการที่นายกฯปูตัดสินใจเดินทางออกนอกประเทศวันนั้น มีทั้งผลดีและผลเสียเช่นกัน

สังคมไทยเริ่มจะห่างข้อเท็จจริงเข้าทุกที อะไรที่เป็นเรื่องดีๆ อะไรที่ไม่ใช่ความขัดแย้ง สังคมก็จะไม่ให้ความสนใจ อย่างเรื่องที่ ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า บัตรคนจน ระยะที่ 2 โดยจะเน้นช่วยผู้ที่มีรายได้ต่อปียังไม่ถึง 3 หมื่นบาทให้มีรายได้ถึง 3 หมื่นบาทต่อปี ต่อจากนั้นก็จะเพิ่มเงินช่วยเหลือให้โดยคิดจากจำนวนของรายได้ เช่น ถ้ารายได้ไม่ถึง 1 แสนบาทต่อปีก็จะเพิ่มให้อีก 100บาท เป็น 300 บาท ถ้ารายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปีก็จะเพิ่มให้อีก 200 บาท เป็น 500 บาท เป็นต้น

ถ้าจะมองในแง่ร้ายก็ต้องอ้างว่า รัฐต้องการสร้างคะแนนนิยมกับฐานราก โดยเฉพาะยิ่ง นายกฯลุงตู่ แย้มไต๋ว่าจะลงการเมืองด้วยแล้วก็ยิ่งไปกันใหญ่

งานนี้ถ้าคิดให้ดี ถามว่า ใครได้ ที่เห็นชัดเจนคือ คนจน ได้เงินแน่นอน สำหรับคนจน เงิน 100 บาทก็มีค่ามหาศาล สิ่งที่จะได้รับตามมาคือการกระตุ้นการใช้จ่ายมากขึ้น การเจริญเติบโตของประเทศก็มากขึ้น

ส่วน นายกฯลุงตู่ จะได้คะแนนนิยมหรือเปล่าก็ไม่รู้เป็นเรื่องของอนาคต เกิดชาวบ้านหมั่นไส้ นายกฯลุงตู่ ขึ้นมา ก็เป็นอันเจ๊าไป อารมณ์คนไทยวูบๆวาบๆรักง่ายหน่ายเร็ว

หรือที่รัฐบาลให้พิจารณาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำระหว่าง 3-15 บาท และจะมีการขึ้นค่าแรงเท่ากันทั่วประเทศหลังจากที่ไม่มีการขึ้นค่าแรงมา 3 ปีแล้ว พวกที่ออกมาคัดค้านอ้างสารพัดเรื่อง ซึ่งก็มาจากความ เห็นแก่ตัว ลองเปิดใจกว้างอีกนิด เอาใจเขามาใส่ใจเรา เงิน 3-15 บาท นอกจากจะซื้อความสุขให้คนจนแล้วยังจะช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น

แค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงอยู่แล้ว.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

งานนี้ถ้าคิดให้ดี ถามว่า ใครได้ ที่เห็นชัดเจนคือ คนจน ได้เงินแน่นอน สำหรับคนจน เงิน 100 บาท 11 ม.ค. 2561 14:02 11 ม.ค. 2561 14:02 ไทยรัฐ