วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พช.ชวนคนไทย อัพเดตข้อมูล จปฐ.ลดความเหลี่อมล้ำ ก้าวข้ามความยากจน

กรมการพัฒนาชุมชน ส่งอาสาสมัครลงพื้นอัพเดตข้อมูล จปฐ.2561 เป้าหมาย 12,935,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริง ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มี.ค.61 เพื่อสรุปผลเป็นแนวทางแก้ปัญหาให้ตรงจุด ขจัดความจน ลดความเหลี่อมล้ำ ให้เป็นจริง

เมื่อวันนี้ 11 ม.ค.61 นายอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรม "จปฐ.UPDATE 2018 : ลดความเหลี่อมล้ำ ก้าวข้ามความจน" ณ ห้องสัมมนา 3003 ชั้น 3 กรมการพัฒนาชุมชน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ

โดย นายอภิชาติ กล่าวว่า คณะกรรมการพัฒนาชนบทแห่งชาติ (กชช.) ได้มอบหมายให้กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย จัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) ในเขตชนบททั่วประเทศเป็นประจำทุกปี โดยดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2533 จนถึงปัจจุบัน และได้มีการปรับปรุงข้อคำถามและเครื่องชี้วัดให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทุก 5 ปี โดยข้อมูล จปฐ. คือ ข้อมูลครัวเรือน ที่แสดงถึงสภาพความจำเป็นพื้นฐานของคนในครัวเรือนในด้านต่างๆ เกี่ยวกับคุณภาพชีวิตที่ได้กำหนดมาตรฐานขั้นต่ำเอาไว้ว่าคนควรจะมีคุณภาพชีวิตในแต่ละเรื่องอย่างไรในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ

สำหรับการดำเนินการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ปี 2561 ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) คณะกรรมการอำนวยการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน (พชช.) ที่มีปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน กรมการพัฒนาชุมชน ได้มีการจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 ถึงเดือน มีนาคม 2561 โดยมีอาสาสมัครลงพื้นสอบถามข้อมูลตามครัวเรือนเป้าหมาย จำนวน 12,935,000 ครัวเรือน และได้มีการปรับปรุงเครื่องชี้วัดเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แบ่งเป็น 5 หมวด 31 ตัวชี้วัด ได้แก่ ประกอบด้วย หมวดสุขภาพ หมวดสภาพแวดล้อม หมวดการศึกษา หมวดการมีงานทำและรายได้ และหมวดที่ 5 ค่านิยม โดยข้อมูลที่จัดเก็บสามารถเข้าถึงได้ที่เว็บไซต์ ebmn.cdd.go.th

ผลสรุปจากการจัดเก็บข้อมูล จะถูกนำไปใช้เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทยให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้หน่วยงานต่างๆ จะนำผลสรุปจากการจัดเก็บข้อมูล ไปดำเนินการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องซึ่งมีความแตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย ตัวอย่างเช่น กรมการพัฒนาชุมชน นำไปใช้ในกระบวนการจัดทำแผนชุมชน แผนพัฒนาตำบล/อำเภอ/จังหวัด กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สนับสนุน ส่งเสริมให้นำข้อมูลไปใช้ในการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ใช้ข้อมูลบางส่วนเป็นข้อมูลคัดกรองการจัดทำดัชนีความผาสุกของเกษตรกร สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ใช้ข้อมูล จปฐ. รายครัวเรือนจัดทำรายงานผลการสำรวจข้อมูลลูกหนี้เกษตรกรฯ กระทรวงศึกษาธิการ ใช้ข้อมูล จปฐ. เรื่องรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อคนต่อปี แยกรายอำเภอ จังหวัด ในการจัดสรรเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นำข้อมูลไปใช้เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายการฌาปนกิจแก่ครัวเรือนที่มีผู้เสียชีวิต รายละ 2,000 บาท เฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 30,000 บาทต่อคนต่อปี กระทรวงแรงงาน ใช้ข้อมูลเรื่องการมีงานทำและรายได้เฉลี่ยครัวเรือน เพื่อค้นหาและสนับสนุนผู้มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. ที่ประสงค์จะทำงาน กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ใช้ข้อมูล จปฐ. เรื่องสุขลักษณะของครัวเรือน เพื่อค้นหาและพัฒนากลุ่มเป้าหมาย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ใช้ข้อมูลในการพัฒนารายได้และสาธารณูปโภค ของหมู่บ้านขอบชายแดน สำนักนายกรัฐมนตรี ใช้ข้อมูลเรื่องการออมภายใต้โครงการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแบบ ABC ที่ กระทรวงมหาดไทยดำเนินการ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ใช้ข้อมูลในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านเศรษฐกิจและสังคม

ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งของการนำข้อมูล จปฐ. ไปใช้เพื่อพัฒาคุณภาพชีวิตคนไทยในด้านต่างๆ เท่านั้น ดังนั้นการให้ข้อมูลแก่ "อาสาสมัครจัดเก็บข้อมูล จปฐ." ที่กำลังลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลฯ จึงนับเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจะทำให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายการแก้ปัญหาได้ตรงจุด และเป็นอีกหนทางหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำได้

นอกจากนี้ กรมการพัฒนาชุมชน ยังได้มุ่งมั่นต่อการพัฒนารูปแบบของการใช้ข้อมูลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยล่าสุดได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจว่าด้วย “ความร่วมมือในการใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ เพื่อการพัฒนาชุมชนและลดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่” กับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ "สทอภ." หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “GISTDA”
ความร่วมมือที่ว่านี้เกิดขึ้นเพื่อประยุกต์ใช้ระบบภูมิสารสนเทศในการวิเคราะห์ วางแผน ติดตาม และประเมินผลการพัฒนาชุมชน สนับสนุนการแก้ปัญหาชุมชน ในมิติด้านเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ว่ากันอย่างง่ายคือนำข้อมูลมาพล็อตลงบนแผนที่ประเทศไทยเพื่อให้สะดวกรวดเร็วต่อการใช้งาน อีกทั้งยังมีความแม่นยำอีกด้วย

ทั้งนี้ ผลการจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ในปี 2560 ที่ผ่านมาข้อมูลโดยสรุปผลการจัดเก็บที่ผ่านเกณฑ์ 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 หมวดที่ 5 ด้านค่านิยม ตัวชี้วัดที่ 27 : ผู้สูงอายุ ได้รับการดูแลจากครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชน คิดเป็นร้อยละ 99.94% จากการสำรวจ 6,826,988 คน (หกล้านแปดแสนคนเศษ) อันดับ 2 หมวดที่ 1 ด้านสุขภาพ ตัวชี้วัดที่ 3 : เด็กแรกเกิดถึง 12 ปี ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค คิดเป็นร้อยละ 99.91% จากการสำรวจ 4,452,255 คน (สี่ล้านสี่แสนคนเศษ) อันดับ 3 หมวด หมวดที่ 5 ด้านค่านิยม ตัวชี้วัดที่ 29 : ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ได้รับการดูแลจากครอบครัว ชุมชน ภาครัฐ หรือภาคเอกชน คิดเป็นร้อยละ 99.91% จากการสำรวจ 734,777 คน (เจ็ดแสนสามหมื่นคนเศษ)

ส่วน 3 อันดับแรกที่ไม่ผ่านเกณฑ์ จปฐ. มากที่สุด อันดับ 1 หมวดที่ 4 ด้านการมีงานทำและมีรายได้ ตัวชี้วัดที่ 23 : ครัวเรือนมีการเก็บออม คิดเป็นร้อยละ 17.22 % จากการสำรวจ 2,211,075 ครัวเรือน (สองล้านสองแสนครัวเรือนเศษ) อันดับ 2 หมวดที่ 5 ด้านค่านิยม ตัวชี้วัดที่ 25 : คนในครัวเรือนไม่สูบบุหรี่ คิดเป็นร้อยละ 7.30% จากการสำรวจ 2,626,564 คน (สองล้านหกแสนคนเศษ) อันดับ 3 หมวดที่ 5 ด้านค่านิยม ตัวชี้วัดที่ 24 : คนในครัวเรือนไม่ดื่มสุรา คิดเป็นร้อยละ 6.90 % จากการสำรวจ 2,483,099 คน (สองล้านสี่แสนคนเศษ)

ส่วนของรายได้ มีครัวเรือนที่ ตกเกณฑ์รายได้เฉลี่ย 38,000 บาท/คน/ปี จำนวน 126,102 ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 0.98% และรายได้เฉลี่ยคนไทยคิดเป็น 81250 บาท/คน/ปี ยังมีผลการสำรวจอื่นๆอีก ซึ่งทางกรมการพัฒนาชุมชน ได้ทำเอกสารเผยแพร่ และเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของกรมฯ www.cdd.go.th นอกจากนี้ท่านที่ต้องการข้อมูลสามารถติดต่อสอบถามโดยตรงที่กรมการพัฒนาชุมช สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอทั่วประเทศ

อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อมูล จปฐ. ถือได้ว่าเป็นข้อมูลกลางของประเทศ เป็นเหมือนแผนที่คุณภาพชีวิตของคนไทย ช่วยให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ มองเห็นภาพรวม เห็นจุดแข็ง จุดอ่อนของคน เห็นผลการพัฒนาที่ผ่านมาและแนวโน้มในอนาคต อีกทั้งสามารถชี้เป้าสู่การวางแผนเพื่อแก้ไขและพัฒนาไปอย่างมีทิศทางในทุกระดับ อีกทั้งภาครัฐ หรือ เอกชน ยังสามารถใช้เพื่อการจัดสวัสดิการด้านต่างๆ ได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายด้วย ดังนั้น ข้อมูล จปฐ. ที่ถูกต้องเป็นจริงนั้นเป็นสิ่งสำคัญสุด โดยตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2561 นี้ จะมีอาสาสมัครลงพื้นที่ทั่วประเทศไปเคาะประตูบ้านท่านเพื่อสอบถาม และจัดเก็บข้อมูล จปฐ. ข้อมูลที่ได้จะไม่กระทบสิทธิ์ใดๆ ของท่าน ตรงกันข้ามจะเป็นประโยชน์ต่อตัวท่านและครอบครัว จึงอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนได้ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา บนหลักคิดที่ว่า “ร่วมพัฒนาประเทศไทย ร่วมให้ข้อมูล จปฐ.ที่เป็นจริง”

กรมการพัฒนาชุมชน ส่งอาสาสมัครลงพื้นอัพเดตข้อมูล จปฐ.2561 เป้าหมาย 12,935,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมให้ข้อมูลที่ถูกต้องเป็นจริง ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มี.ค.61 เพื่อสรุปผลเป็นแนวทางแก้ปัญหาให้ตรงจุด ขจัดความจน 11 ม.ค. 2561 13:24 11 ม.ค. 2561 14:32 ไทยรัฐ