วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชี้ กทม.ฝ่าฝืนคำพิพากษาศาลชัดเจน ไม่เปลี่ยนชื่อสุทธิสาร

ชี้ กทม.ฝ่าฝืนคำพิพากษาศาลชัดเจน ไม่เปลี่ยนชื่อสุทธิสาร

  • Share:
ทายาทอินทามระเตรียมจัดหนักร้องบังคับคดี

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. นายกฤษฎา อินทามระ ผู้ฟ้องคดีให้ กทม. เปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัย ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยว่า ตามที่รองปลัด กทม.ระบุว่า จะไม่เปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารฯ เป็นถนนอินทามระ เพราะต้องทำตามความเห็นของประชาชนนั้น ตระกูลอินทามระเห็นว่า การกระทำของ กทม.เป็นการฝ่าฝืนคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดอย่างชัดเจน เพราะตามคำพิพากษาไม่ได้กำหนดให้ กทม.ไปทำแบบสอบถามก่อนที่จะมีการเปลี่ยนชื่อถนน โดยศาลเพียงแต่วินิจฉัยย้อนหลังถึงพฤติกรรมของ กทม.ในเชิงตำหนิว่า ตอนที่ กทม.จะใช้อำนาจในการตั้งชื่อถนนสุทธิสารตลอดทั้งสาย ไม่เคยทำแบบสอบถามประชาชนก่อนเลย ดังนั้นคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด จึงไม่ได้กำหนดเป็นเงื่อนไขบังคับว่า ก่อนที่ กทม.จะปฏิบัติตามคำพิพากษาต้องทำแบบสอบถามประชาชนแต่อย่างใด กรณีนี้จึงถือเป็นการบิดเบือนคำพิพากษา

นายกฤษฎากล่าวว่า เมื่อสรุปได้ว่า กทม. ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาอย่างแน่นอนแล้ว ตระกูลอินทามระจะรอดูคำร้องที่ กทม.ยื่นให้สำนักงานบังคับคดีศาล หากคำร้องมีเนื้อหาว่า กทม.ไม่ยอมเปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารฯ เป็นอินทามระอย่างชัดเจนแล้ว ตนในฐานะผู้ฟ้องคดีจะทำคำร้องยื่นต่อสำนักงานบังคับคดีศาล เพื่อให้ออกคำสั่งให้ กทม. ปฏิบัติตามคำพิพากษาโดยเร็ว หาก กทม.ยังไม่ปฏิบัติตามก็จะร้องขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดี ใช้พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2559 ที่บัญญัติไว้หลายข้อ อาทิ กรณีที่ศาลเห็นว่าคู่กรณีฝ่ายที่แพ้คดีไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือมีข้อขัดข้องในการปฏิบัติตามคำพิพากษา ให้ศาลมีอำนาจพิจารณาหรือไต่สวนเพื่อกำหนดมาตรการให้คู่กรณีฝ่ายที่แพ้คดีปฏิบัติตามคำพิพากษาให้ถูกต้องหรือเพื่อให้การบังคับคดีเสร็จสิ้นโดยเร็ว

นายกฤษฎากล่าวอีกว่า กรณีศาลพิจารณาข้อเท็จจริงและไต่สวนแล้วเห็นว่าหน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่จงใจไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา หรือปฏิบัติล่าช้าหรือไม่ปฏิบัติโดยไม่มีเหตุอันควร ศาลมีอำนาจสั่งให้หน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่ผู้นั้นชำระค่าปรับได้ครั้งละไม่เกิน 50,000 บาท ส่งเป็นรายได้แผ่นดิน และมีอำนาจแจ้งผู้บังคับบัญชาหรือผู้กำกับดูแลเจ้าหน้าที่ผู้นั้นให้สั่งลงโทษทางวินัยได้ และหากเจ้าหน้าที่ไม่ชำระค่าปรับตามคำสั่งดังกล่าว ศาลมีอำนาจบังคับเอาจากทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าหน้าที่ผู้นั้นได้ และให้มีเจ้าพนักงานบังคับคดีซึ่งศาลแต่งตั้งจากข้าราชการฝ่ายศาลปกครองเป็นผู้มีอำนาจดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมายนี้และตามระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด โดยสามารถมอบหมายให้เอกชนหรือบุคคลอื่นปฏิบัติการแทนภายใต้การกำกับดูแลของตนได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้