วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฝนหลงฤดู กทม.จม เตือนหนาว อุณหภูมิลดเหลือ17-20 อีสานผิงไฟทั้งคน-สัตว์

ฝนถล่มเมืองกรุงตั้งแต่เช้ามืด ส่งผลให้น้ำท่วมหลายพื้นที่รถติดโกลาหล ขณะที่ปากน้ำอ่วมไม่แพ้กัน น้ำท่วมถนนหลายสายจนรถติดวินาศสันตะโร เมืองพัทยาขาประจำฝนลงเม็ดท่วมทันที ส่วนปราจีนฯ ถนนสุวรรณศรกลายเป็นคลอง ระบุเมืองกรุงผจญหนาวอีกระลอกอุณหภูมิ 17-20 องศา ส่วนอีสานอุณหภูมิลดฮวบ 4 องศา

ฝนถล่มกรุงและปริมณฑลส่งผลให้น้ำท่วมหลายพื้นที่ ทั้งนี้ เมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 10 ม.ค.เกิดฝนตกหนักในพื้นที่กรุงเทพฯหลายชั่วโมง ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังบริเวณซอยสุขุมวิท 62 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. รวมทั้งซอยลาซาล ซอยแบริ่ง ซอยวชิรธรรมสาธิต ซอยสุขุมวิท ระดับน้ำสูง 30-40 ซม. นอกจากนี้ที่ซอยจตุพร ถนนสีบุรานุกิจ แขวงและเขตมีนบุรีซึ่งอยู่ใกล้กับตลาดนัดสวนจตุจักรมีนบุรี บริเวณปากซอยมีน้ำท่วมขังสูงราว 15-20 ซม. เป็นระยะทางยาว 200 เมตร รถเล็กสามารถผ่านได้แต่ต้องชะลอความเร็ว ส่วนถนนลาดพร้าวและถนนรามคำแหงน้ำท่วมขังหลายแห่งและบริเวณแฟลตการเคหะฯคลองจั่น เขตบางกะปิด้วย

ขณะที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ รายงานสถานการณ์ฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ว่า ปริมาณฝนตกสะสมสูงสุดวัดได้ที่เขตหนองจอก 137.5 มม. เขตบางนา 109.5 มม. เขตมีนบุรี 104 มม. เขตสะพานสูง 100 มม. และเขตสวนหลวง 97 มม. ส่วนสาเหตุที่มีน้ำรอระบายว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากฝนตก หนักในพื้นที่ประกอบกับ กทม.อยู่ระหว่างซ่อมเครื่องสูบน้ำในบางจุดและระบบระบายน้ำบางจุดยังไม่สมบูรณ์ อาทิ ที่ถนนสุขุมวิทช่วงซอยแบริ่งอยู่ระหว่างติดตั้งระบบงานดันท่อลอดหรือ Pipe Jacking เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 10 ม.ค.พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกพื้นที่ออกปฏิบัติหน้าที่ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่สัญจรบนถนนที่ถูกน้ำท่วมและเร่งระบายรถ เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ในจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ จุดที่มีน้ำท่วมขัง จุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง นอกจากนี้ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนควรตรวจเช็กสภาพรถ เครื่องยนต์ ก่อนออกเดินทาง โดยพี่น้องประชาชนสามารถสอบถาม ข้อมูลเส้นทางการจราจร หรือแจ้งอุบัติเหตุ ขอความ ช่วยเหลือรถเสียได้ที่สายด่วน บก.จร. 1197 ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วน จ.สมุทรปราการ มีปริมาณน้ำฝนเอ่อท่วมผิวจราจรบนถนนหลายสาย จราจรติดขัดเป็นอัมพาตโดยเฉพาะถนนสุขุมวิท บริเวณหน้า สภ.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ และสามแยกปู่เจ้าสมิงพราย มีน้ำท่วมสูงกว่า 30 ซม. ถนนศรีนครินทร์ บริเวณแยกศรีเทพา น้ำท่วมสูงกว่า 20-30 ซม.และบริเวณแยกแบริ่งยาวไปถึงแยกลาซาล เขตติดต่อกรุงเทพฯ บางช่วงมีระดับน้ำสูงกว่า 30 ซม. ขณะเดียวกัน

พ.ต.ท.สาธิต สมานภาพ สว.จร.สภ.สำโรงเหนือ และทหารร้อย รส.ส.พัน.2 พล.ร.2 รอ.นำกำลังออกอำนวยความสะดวกด้านจราจรให้กับประชาชน เข็นรถที่เครื่องยนต์ดับและเร่งระบายรถที่ติดสะสมยาวหลายกิโลเมตร รอบตัวเมืองสมุทรปราการจนสถาน-การณ์คลี่คลายในช่วงบ่าย

ขณะที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ฝนกระหน่ำอย่างหนักตั้งแต่เช้ามืดต่อเนื่องกว่า 4 ชั่วโมง ทำให้น้ำระบายไม่ทันส่งผลให้ถนนหลายสายน้ำท่วม อาทิ ถนนพัทยาสาย 3 ถนนเลียบชายหาด ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 30-50 ซม. ทำให้รถเล็กสัญจรด้วยความยากลำบาก ส่วนถนนสุขุมวิทพัทยาใต้ มีน้ำท่วมขังสูง 30-50 ซม. การจราจรใช้ได้เพียง 2 ช่องทาง ทำให้ สภาพการจราจรหนาแน่น รถติดยาวหลายกิโลเมตร ตั้งแต่แยกไฟแดงพัทยาใต้ไปถึงทางลอดอุโมงค์พัทยากลาง ซึ่งมีรถติดค้างภายในอุโมงค์เป็นจำนวนมาก ขณะที่ถนนพัทยาสาย 2 บริเวณหน้าโรงเรียนเมืองพัทยา 8 พัทยาใต้มีปริมาณน้ำท่วมขังจำนวนมากโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตลอดเวลา หลังฝนหยุดประมาณ 1 ชม. ระดับน้ำก็ลดลงกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ด้าน จ.พระนครศรีอยุธยา เกิดเหตุต้นมะขามขนาดใหญ่โค่นทับรถเก๋งฮอนด้า ซิตี้ สีดำ หมายเลขทะเบียน ฌข 4445 กรุงเทพมหานคร ของนางพุทธชาติ มงคลศุภวาร อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 171/3 ม.6 ต.ไผ่ลิง อ.พระนครศรีอยุธยา ขณะขับผ่านถนนคลองมะขามเรียง ต.หอรัตนไชย อ.พระนครศรีอยุธยา ทำให้หลังคารถยุบ โชคดีที่นางพุทธชาติ คนขับไม่ได้รับอันตราย หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทธไธศวรรย์ร่วมกับเทศบาลพระนครศรีอยุธยาตัดต้นมะขามออกจากพื้นที่ คาดสาเหตุเกิดจากฝนตกหนักตลอดทั้งคืนจนถึงเช้าทำให้ต้นมะขามยักษ์ที่มีรากผุอยู่แล้ว รับน้ำหนักไม่ไหวเลยหักโค่นลงมาทับรถ

นอกจากนี้ที่ จ.ปราจีนบุรี เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืนทั่วทุกพื้นที่ในจังหวัดปราจีนบุรี โดยเฉพาะที่ อ.กบินทร์บุรี ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังถนนสุวรรณศร บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.ผาติวานิช ตรงข้ามห้างโลตัส ต.เมืองเก่า ระดับน้ำสูงประมาณ 40 ซม.ระยะทาง 500 เมตร ทำให้รถที่สัญจรไปมาต้องวิ่งด้วยความระมัดระวัง เจ้าหน้าที่แขวงการทางนำไม้มาปักเป็นแนวเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนถนนสาย 304 (กบินทร์บุรี-พนมสารคาม) ถูกน้ำท่วมขังบริเวณผิวจราจรบริเวณหลัก กม.ที่ 163-164 ต.เมืองเก่า ตั้งแต่บริเวณหน้าปั๊ม ปตท.ถึงบริเวณทางยูเทิร์น บ้านเนินแห่ ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 10-20 ซม. ทำให้การจราจรติดขัด และพื้นที่ตลาดเทศบาลตำบลกบินทร์ บริเวณที่ทำการไปรษณีย์ถูกน้ำท่วมขังบริเวณรอบอาคารสูง 20-30 ซม.

ในขณะที่กรุงเทพฯ ปริมณฑลและภาคกลางฝนถล่มหนักแต่ที่ภาคอีสานอุณหภูมิกลับลดฮวบ โดยเช้าวันที่ 10 ม.ค.สภาพอากาศใน จ.ขอนแก่น อุณหภูมิลดฮวบเหลือ 16 องศาฯ มีลมกระโชกแรงพัดมาเป็นระลอก ท้องฟ้ามืดครึ้มทั้งวัน ส่วน อ.เมือง บึงกาฬ อากาศหนาวเย็นลงมีลมแรง อุณหภูมิลดลงอย่าง รวดเร็ว 3-5 องศาฯ ต่ำสุดวัดได้ 17 องศาฯ ขณะที่ พ.อ.โฆสิตพงษ์ นิลเอก ผบ.ร.13 และ ผบ.รส.บึงกาฬ มอบหมายให้แพทย์สนามร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโนนสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ อสม. ลงพื้นที่พบปะตรวจเยี่ยมผู้ป่วยและผู้สูงอายุ หมู่ 3 บ้านโคกงาม ต.โนนสมบูรณ์ อ.เมืองบึงกาฬ ที่ล้มป่วยจากสภาพอากาศที่หนาวกะทันหัน

ด้าน จ.ศรีสะเกษ บนยอดเขาเทือกเขาพนม-ดงรัก เส้นกั้นเขตแดนไทย-กัมพูชา อากาศเย็นลงอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะที่จุดชมวิวผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ อุณหภูมิต่ำสุดเมื่อวันที่ 9 ม.ค.61 อยู่ที่ 24 องศาฯแต่กลับลดฮวบเหลือ 9 องศาฯ สำหรับ จ.กาฬสินธุ์ อุณหภูมิลดฮวบ 4 องศาฯ อุณหภูมิต่ำสุดพื้นราบวัดได้ 16 องศาฯ ส่วนยอดภูอุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 12-13 องศาฯ สภาพอากาศที่กลับมาหนาวเย็นอีกระลอกนอกจากจะส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้านแล้วยังส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่หนาวเย็นด้วยโดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่ ต.หัวงัว อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ต่างก่อไฟให้กระบือผิงเพื่อคลายหนาว

ที่ จ.อำนาจเจริญ อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 12-13 องศาฯ ทำให้ประชาชนในหลายพื้นที่ต่างได้รับผลกระทบจากอากาศหนาวโดยเฉพาะประชาชนที่มีบ้านเรือนที่ติดกับแม่น้ำโขง อ.ชานุมาน เสี่ยงต่อการล้มป่วยจากอากาศที่หนาวเย็นได้ง่าย ขณะเดียวกัน เหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยประจำจังหวัดอำนาจเจริญและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้นำเครื่องนุ่งห่มกันหนาวออกแจกจ่ายประชาชนที่ขาดแคลนเพื่อคลายความหนาวเย็นในเบื้องต้นแล้ว

นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุ-นิยมวิทยา กล่าวว่าในช่วงวันที่ 9-14 ม.ค. มวลอากาศเย็นจากประเทศจีน ได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนทำให้ช่วงแรกจะมีฝนตกฟ้าคะนอง และอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก โดยเฉพาะภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนบนจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร อุณหภูมิต่ำสุด 12-13 องศาฯ และภาคเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 15-18 องศาฯ ส่วนกรุงเทพฯและปริมณฑล มีอุณหภูมิต่ำสุด 17-20 องศาฯ ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง จากนั้นในวันที่ 15-16 ม.ค. มวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะเคลื่อนลงภาคใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออก เฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปมีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง

ส่วนนายสุทัศน์ วีสกุล ผอ.สถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร (สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่าสาเหตุของฝนตกหนักในกรุงเทพฯเพราะบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่เข้ามาปกคลุมประเทศไทยเกิดปะทะกับลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดมาจากอ่าวไทยทำให้กรุงเทพฯซึ่งอยู่ติดทะเลมีฝนตกลงมาครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ หลายพื้นที่มีน้ำท่วมขังรอระบายโดยฝนระลอกนี้น่าจะเป็นระลอกสุดท้ายของพื้นที่ กทม. และหลังจากฝนหยุดตกอุณหภูมิจะเริ่มลดต่ำลง ตั้งแต่วันที่ 11-13 ม.ค.นี้ โดยช่วงเช้ามืดวันที่ 13 ม.ค. อุณหภูมิอาจจะต่ำกว่า 20 องศาฯ โดยอาจจะลดลงไปถึง 17 องศาฯ

ฝนถล่มเมืองกรุงตั้งแต่เช้ามืด ส่งผลให้น้ำท่วมหลายพื้นที่รถติดโกลาหล ขณะที่ปากน้ำอ่วมไม่แพ้กัน น้ำท่วมถนนหลายสายจนรถติดวินาศสันตะโร เมืองพัทยาขาประจำฝนลงเม็ดท่วมทันที ส่วนปราจีนฯ ถนนสุวรรณศรกลายเป็นคลอง ระบุเมืองกรุงผจญหนาว... 11 ม.ค. 2561 00:08 11 ม.ค. 2561 01:17 ไทยรัฐ