วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตร.ล่าสอบหมด แบงก์ชุ่ยทำจับมั่วขัง ‘ณิชา’ เหยื่อแก๊งคอลฯ ถูกสวมบัญชี

ตร.ล่าสอบหมด แบงก์ชุ่ยทำจับมั่วขัง ‘ณิชา’ เหยื่อแก๊งคอลฯ ถูกสวมบัญชี

  • Share:
บางธนาคารไม่ให้ความร่วมมือ มท.รับรองบัตรปชช.หายจริง

“วิระชัย” รอง ผบ.ตร. เรียกประชุมตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง ยืนยันพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก ทำทุกอย่างถูกต้องตามขั้นตอน อ้างออกหมายเรียก “ณิชา” 2 ครั้ง รอ 2 เดือน แต่เจ้าตัวไม่ติดต่อกลับ เลยต้องออกหมายจับ “ผู้การจังหวัดตาก” เผย ผลตั้งกรรมการสอบพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก ไม่พบความผิด ปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนกฎหมาย ยันถ้าพบหลักฐานบัตรประชาชนถูกขโมยไปก่อเหตุจริง ยินดีแก้ไขพิจารณาสั่งไม่ฟ้อง ด้าน “กรมการปกครอง” รับรองเอกสารแจ้งบัตรประชาชนหายของสาวเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์แล้ว เร่งส่งให้ตำรวจ สภ.บ้านตาก เป็นหลักฐานประกอบสำนวน ประธานสมาคมธนาคารไทยยันระบบปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชนแบบเรียลไทม์ได้ กำชับแบงก์ตรวจสอบลูกค้าเปิดบัญชีเข้มงวดขึ้น เตรียมใช้ระบบการพิสูจน์ยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เริ่มนำมาใช้ช่วงครึ่งปีหลัง เชื่อสามารถอุดช่องโหว่ได้

กรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ถูกล้วงกระเป๋าบนรถประจำทางจนบัตรประชาชนหายเมื่อวันที่ 6 ต.ค.60 เข้าแจ้งความตำรวจไว้แล้ว ต่อมาถูกเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำบัตรประชาชนที่หายไปเป็นหลักฐาน สำคัญเปิดบัญชีกับธนาคาร 7 แห่งรวม 9 บัญชี นำ ไปรับโอนเงินจากเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยอดเงินหมุนเวียนรวม 10 ล้านบาท และยังนำบัตรประชาชนไปเปิดเบอร์โทรศัพท์มือถืออีก 4 หมายเลข จนถูกศาลจังหวัดตากออกหมายจับข้อหาฉ้อโกง เมื่อวันที่ 5 ม.ค. น.ส.ณิชาเข้ามอบตัวพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก จ.ตาก คุมตัวฝากขังศาลจังหวัดตากผัดแรก ปรากฏว่า ศาลไม่ให้ประกันตัวถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ 2 วัน ก่อนญาติทำเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราวอีกครั้ง พร้อมหลักฐานการแจ้งความบัตรประชาชนหาย ศาลจึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ความคืบหน้าจากห้องประชุม ศปก.ตร. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ม.ค. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.เป็นประธานประชุมติดตามความคืบหน้าคดี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ถูกขโมยบัตรประชาชน พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า ผบก.ภ.จ.ตาก มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เนื่องจาก น.ส.ณิชาอยู่ในฐานะผู้ต้องหาเปิดบัญชีและเป็นผู้เสียหาย จึงต้องร่วมบูรณาการการสอบสวนให้ สภ.บ้านตาก ทำสำนวนคดีส่วนที่ น.ส.ณิชาตกเป็นผู้ต้องหา เพื่อขยายผลไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ส่วน บก.ป. ขยายผลในพื้นที่จังหวัดอื่น การสอบสวนดำเนินคดี น.ส.ณิชา ของตำรวจ สภ.บ้านตาก ทำตามกฎหมาย ตามขั้นตอน ไม่มีสิ่งใดบกพร่อง

“เหตุที่ น.ส.ณิชาถูกออกหมายจับเนื่องจากพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกถึง 2 ครั้ง มีระยะเวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อให้ น.ส.ณิชาเข้าพบและสอบปากคำให้ข้อเท็จจริง แต่กลับเงียบหาย พนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติศาลจังหวัดตากออกหมายจับข้อหาฉ้อโกงประชาชน จากนี้จะต้องพิสูจน์ว่า น.ส.ณิชาเป็นเหยื่อขบวนการคอลเซ็นเตอร์ หรือร่วมขบวนการกระทำความผิด ล่าสุดพนักงานสอบสวนประสานขอข้อมูลจากธนาคาร 9 แห่งที่มีชื่อ น.ส.ณิชาเปิดบัญชี แต่ธนาคารบางแห่งไม่ให้ความร่วมมือ อ้างว่าต้องขออนุมัติจากสำนักงานใหญ่ ตนจะประสานไปยังสำนักงานใหญ่เพื่อขอข้อมูลด้วยตนเอง” รองผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวต่อว่า จากการสืบสวนสอบสวนยังพบพฤติกรรมการโอนเงินจากแหล่งเดียวกับที่โอนเข้าบัญชีของ น.ส.ณิชาอีก 2 บัญชีคือ การโอนเข้าบัญชีชื่อนายขวัญ ทองน้อย เปิดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ฯ สาขาบิ๊กซีติวานนท์ รับโอนเงินจากผู้เสียหาย 5 ครั้งรวม 4 แสนบาท และบัญชี ชื่อนายธีรภัทร์นนท์ งามวงษ์ เปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพฯ สาขาเดอะมอลงามวงศ์วาน รับโอนเงิน 2 ครั้งรวม 6 แสน 3 หมื่นบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบว่าบุคคลทั้ง 2 พักอยู่ในภูมิลำเนาใด อยู่ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือตกเป็นผู้เสียหายเช่นเดียวกับ น.ส.ณิชา อยากขอให้มาแสดงความบริสุทธิ์ใจ ไปพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.หรือ พล.ต.ต.ปริญญา วิศิษฐฎากุล ผบก.ภ.จ.ตาก

พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวด้วยว่า เส้นทางการโอนเงินโดยใช้ชื่อบัญชีธนาคารของทั้ง 3 คน เริ่มจากช่วงปลายปี 2560 ขบวนการคอลเซ็นเตอร์อ้างว่าชื่อนายลาริส ชาวอังกฤษ ติดต่อนางการต์สินี ยะเมา ทางเฟซบุ๊ก อ้างว่าต้องการซื้อที่ดินใน จ.ตาก ขอให้นางการต์สินีเป็นนายหน้าซื้อที่ดิน นายลาริส จะส่งเงิน 30 ล้านบาทมาจากประเทศอังกฤษทางพัสดุไปรษณีย์ แต่มีค่าธรรมเนียม 1 ล้าน 3 แสนบาท ที่ผู้เสียหายต้องจ่ายล่วงหน้า จากนั้นขบวนการคอลเซ็นเตอร์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์โทร.หานางการต์สินี แจ้งค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงิน 1 ล้าน 3 แสน 7 หมื่นบาทเข้าบัญชีธนาคาร 3 บัญชีคือ บัญชีของ น.ส.ณิชา บัญชีของนายขวัญ และบัญชีของนายธีรภัทรนนท์

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. เผยว่า กรณีคนร้ายนำบัตรประชาชนของ น.ส. ณิชา ไปเปิดบัญชี บก.ป.รับคำร้องทุกข์จาก น.ส.ณิชาแล้ว แยกสำนวนสอบสวนออกเป็นอีกคดี เพื่อดำเนินคดีกลุ่มคนร้ายที่นำบัตรประชาชน น.ส.ณิชาไปเปิดบัญชี 3 ธนาคาร ส่วนที่เหลืออีก 4 ธนาคารที่ น.ส.ณิชา เคยไปแจ้งความไว้กับสถานีตำรวจต่างๆ อยู่ระหว่างขอโอนคดีจากสถานีตำรวจมารวมเป็นคดีเดียวกัน เพื่อประโยชน์การรวบรวมพยานหลักฐาน และการสืบสวนสอบสวนติดตามกลุ่มคนร้าย ส่วนคดีของ สภ.บ้านตาก เมื่อ น.ส.ณิชาตกเป็นผู้ต้องหาและแสดงพยานหลักฐานต่อพนักงานสอบสวนแล้ว ตำรวจมีหน้าที่พิสูจน์ความผิด และความบริสุทธิ์ตามพยานหลักฐานที่นำมาให้ ไม่ได้ นิ่งนอนใจ ขอยืนยันว่าพนักงานสอบสวนดำเนินการตามพยานหลักฐานตรงไปตรงมา เพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งฝ่ายผู้เสียหายที่สูญเสียเงินจากการถูกหลอก และ น.ส.ณิชาที่ถูกคนร้ายนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชี

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวต่อว่า ขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนที่ทำบัตรประชาชนหาย ให้รีบทำบัตรประชาชนใหม่ทันที เมื่อทำใหม่แล้วบัตรเก่าจะถูกระงับการใช้งาน หากทำธุรกรรมทางการเงินให้รีบไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันบัตรหายที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน และให้นำบันทึกประจำวันไปแจ้งกับธนาคารเพื่อป้องกันการถูกแอบอ้าง หรือสวมสิทธิบัตรประชาชนอีกทางหนึ่ง หากไม่มั่นใจว่าบัตรประชาชนถูกกลุ่มมิจฉาชีพใช้เปิดบัญชีนำไปหลอกลวงบุคคลอื่นหรือไม่ ติดต่อขอตรวจสอบข้อมูลได้ที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สายด่วน 1155 หรือ 0-2251-9793 ที่บูรณาการร่วมมือกับศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สายด่วน 1710

ที่ บก.ภ.จ.ตาก พล.ต.ต.ปริญญา วิศิษฐฎากุล ผบก.ภ.จ.ตาก เผยว่า เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งในส่วนคำร้องของผู้ต้องหาและสำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียหาย เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ความคืบหน้าของคดีสอบสวนธนาคารที่เกี่ยวข้องกับการเงินในพื้นที่หมดแล้ว เหลือเพียงธนาคารในกรุงเทพฯ 3 แห่ง ที่เกี่ยวเนื่องกับคดีในพื้นที่ รวมถึงการตรวจสอบภาพถ่ายคนร้ายที่ปรากฏในธนาคาร ที่ น.ส.ณิชานำมาเป็นหลักฐานเพื่อยืนยัน ความบริสุทธิ์ว่า ถูกคนร้ายนำบัตรประชาชนไปเปิด บัญชี และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หากบุคคลที่ปรากฏในภาพ หรือคลิปวีดิโอจากกล้องวงจรปิดในธนาคารไม่ใช่ น.ส.ณิชา คณะพนักงานสอบสวนจะพิจารณาสั่งไม่ฟ้อง และหาตัวผู้กระทำความผิดตัวจริงมาดำเนินคดี

ผบก.ภ.จ.ตากกล่าวถึงกรณี น.ส.ณิชาและญาติกล่าวหาว่า พนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก เพิกเฉยต่อเอกสารที่นำมามอบให้เพื่อพิจารณาขอประกันตัวที่ศาลจังหวัดตากในการฝากขัง ญาติติดใจว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมจนไม่ได้รับการประกันตัวชั้นศาลว่า ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ปรากฏว่าพนักงานสอบสวนไม่มีความผิด เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พนักงานสอบสวนขออำนาจศาลฝากขังผู้ต้องหาตามที่มีผู้เสียหายกล่าวโทษและมีหมายจับ บุคคลที่ถูกควบคุมตัวเป็นบุคคลตรงตามหมายจับของ สภ.บ้านตาก ส่วนหลักฐานทั้งหมดที่ น.ส.ณิชามอบให้ พนักงานสอบสวนรับไว้พิจารณา และรวบรวม ตรวจสอบข้อเท็จจริงประกอบสำนวนเป็นขั้นตอนต่อไป ยืนยันว่า คดีนี้ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายทุกขั้นตอน ส่วนที่กองปราบปรามจะให้โอนคดีทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพื้นที่ สภ.บ้านตาก และ สภ.เมืองตาก ไปดำเนินการเองก็ยินดีมอบหลักฐานและสำนวนทั้งหมดให้

ด้าน พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผบช.ภ.6 กล่าวว่า น.ส.ณิชาผู้ถูกกล่าวหาก็เป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากมีผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชี น.ส.ณิชา มารู้ทีหลังว่ากระเป๋าสตางค์และบัตรประชาชนหาย เบื้องต้นตำรวจ สภ.บ้านตาก ออกหมายเรียก น.ส.ณิชาไป 2 ครั้ง แต่ไม่ได้รับการติดต่อจึงออกหมายจับ น.ส.ณิชาไปมอบตัวที่กองปราบฯ ตำรวจนำรถไปรับตัวมาทันที เนื่องจากเกรงว่าผู้เสียหายที่ถูกหลอกโอนเงินจะร้องเรียนว่าทำคดีไม่เป็นธรรม เมื่อเดินทางมาถึง สภ.บ้านตาก เวลา 23.00 น. จึงไม่สามารถประกันตัวได้ ต้องส่งตัวฝากขังต่อศาลในวันรุ่งขึ้น จนเกิดกระแสสังคมว่า ตำรวจทำงานรวดเร็วเกินไป หรือไม่มีการสอบสวน ขอชี้แจงว่าพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก ทำตามระเบียบทุกขั้นตอนกฎหมายและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนชุดใหญ่ หากตรวจสอบแล้ว น.ส.ณิชาไม่ได้กระทำผิดจริงตำรวจจะถอนคดีนี้

ผบช.ภ.6 เผยถึงแนวทางการสอบสวนว่า ขณะนี้เรียกสอบพยานและรวบรวมหลักฐานให้มากที่สุด ต้องสืบสวนไปอีกว่า หากฝากเงินเข้าบัญชีที่เปิดจริง ต้องตามหาขบวนการว่าใครเป็นคนเบิกเงินไป และสามารถติดตามเส้นทางการเงินได้ คาดว่าคดีนี้จะกระจ่างโดยเร็ว พร้อมกันนี้ฝากเตือนประชาชน หากได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนขอให้ไปแสดงตนก่อน ไม่ควรให้รอจนถึงมีหมายจับจะต้องเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี

สำหรับคดีนี้มีนางการต์สินี ยะเมา ชาว อ.สามเงา จ.ตาก เป็นผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงินไปให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เข้าแจ้งความ พ.ต.ท.นิมิตร ฮวบน้อย สว. (สอบสวน) สภ.บ้านตาก และที่ สภ.เมืองตาก เมื่อวันที่ 3 พ.ย.60 ระบุพฤติกรรมของแก๊งคนร้ายว่า เมื่อประมาณ 4-5 เดือนก่อนรู้จักชายชาวอังกฤษอ้างชื่อนายลาริส สมิทธ์ ผ่านเฟซบุ๊ก พูดคุยชักชวนประกอบธุรกิจซื้อขายที่ดินในไทย นายลาริสแจ้งว่า จะส่งเงินที่จะนำมาซื้อที่ดินและ ของขวัญให้ ต่อมาระหว่างวันที่ 1-2 พ.ย. มีผู้หญิงคนหนึ่งอ้างเป็นพนักงานบริษัทขนส่งโทรศัพท์แจ้งว่า มีสิ่งของส่งมาให้จากต่างประเทศเป็นเงินสกุลดอลลาร์ เงินบาท และกระเป๋าแบรนด์เนม รวมมูลค่าราว 30 ล้านบาท แต่ส่งให้ไม่ได้เพราะติดปัญหาเรื่องภาษีศุลกากรต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเป็นเงิน 1,375,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารตามที่คนร้ายแจ้ง เป็นธนาคารออมสินสาขาบ้านตาก 4 ครั้งรวมเป็นเงิน 305,000 บาท และบัญชีธนาคารทหารไทยและธนาคารอื่นๆในท้องที่ สภ.เมืองตาก อีก 1,070,000 บาท หลังโอนเงินแล้วพบว่าถูกหลอก

ที่กรมการปกครอง ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า เมื่อเวลา 08.30 น. น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ ที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ล้วงกระเป๋านำบัตรประชาชนไปเปิด บัญชีธนาคาร เข้ามาที่กรมการปกครอง ดำเนินการช่วยเหลือคือ 1.ขอปริ๊นต์ใบแจ้งว่าบัตรประชาชนหาย (บ.ป.7) ที่ น.ส.ณิชานำไปยื่นที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี 2 ครั้ง ทางกรมฯดำเนินการและรับรองเอกสารให้ไปแล้ว 2.ขอให้ส่งเอกสารแจ้งบัตรหายดังกล่าวไปที่ สภ.บ้านตาก จังหวัดตาก เพื่อเป็นหลักฐานให้พนักงานสอบสวนประกอบสำนวนคดี กรมฯจะเร่งส่งเอกสารดังกล่าวให้ สภ.บ้านตากโดยเร็วต่อไป

ที่งาน “พลิกโฉมเศรษฐกิจไทยสู่ยุคดิจิทัล” นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า กรณีผู้เสียหายถูกขโมยบัตรประชาชนลักลอบไปเปิดบัญชี ธนาคารต้องเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้การบริการล่าช้าออกไป อยากให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของธนาคาร ต้องใช้เวลาพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลมากขึ้น เพราะปัจจุบันข้อมูลจากบัตรประชาชนไม่เพียงพอต่อการตรวจสอบ เนื่องจากธนาคารสมาชิกไม่สามารถเชื่อมข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ หรือบัตรประชาชนหมดอายุไม่สามารถตรวจสอบได้ การเปิดบัญชีและการยืนยันตัวตนเป็นไปตามมาตรฐานและกฎเกณฑ์ราชการ เพราะฉะนั้นตอนนี้ต้องเข้มงวดมากขึ้น สมาคมธนาคารไทยจะนำระบบ National Digital Identity หรือการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบได้เรียลไทม์ เพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น คาดว่ากระทรวงการคลังจะนำมาใช้ช่วงครึ่งปีหลัง

“ธนาคารที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริง รวมถึงให้ความร่วมมือกับทางราชการดำเนินการสอบสวนหาผู้กระทำผิด และจะดำเนินการเพื่อดูแลหาข้อสรุปที่เหมาะสม และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนของผู้เสียหายหากต้องการเรียกร้องต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย นอกจากนี้ยังกำชับให้ทุกธนาคารเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบตัวตนการเปิดบัญชีมากขึ้น เน้นย้ำการปฏิบัติงานของพนักงานพร้อมขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตามกฎระเบียบ”

นายลือชัย ชัยปริญญา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานเครือข่ายธุรกิจขนาดเล็กและรายย่อย ธนาคารกรุงไทย เผยว่า ขณะนี้ธนาคารกำชับให้พนักงานทุกคนทุกสาขาเพิ่มความระมัดระวังการเปิดบัญชี โดยให้เพิ่มความรอบคอบและการสังเกตตัวตนของลูกค้าอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว และขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ธนาคารกรุงไทยขอให้ลูกค้าและประชาชนเชื่อมั่นในระบบของธนาคาร โดยเฉพาะการเปิดบัญชีนั้น ธนาคารมีคู่มือการปฏิบัติที่ชัดเจน และมีขั้นตอนการพิสูจน์ตัวตนของลูกค้าอย่างละเอียด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้