วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวมตัวต้านพลังดูด อดีตส.ส.อีสาน พท.ไม่หวั่น จ่อยื่นตีความคำสั่งหน.คสช. (คลิป)

พท.จัดงานปีใหม่ย้ำความเหนียวแน่น อดีต ส.ส.อีสานลั่นยืนหยัดล่มหัวจมท้าย หัวหน้าพรรคขออย่าหวั่นไหวพลังดูด คสช. ลั่นผ่านความตายมาแล้วขอให้ร่วมสู้อีกครั้งในสนามเลือกตั้ง ตามอัดใช้ ม.44 พร่ำเพรื่อไม่เห็นหัว รธน. เล็งยื่นศาล รธน.ตีความคำสั่ง คสช. 15 ม.ค. พร้อมจี้ “บิ๊กตู่” เลิกใช้กติกาเอาเปรียบ “บิ๊กจิ๋ว” ไม่ขอยุ่งการเมืองแบบพายเรือในอ่าง ส่วน “ป๋าเหนาะ” หนุนนายกฯเล่นการเมือง กมธ.ปรับแต่ง ก.ม.เลือกตั้งให้จัดมหรสพได้ หวังดึงคนฟังหาเสียง กกต.เตรียมจัดเวทีชี้แจงวิธีตั้งพรรคใหม่ 9 ก.พ. พร้อมเผยมีเวลาทำไพรมารีโหวตแค่ 19 วัน ปชป.โวยนายกฯ-รมว.ตปท.ไม่ขึงขังตามล่าตัว “ยิ่งลักษณ์” นายกฯบินกัมพูชาหารือแม่โขง-ล้านช้าง “หลี่ เค่อ เฉียง” นายกฯจีนร่วมด้วย

ทิศทางการเมืองเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ภายหลังการประกาศตัวเป็นนักการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยบรรดานักการเมืองต่างเรียกร้องให้นายกฯวางกติกาที่เป็นธรรมและลงสนามในฐานะผู้เล่นอย่างเท่าเทียม ขณะที่พรรคเพื่อไทยจัดงานปีใหม่ย้ำความเป็นปึกแผ่นเหนียวแน่น

พท.อีสานยันไม่ชิ่งหนีพรรค

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่พรรคเพื่อไทย มีการจัดงานอวยพรปีใหม่ โดยแกนนำพรรค อดีต ส.ส. และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทยอยเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรค พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก อดีต รมช.มหาดไทย นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม. นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. กระทั่งช่วงบ่ายอดีต ส.ส.ภาคอีสานของพรรคกว่า 40 คน นำโดยนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายไพจิตร ศรีวรขาน อดีต ส.ส.นครพนม นายธเนศ เครือรัตน์ อดีต ส.ส.ศรีสะเกษ ได้เข้าอวยพรปีใหม่ต่อ พล.ต.ท.วิโรจน์ พร้อมยืนยันว่าจะยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับพรรคต่อไป

อย่าหวั่นไหวข่าวดูดตัว ส.ส.

ขณะที่ พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าวตอบว่า พวกเราเป็นที่พึ่งของประชาชน วันนี้เรารอดตายแล้วรอดอย่างปาฏิหาริย์ตน เลขาธิการพรรคและกรรมการบริหารพรรคจะดูแลรักษาสิ่งนี้ไว้ สถานการณ์ขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร มีข่าวการเลือกตั้ง การสืบทอดอำนาจ หรือการดึงตัวหรือการแยกพวกเราออกไป ก็อย่าไปหวั่นไหว ไม่ต้องสนใจ ขอให้ทุกคนเตรียมการเลือกตั้งไว้ให้พร้อม โดยพรรคยังยึดมั่นตามอุดมการณ์เดิม

มี รธน.แล้วต้องเลิกใช้ ม.44

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ คสช.จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 เท่าที่จำเป็นว่า มาตรา 44 ที่ใช้ก่อนหน้านี้เป็นการใช้ที่ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ เช่น การแก้ปัญหาประชาชนนั่งท้ายรถกระบะ โยกย้ายข้าราชการ ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด แสดงถึงความพิการของระบบกฎหมาย และเมื่อรัฐธรรมนูญประกาศใช้ มีองค์การตามรัฐธรรมนูญ มีคนทำหน้าที่ต่างๆแล้ว ก็ไม่ควรใช้มาตรา 44 อีก โดยกรณีคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 หากจะมีการแก้ไขกฎหมายก็ต้องเป็นหน้าที่ของ สนช. เพราะระบุวิธีแก้ไขไว้ชัดเจน แต่กลับใช้มาตรา 44 พร่ำเพรื่อ มีสภาทำหน้าที่อยู่แล้วยังจะมาใช้อำนาจเช่นนี้อีก ถามว่ามีสภาไว้ทำไม อีกทั้งมาตรา 44 ถือเป็นอำนาจกฎหมายเผด็จการ หากจะใช้จริงๆ ควรใช้เฉพาะกรณีที่ไม่มีเขียนให้อำนาจหน้าที่หน่วยงานใดดำเนินการเรื่องนั้นเลย

15 ม.ค. ยื่นศาล รธน.ปมคำสั่ง คสช.

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคเพื่อไทยจะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมืองว่า ขณะนี้กำลังดูข้อกฎหมายและติดตามพรรคอื่นที่ได้ดำเนินการด้วย โดยมีโอกาสเจอกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หารือถึงเรื่องดังกล่าว และมีความเห็นตรงกันในข้อกฎหมายหลายข้อ ขณะเดียวกันสมาชิกพรรคการเมืองยังสามารถดำเนินการเรื่องนี้ในนามส่วนตัวได้ด้วยในฐานะผู้เสียหาย เพื่อขอให้มีการคุ้มครองสิทธิ เรื่องนี้หากปล่อยให้คลุมเครือจะเป็นปัญหา วันนี้พรรคการเมืองและประชาชนต่างอยากให้มีการเลือกตั้ง ดังนั้นการทำทุกอย่างให้ชัดเจนและดำเนินไปตามครรลองจะดีที่สุด ทั้งนี้คิดว่าจะสามารถยื่นเรื่องได้ภายในสัปดาห์หน้า คาดว่าเป็นวันที่ 15 ม.ค. โดยมีแนวทางยื่น 3 ช่องทาง คือยื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินในนามพรรคเพื่อไทย ยื่นศาลรัฐธรรมนูญในนามสมาชิกพรรค ซึ่งมีสมาชิกอาวุโสหลายคนร่วมยื่น และยื่นศาลรัฐธรรมนูญอีก 1 ฉบับ ในนามนิติบุคคลของพรรคเพื่อไทย

จี้ “บิ๊กตู่” ยกเลิกกติกาเอาเปรียบ

เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศตัวพร้อมเป็นนายกฯคนนอก นายภูมิธรรมตอบว่าเป็นเรื่องดีที่ประกาศตัวชัดเจน ถ้าผู้มีอำนาจอยากเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจของประชาชนก็พร้อมยอมรับ แต่ควรที่จะกำจัดข้อได้เปรียบ ความไม่ยุติธรรม หรือความไม่เท่าเทียมให้หมดไป ยิ่งทำได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นเกียรติภูมิของนายกฯ เพราะการสร้างกลไกต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง อาจเข้าสู่อำนาจได้ แต่จะไม่มีความสง่างาม ส่วนกรณีที่สองพรรคใหญ่จะจับมือกันเพื่อสกัดนายกฯคนนอกนั้น เรื่องนี้สิ่งสำคัญคือแต่ละพรรคควรเริ่มต้นจากตัวเอง พรรคเพื่อไทยชัดเจนว่าปฏิเสธนายกฯคนนอก รวมทั้งการสืบทอดอำนาจผ่านพรรคทหาร หรือพรรคใดก็ตาม เรายอมรับเฉพาะผู้เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจโดยตรง เรื่องจะจับมือกับใครยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญ สิ่งสำคัญคือชัดเจนหรือไม่ที่จะเลือกนายกฯที่มาจากการตัดสินใจของประชาชน

“บิ๊กจิ๋ว” ไม่ยุ่งการเมืองมุ่งทำเพื่อ ปชช.

ต่อมาเวลา 15.30 น. ที่บ้านปิ่นประภาคมของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกฯ กลุ่มอดีตส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย เดินทางเข้าอวยพรปีใหม่ โดย พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า การเมืองการปกครองไม่ว่าจะระบอบไหนสุดท้ายต้องจบลงที่ประชาธิปไตย ฟอร์เดอะพีเพิ่ล (For The People) แต่เวลานี้เราเล่นการเมืองแบบบายเดอะพีเพิ่ล(By The People) มาโดยตลอด คือก่อนมีการเลือกตั้งก็จะมีการร่างรัฐธรรมนูญเลือกตั้งไป 2-3 ปี ทหารก็ออกมาฉีกรัฐธรรมนูญ วนไปแบบนี้จนมีรัฐธรรมนูญกว่า 20 ฉบับ วันนี้ตนประกาศชัดเจนว่าไม่ขอยุ่งกับการเมืองในรูปแบบนี้ แต่ขอยุ่งกับประชาชน โดยจะตั้งกองกำลังส่วนที่ 3 เป็นกองกำลังที่ปฏิบัติงานมุ่งต่อประชาชนเป็นหลัก อยากให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำการเกษตรที่ทันสมัย และอยากให้ทุกคนอภัยซึ่งกันและกัน อย่าคิดว่าทหารเลว แต่ให้คิดว่าเขาต้องอดทน สิ่งที่อยากทำมากที่สุดคือกลับเข้าสู่โรงเรียนนายร้อย เพื่อบอกว่าเรื่องความมั่นคงไม่ใช่เรื่องหลัก แต่ต้องสอดคล้องกับสังคม เศรษฐกิจและเรื่องอื่นๆ ด้วย สุดท้ายนี้ขอให้นักการเมืองอย่าทิ้งประชาชน และขอให้พรรคเพื่อไทยเป็นใหญ่ในแผ่นดินทำเพื่อประชาชนและประเทศชาติ

“ป๋าเหนาะ” หนุน “บิ๊กตู่” เล่นการเมือง

ที่บ้านเมืองทองธานี นายเสนาะ เทียนทอง ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ประกาศตัวเป็นนักการเมืองว่า ถือเป็นเรื่องดี สนับสนุนเต็มที่ ถ้านายกฯพร้อมเป็นนักการเมืองจะได้ไม่ด่านักการเมือง ส่วนในอนาคตจะมีนายกฯคนนอกหรือคนในไม่สำคัญเท่าปัญหาบ้านเมือง เพราะแตกแยกมามากพอแล้ว ที่ผ่านมาเล่นเอาเป็นเอาตายกัน คนดีๆ ก็เอามาปู้ยี่ปู้ยำด่ากัน ปีใหม่แล้วขอให้เลิกเสียที ส่วนคนที่จะอาสาดูแลบ้านเมือง ขอให้เข้ามาถูกต้อง ไม่ว่าทหารหรือตำรวจถอดเครื่องแบบมาลงเล่นการ เมืองได้ ทุกคนมีสิทธิเข้ามาเล่นการเมือง เป็นยุคที่ต้องหันหน้าเข้าหากัน ปรึกษาหารือกัน ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต้องเทิดทูน และต้องรักษาประชาธิปไตยไว้ให้ได้ ประเทศอื่นไปไกลแล้ว ส่วนจะมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ปหรือไม่ เป็นเรื่องอนาคต ไม่ขอวิจารณ์อะไร แต่นักการเมืองรุ่นใหม่ต้องช่วยกัน ถ้าเอาแต่ทะเลาะกันประเทศไทยจะล้าหลัง สื่อมวลชนก็ต้องช่วยกัน ถูกผิดว่ากันไป แต่ไม่ควรเสี้ยมให้ทะเลาะกัน

กมธ.แก้ ก.ม.เลือกตั้งจัดมหรสพได้

ที่รัฐสภา นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษกกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวว่า อยู่ระหว่างการทบทวนเนื้อหารายมาตรา กมธ.ไม่ได้แก้เนื้อหาของกรธ.มากนัก ประเด็นที่ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม อาทิ มาตรา 35 ที่เพิ่มเติมเนื้อหาให้มีการจำกัดสิทธิการสมัครเข้ารับราชการเป็นเวลา 2 ปี แก่ผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง คือบุคคลใดไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จะถูกจำกัดสิทธิการไปสมัครรับราชการเป็นเวลา 2 ปี อีกประเด็นที่ กมธ.แก้ไขคือ มาตรา 75 เรื่องข้อห้ามการหาเสียง ที่มีการตัดถ้อยความที่ กรธ.เสนอห้ามให้มีการแสดงมหรสพ งานรื่นเริง มาประกอบการหาเสียง ซึ่ง กมธ.ได้แก้ไขหลักการของ กรธ. ให้สามารถมีการแสดงมหรสพและงานรื่นเริง เพื่อใช้ประกอบการหาเสียงได้

อ้างหวังผลเพิ่มคนฟังหาเสียง

นายเสรี สุวรรณภานนท์ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.กล่าวว่า เหตุผลที่ กมธ.เห็นควรให้มีมหรสพ อาทิ การแสดงดนตรีรื่นเริง ลิเก เป็นกลยุทธ์จูงใจให้ประชาชนมารับฟังการหาเสียงมากขึ้น ส่งเสริมให้คนตื่นตัวทางประชาธิปไตย หากเปิดเวทีหาเสียงอย่างเดียว ไม่มีการจูงใจเรื่องมหรสพจะมีประชาชนมาฟังนโยบายหาเสียงน้อย มีแต่เฉพาะคนที่สนใจการเมืองเท่านั้น สำหรับค่าใช้จ่ายในการแสดงมหรสพ จะถูกนำไปคิดรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งด้วย ส่วนข้อกังวลว่าจะเป็นช่องทางให้ขนคนมาดูมหรสพ เพื่อซื้อเสียงนั้น ขณะนี้เทคโนโลยีต่างๆก้าวหน้าไปมาก มีโทรศัพท์สามารถถ่ายคลิปการทุจริตซื้อเสียงได้ คงไม่มีใครกล้าเสี่ยงทำผิด คิดว่าเรื่องนี้มีแต่ข้อดี ไม่มีข้อเสีย

กกต.จัดเวทีแจงตั้งพรรคใหม่ 9 ก.พ.

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองกล่าวว่า กกต.เตรียมจัดการประชุมชี้แจงให้กับกลุ่มบุคคลที่สนใจจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการจัดตั้งพรรคการเมืองตามกฎหมายใหม่ ในวันที่ 9 ก.พ. สามารถลงทะเบียนที่สำนักงาน กกต. หรือ โทรศัพท์ 0-2141-8478 โทรสารหมายเลข 0-2143-8584 และส่งผ่านอีเมล ppd.ect2017@gmail.com โดยแจ้งความประสงค์เข้าร่วมรับฟังได้ไม่เกิน 3 คนต่อกลุ่มการจัดตั้งพรรค เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 26 ม.ค.2561 เบื้องต้นมีผู้ยื่นความจำนงขอร่วมเข้าร่วมรับฟังแล้ว 10 กลุ่ม รวม 26 คน ทั้งนี้ กกต.จะจัดเตรียมคู่มือ แบบฟอร์มต่างๆไว้ให้เพื่อให้เตรียมตัว เมื่อถึงวันที่ 1 มี.ค.ตามคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 กำหนด กลุ่มการเมืองที่ประสงค์จะจัดตั้งพรรคจะได้ยื่นคำขอจดจัดตั้งพรรคกับ กกต.ได้เลย

เผยมีเวลาไพรมารีโหวตแค่ 19 วัน

ด้านนายสมพล พรผล ผอ.สำนักกิจการพรรค การเมือง กล่าวว่า กรณีพรรคการเมืองเป็นห่วงการปลดล็อกล่าช้าจะทำให้เกิดปัญหาการจัดทำไพรมา-รีโหวตนั้น ตามเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ สนช.กำลังพิจารณาอยู่นั้น ได้กำหนดว่าหลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเลือกตั้ง ส.ส.บังคับใช้ ต้องมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งภายใน 90 วัน จากนั้น กกต.ต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง ประกาศจำนวน ส.ส. ประกาศเขตเลือกตั้งภายใน 5 วัน ซึ่งกฎหมาย ระบุว่า ต้องประกาศวันรับสมัครภายใน 20 วัน นับแต่มีพระราชกฤษฎีกา เท่ากับพรรคการเมืองเหลือเวลาที่จะดำเนินกระบวนการจัดทำไพรมารีโหวตประมาณ 19 วันเท่านั้น จะทำทันหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของพรรคการเมือง

“วิษณุ” ย้ำเงื่อนไขใช้มาตรา 44

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์เงื่อนไข 4 ข้อการใช้มาตรา 44 ว่า ตนชี้แจงเรื่องนี้ในที่ประชุม ครม.และแจ้งให้ทุกกระทรวงทราบ เพราะมีการเสนอขอใช้มาตรา 44 จำนวนมาก ถ้าไม่วางหลักเกณฑ์ไว้จะทำให้ออกมาเยอะเกินไป เราต้องการใช้เรื่องจำเป็นจริงๆ ความจริงหลักเกณฑ์นี้ใช้นานแล้วแต่เป็นหลักเกณฑ์ที่รู้กันอยู่ในใจ ครั้งนี้จึงย้ำให้เข้าใจ เมื่อถามถึงแนวคิดที่จะเปลี่ยนคำสั่ง คสช.เป็น พ.ร.บ.ยังคงมีอยู่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า มีอยู่หลายกระทรวงก็ทำแล้วแต่ยังไม่ได้เข้าสภาเท่านั้น ตามนโยบายที่ คสช.เคยให้ไว้ว่าสุดท้ายต้องเปลี่ยนเป็น พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก. เมื่อถึงจุดหนึ่งที่ คสช.จะสลายซึ่งก็คือหลังเลือกตั้ง คำสั่งใดที่ยังไม่แปลงสภาพไปเป็นกฎหมายปกติก็ต้องพิจารณายกเลิก เมื่อถามอีกว่า การยกเลิกจะเป็นไปโดยอัตโนมัติ หรือต้องออกกฎหมายยกเลิก นายวิษณุตอบว่า ในรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ถ้า คสช.ยังอยู่ สามารถออกคำสั่งมายกเลิกคำสั่งตัวเองได้ แต่เมื่อ คสช.พ้นไปก็ต้องยกเลิกโดย พ.ร.บ. ยกเว้นเป็นคำสั่งในทางบริหาร เช่น การย้ายคน แบบนี้ ครม. มีมติได้ แต่ถ้าคำสั่งมีผลเป็นกฎหมาย ต้องออกเป็น พ.ร.บ. ต้องเข้าสภา ทั้งนี้ เป็นไปได้เหมือนกันที่อาจจะออก พ.ร.บ.กลางมาฉบับหนึ่งเพื่อยกเลิกคำสั่ง คสช.ฉบับใดบ้างในคราวเดียวไปเลย ซึ่งเราได้สำรวจไว้หมดแล้ว


ชง ครม. แก้ ก.ม.ท้องถิ่น 6 ฉบับ

นายวิษณุกล่าวถึงการแก้ไขกฎหมายท้องถิ่น 6 ฉบับ หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีความเห็นให้แก้ไขเพิ่มเติม 30-40 ประเด็นว่า กกต.จะแจ้งผลการประชุมเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกาให้รับทราบ จากนั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาจะรวบรวมความเห็นเสนอเรื่องมาที่ตนพิจารณาว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหรือจะให้ทำอย่างไรต่อ โดยแนวทางที่จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีปรับแก้กฎหมายนั้นจะเสนอเข้าไปพร้อมกันทั้ง 6 ฉบับ ไม่เช่นนั้นจะมองไม่เห็นภาพรวม แต่ขณะนี้ยังตอบไม่ถูกว่าจะแก้อะไรบ้างเพราะยังไม่เห็น 40 ประเด็นของ กกต.

กกต.ส่งเรื่องให้ ครม. 23 ก.พ.

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงความคืบหน้าการยกร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาให้เกิดความรอบคอบ สัปดาห์หน้า กกต.จะประชุมอีกครั้ง คาดว่าจะส่งให้ ครม.ได้ภายในวันที่ 23 ก.พ. ส่วนกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งอีก 5 ฉบับ ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของ กกต. เป็นเรื่องที่ ครม.จะพิจารณา อย่างไรก็ตามแม้ว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นอาจเกิดขึ้นใกล้เคียงกับการเลือกตั้งระดับชาตินั้น ก็ไม่คิดว่าเป็นปัญหา เพราะตามกฎหมายการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กกต.มีหน้าที่เพียงกำกับดูแล

เปิดช่องให้ อปท.แสดงความเห็น

ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รักษาการเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ร่างกฎหมายดังกล่าว กกต.ได้ปรับแก้เนื้อหาให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญ และอำนาจ กกต.ใหม่ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. เช่น การจะใช้ผู้ตรวจการเลือกตั้งในการควบคุมดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือไม่ให้เป็นดุลพินิจของ กกต.พิจารณา การลดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง โดยการจัดพื้นที่ให้ผู้สมัครในการติดป้ายหาเสียง รวมทั้งปิดช่องโหว่ ผู้บริหารท้องถิ่นเก่าฉวยโอกาสลาออกเพื่อชิงความได้เปรียบ หลัง กกต.พิจารณาเสร็จแล้วจะส่งให้กับ กกต.จังหวัด เพื่อส่งต่อไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ แสดงความคิดเห็นประมาณ 15 วัน ก่อนส่งกลับมาให้ กกต.พิจารณาอีกครั้งและส่งร่างกฎหมายไปยังคณะรัฐมนตรีไปในช่วงกลางเดือนหน้า

ขอ คสช.จัดเสวนาท้องถิ่น

นายนิกร จำนง ผอ.พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะประธานอนุกรรมการวิชาการและกิจการพิเศษ สมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง (สพต.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ มีมติให้มีการจัดเสวนาทางการเมือง ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ในช่วงประมาณกลาง เดือน มี.ค.2561 เบื้องต้นจะเชิญวิทยากรจาก กรธ. สนช. กกต. และจะเชิญผู้ปฏิบัติ เช่น นายก อบจ. หรือ ตัวแทนของ อบจ.ทั่วประเทศ ตัวแทนเทศบาลนคร กทม. และเมืองพัทยา เนื่องจากเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงมาร่วมเสวนาด้วย เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นหัวใจสำคัญของการกระจายอำนาจการปกครอง โดยจากนี้จะเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม สพต.เพื่อรับทราบ ก่อนทำหนังสือขออนุญาต คสช.ในการดำเนินการ

อัด คสช.ต้มคนไทยปราบโกง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกฯ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก “คสช.กำลังทำให้ระบบต่อต้านคอร์รัปชันล้มละลายยาวนาน” ว่า การจัดการกับปัญหาคอร์รัปชันเป็นข้ออ้างในการยึดและอยู่ในอำนาจของ คสช. แต่เกือบ 4 ปีที่ผ่านมา จัดการกับเฉพาะกับผู้ที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม แต่กับพวกพ้องไม่ปรากฏเป็นชิ้นเป็นอันแม้แต่เรื่องเดียว การปฏิรูปก็ไม่เกิด ร่วมกันทำลายระบบนี้ที่ไม่ใช่แค่ล้มเหลว แต่ต้องเรียกว่า ถึงขั้นล้มละลาย เมื่อเกิดกรณีอื้อฉาวกับคนใน คสช.หรือรัฐบาล ไม่มีใครตั้งกระทู้ เสนอญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเหมือนระบบรัฐสภาประชาธิปไตย และการที่นายกรัฐมนตรีบอกให้สื่อมวลชนลดราวาศอก มิฉะนั้นจะใช้อำนาจมากกว่าเดิม ถ้าเป็นระบบรัฐสภาประชาธิปไตย นายกฯคงโดนอภิปรายไปแล้วเหมือนกัน สำหรับ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน ส่วนใหญ่แต่งตั้งกันในขณะที่ คสช.มีอำนาจเต็ม โดยมีรองนายกฯคนหนึ่งเข้าไปร่วมเป็นกรรมการสรรหา ให้ความเห็นชอบโดย สนช. ซึ่งล้วนเป็นคนของ คสช. ในที่สุดก็ได้คนสนิทของ คสช.เข้ามาเป็น ป.ป.ช.คนสำคัญ จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไม ป.ป.ช.ชุดนี้ถึงไม่กระตือรือร้นตรวจสอบกรณีอื้อฉาวที่เกิดขึ้น และยังมีการต่ออายุจนกว่าครบวาระอีก 7-8 ปี รัฐธรรมนูญที่อวดอ้างเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกงนั้นจริงๆ แล้วไม่ได้ใช้ แต่ใช้ระบบของ คสช. เท่ากับเป็นการหลอกต้มคนทั้งประเทศ

เย้ย “บิ๊กตู่” ป้องพวกพ้องจนเสื่อม

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. บอกว่าอย่าดูที่มาของผู้นำ ให้ดูที่ความตั้งใจในการทำงานก็พอ ว่า ที่มาของท่านไม่สง่างาม ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เป็นเรื่องแปลกที่หัวหน้า คสช.ออกมาเรียกร้องแบบนี้ถ้าผู้นำมีที่มาถูกต้อง มีคุณธรรม อนาคตสังคมก็ดีด้วย ถามว่าเหตุใดประชาชนส่วนใหญ่ถึงสิ้นศรัทธา ถึงขั้นมีโพลไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯต่อ น่าลองส่องกระจกถามตัวเองดูบ้าง ท่านมีอำนาจสูงสุดตามมาตรา 44 อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ แต่ใช้อำนาจนั้นเพื่อหมู่คณะตัวเอง หรือคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะการปกป้องพวกพ้องบริวารที่มีข่าวทุจริตยิ่งกว่าไข่ในหิน ไม่ได้ทำจริงจังตามคำคุย อยากให้ลองสวมวิกไปเดินตลาดสดสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าเรตติ้งความนิยมของท่านนั้นกระฉูดปานใด ชาวบ้านเขาฝากบอกว่าให้ใช้แคมเปญ “รักประวิตรเลือกประยุทธ์เป็นนายกฯสมัยหน้า” ไปเลย

โวยไม่ขึงขังจับตัว “ยิ่งลักษณ์”

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลยอมรับว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลบหนีไปประเทศอังกฤษว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ในสถานะผู้ร้ายข้ามแดน หรือนักโทษหนีคดี เป็นความอาญาแผ่นดินที่มาจากการทำผิดเกี่ยวกับคดีการทุจริต ซึ่งเป็นคดีสากลของโลก แต่น่าผิดหวังกับท่าทีของนายกฯรวมถึง รมว.ต่างประเทศ ที่ไม่ขึงขังตั้งใจจะนำตัวคนทำผิดกลับมาดำเนินคดี ตนเกรงว่าประชาชนจะเข้าใจผิดว่ารัฐบาลนี้ยอมจำนนต่อพฤติการณ์การปรากฏกายของนักโทษที่ลอนดอน หรือไม่มีความพยายามที่จะนำตัวกลับมาดำเนินคดี ทั้งที่เป็นรัฐบาลพิเศษที่ปฏิวัติมาด้วยเหตุผลเรื่องทุจริตต่อบ้านเมือง ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมและจริยธรรมของไทยต่อไปยังคนรุ่นหลัง

“อานนท์” รับทราบข้อหาคดีที่ 6

ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) นายอานนท์ นำภา ทนายความอาสาของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เข้ารับทราบข้อกล่าวหาฐานดูหมิ่นศาล และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หลังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นถึงการพิพากษาคดีเกี่ยวกับคดี ไผ่ ดาวดิน และพวก รวม 7 คน เมื่อวันที่ 2 พ.ย.60 ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น โดยให้สัมภาษณ์ว่า โดนคดีนี้เป็นคดีที่ 6 วันนี้ปอท.แจ้ง 2 ข้อหา คือหมิ่นศาล และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ตนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนนัดมาให้ปากคำอีกครั้งวันที่ 10 ก.พ. แต่จะต้องมารายงานตัวทุก 12 วันว่าจะไม่หลบหนี ตนไม่คิดจะหลบหนีอยู่แล้ว ประเด็นที่ติดใจคือข้อกล่าวหาหมิ่นศาล เจ้าทุกข์ควรจะเป็นศาลที่เป็นผู้เสียหาย แต่กลับเป็นตำรวจ ปอท. เรื่องนี้ตนจะทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรมาสอบถามอีกครั้ง

ปฏิรูป ตร.ถ่วงดุลสืบสวนภายใน

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) แถลงภายหลังการประชุมว่า คณะกรรมการฯเหลือเวลาทำงานอีก 3 เดือน งานส่วนใหญ่คืบหน้าน่าจะเสร็จทันตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างการปฏิรูประบบงานสืบสวนสอบสวน ยอมรับว่ามีความซับซ้อน ต้องสอดคล้องกับการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมในภาพใหญ่ คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจจะเน้นการสร้างการถ่วงดุลการสืบสวนสอบสวนภายในของตำรวจด้วยกันเอง ถ้าทำได้จะทำให้พนักงานสอบสวนเติบโตมีคุณภาพ หากปฏิรูปแล้วคิดว่าปัญหาซื้อขายตำแหน่งน่าจะได้รับการแก้ไขในทางที่ดีขึ้น

“บิ๊กตู่” บินร่วมวงผู้นำแม่โขง-ล้านช้าง

วันเดียวกัน เวลา 12.20 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานนานาชาติกรุงพนมเปญ ราชอาณาจักรกัมพูชา เข้าร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “แม่น้ำแห่งสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนของเรา” เพื่อกำหนดทิศทางและกิจกรรมในอนาคต โดยมีผู้นำสมาชิกทั้งหมด 6 ประเทศ ประกอบด้วย นายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว นายมิ้นต์ ส่วย รองประธานาธิบดีเมียนมา นายเหวียน ซวนฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม และ พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางมาหารือร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง โอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้พบและหารือทวิภาคีกับสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาและนายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ก่อนเดินทางกลับในเวลา 22.40 น. วันเดียวกัน

ถก “ฮุน เซน” เร่งรัดความร่วมมือ

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ก่อนร่วมการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง พล.อ.ประยุทธ์ได้หารือทวิภาคีกับสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เร่งรัดความร่วมมือด้านต่างๆ อาทิ ความตกลงว่าด้วยการเดินรถร่วมสร้างทางรถไฟเส้นทางจากสะพานรถไฟอรัญประเทศ-ปอยเปต และสร้างเส้นทางรถไฟจากชายแดนไทย-กัมพูชาไปยังกรุงพนมเปญ ภายในปี 2563 เร่งสร้างอาคารศุลกากรทั้ง 2 ฝั่ง บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านหนองเอี่ยน จ.สระแก้ว-สตึงบท จ.บันเตียเมียนเจย สร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการขนส่งสินค้าข้ามแดน ส่วนปัญหาหลักเขตแดนที่ 43 สองฝ่ายยังเห็นชอบให้ประชาชนอยู่อาศัยและทำมาหากินบริเวณชายแดนต่อไปได้ แต่ต้องไม่ขยายพื้นที่ออกไปมากกว่าเดิม ด้านแรงงานไทยได้ขยายระยะเวลาการพิสูจน์สัญชาติของแรงงานกัมพูชาไปถึง 30 มิ.ย.61 นอกจากนี้ ไทยยินดีเปิดให้มีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากกัมพูชาตลอดทั้งปี

ชูเชื่อมระเบียงเศรษฐกิจภูมิภาค

พล.ท.วีรชนกล่าวว่า สำหรับการประชุมผู้นำกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 2 นายกฯได้กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมภายใต้หัวข้อ “แม่น้ำแห่งสันติภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเรา” ว่า กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ต้องดำเนินการจริงไม่ใช่เพียงแค่การเจรจา ปัจจุบันมีการจัดตั้งสาขาความร่วมมือเร่งด่วน 5 สาขา ภายใต้การทำงานของ 6 คณะทำงาน อนุมัติโครงการต่างๆแล้ว 132 โครงการ จาก 250 โครงการ โดยนายกฯเสนอทิศทางความ ร่วมมือสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย นวัตกรรม และการพัฒนาอุตสาหกรรมที่ทันสมัย สนับสนุนข้อริเริ่มของจีนจัดทำแผนแม่บทด้านความเชื่อมโยงของกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ซึ่งจะช่วยให้อนุภูมิภาคเชื่อมโยงเข้ากับนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน สนับสนุนการจัดทำระเบียงเศรษฐกิจแม่โขง-ล้านช้าง และผลักดันให้ระเบียงเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน

พท.จัดงานปีใหม่ย้ำความเหนียวแน่น อดีต ส.ส.อีสานลั่นยืนหยัดล่มหัวจมท้าย หัวหน้าพรรคขออย่าหวั่นไหวพลังดูด คสช. ลั่นผ่านความตายมาแล้วขอให้ร่วมสู้อีกครั้งในสนามเลือกตั้ง ตามอัดใช้ ม.44 พร่ำเพรื่อไม่เห็นหัว รธน. 10 ม.ค. 2561 23:56 11 ม.ค. 2561 11:52 ไทยรัฐ