วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลิปหลุด ภาพโป๊ โดนแบล็กเมล์! ไข 3 ทางรอด ไม่ตกเป็นเหยื่อกรรโชก

เมื่อโลกอินเทอร์เน็ตกำลังบูม ผู้คนเข้าถึงข้อมูลความรู้ต่างๆ ได้ทั่วโลก ขณะเดียวกันก็เหมือนเป็นดาบสองคม เพราะหากมีเรื่องลับส่วนตัวหลุดเข้าไปบนโลกใบนี้ ย่อมหมายถึงการกระจายต่อด้วยความรวดเร็วและนับไม่ถ้วน

กรณีของสาววัย 18 ปี ที่กระโดดสะพานปลิดชีพตัวเอง ด้วยความเครียด รวมทั้งอาจจะมีความเกี่ยวข้องกับการที่เธอโดนขู่ว่าจะปล่อยคลิปลับส่วนตัวบนเว็บโป๊ หากไม่ยอมทำตามเงื่อนไขที่ต้องการ นี่เป็นเพียงเคสตัวอย่างที่เป็นข่าวขึ้นมา และยังเชื่อว่ายังมีหลายคนตกเป็นเหยื่อถูก “แบล็กเมล์”

“ความอาย” เครื่องมือผู้ร้ายข่มขู่แบล็กเมล์

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ พูดคุยกับ พ.ต.อ.ธนดล แก้วอุบล รอง ผบก.ปอท. ถึงคดีที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกรณีถูก “ข่มขู่แบล็กเมล์” โดย พ.ต.อ.ธนดล ระบุว่า “ความอาย” เป็นเครื่องมือสำคัญที่กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้ในการข่มขู่ผู้เสียหาย เพราะ “เชื่อ” ว่าผู้เสียหายจะยอมทำตามข้อตกลง และไม่อยากแจ้งความ แต่เชื่อหรือไม่ว่า เมื่อยอมทำตามข้อตกลงในครั้งแรกแล้วนั้น จะมีการเรียกร้องครั้งต่อๆ มาอีก

“ผู้เสียหายที่ไม่ยอมมาแจ้งความมักจะอาย แต่ผมให้ข้อคิดว่า อย่าไปอายครับ เพราะบางคนอายแล้วไม่กล้าที่จะไปแจ้งความร้องทุกข์ โดยไม่รู้หรอกว่า สัจจะไม่มีในหมู่โจร การจ่ายเงินให้คนพวกนี้ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง เพราะมีโอกาสสูงมากที่จะโดนรีดไถไม่รู้จบ เพราะคนกลุ่มนี้คิดว่าได้เงินง่ายก็ยังทำ ทางออกที่ดีที่สุดให้แจ้งความดำเนินคดี จับตัวคนกระทำผิดดีกว่า” รอง ผบก.ปอท. ให้คำแนะนำ

สำหรับเคสที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับ ปอท.นั้น มีหลายแบบ

1.แฟนหนุ่มถ่ายภาพลับของแฟนสาวไว้ พอเลิกรากันไปก็เอาภาพมาแบล็กเมล์แฟนเก่า โดยขอเรียกร้องเป็นเงิน หรือผลประโยชน์อย่างอื่น ถ้าไม่ยอมจะนำภาพลับที่ถ่ายไว้ออกมาเผยแพร่สู่สาธารณชน

2.เคยถ่ายรูป ถ่ายคลิปภาพลับ เก็บไว้ในโทรศัพท์แต่ลบไปแล้ว กระทั่งวันหนึ่งโทรศัพท์เสีย จึงส่งโทรศัพท์ไปซ่อม ปรากฏว่าช่างซ่อมโทรศัพท์กลับใช้โปรแกรมกู้ข้อมูลทั้งรูปภาพ คลิปออกมาได้ และนำไปเผยแพร่ต่อลงในอินเทอร์เน็ต ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้มีเยอะมาก และสามารถกู้ข้อมูลได้แม้ลบไปนานแล้วก็ตาม

3.ถ่ายรูป ถ่ายคลิปภาพลับ เก็บไว้ในโทรศัพท์ และทำโทรศัพท์หาย แต่มีภาพปรากฏอยู่ คนที่เก็บโทรศัพท์ได้ก็นำรูป คลิป ไปเผยแพร่ลงในอินเทอร์เน็ต

ทั้งนี้ มีทั้งแบบที่เผยแพร่รูป คลิปส่วนตัว ทั้งกรณีที่ข่มขู่และไม่ได้ข่มขู่ แต่ทั้งหมดเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายรู้ตัวกันเป็นส่วนใหญ่ ว่าใครเป็นคนกระทำความผิด

อย่างไรก็ตาม เรื่องเหล่านี้ก็พอมีบ้างไม่ถึงกับเยอะ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่เป็นผู้เสียหาย ผู้ชายมีมาแจ้งแค่รายเดียว เป็นกรณีโดนหลอกถ่ายแอ็กติ้งว่าจะเข้าวงการ แล้วขู่ว่าถ้าไม่ยอมทำตามข้อตกลงบางอย่าง จะเอาภาพไปเผยแพร่

ไขข้อข้องใจ ทำอย่างไร หากถูกแบล็กเมล์?

1.เก็บหลักฐานที่มีคนโพสต์หรือแชร์

ให้ผู้เสียหายรวบรวมพยานหลักฐานที่พบการกระทำความผิด ไม่ว่าจะมีการเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ใดก็ตาม ให้เก็บไว้ว่าใครเป็นคนโพสต์เผยแพร่ให้ปรากฏชัดเจน ส่วนใครที่นำไปแชร์ต่อ ให้เก็บหลักฐานไว้เช่นกัน เนื่องจากมีความผิดทั้งคนโพสต์และคนแชร์

2.เก็บหลักฐานการข่มขู่

ในกรณีที่มีการแบล็กเมล์ ข่มขู่ เรียกร้องทรัพย์สินกับผู้เสียหายผ่านทางโทรศัพท์ ให้บันทึกเสียงไว้ตอนพูดข่มขู่ แต่หากพูดกันตัวต่อตัวต้องหาพยาน ซึ่งกรณีนี้จะมีความผิดทั้งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้หรือยอมจะให้ตนหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น ผู้นั้นกระทำความผิดฐานกรรโชก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท

และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (4) นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ส่วนคนที่แชร์ต่อ จะมีความผิดตามมาตรา 14 (5) เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (1) (2) (3) หรือ (4)

3.แจ้งความ ณ สถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ

เมื่อรวบรวมหลักฐานได้แล้วนั้น ทราบเหตุที่ใดสามารถแจ้งความท้องที่ที่เกิดเหตุได้เลย เนื่องจากสถานีตำรวจในท้องที่มีหน้าที่โดยตรงที่จะรับแจ้งความ หรือเดินทางมาร้องทุกข์กล่าวโทษด้วยตนเองที่ บก.ปอท.

“ผู้เสียหายบางคนคิดว่าเวลามีเหตุทางโซเชียลก็เข้ามาที่ ปอท. เลย ซึ่งความจริงแล้วไม่จำเป็น สามารถไปแจ้งความที่สถานีตำรวจในท้องที่นั้นๆ ได้ จะสะดวกกว่า เพราะตอนนี้ถ้าไม่ใช่คดีนโยบาย หรือคดีที่เกี่ยวพันเป็นเครือข่าย ที่มีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก หรือคดีที่มีความซับซ้อน ก็จะส่งให้ท้องที่ดำเนินการต่อ โดยท้องที่จะรับแจ้งความให้ และขอความร่วมมือให้ ปอท.ช่วยตรวจสอบ ซึ่งทาง ปอท.จะมีฝ่ายสืบสวนดำเนินการตรวจสอบให้” พ.ต.อ.ธนดล กล่าว

ขณะที่ ในส่วนของเจ้าหน้าที่จะมีการตรวจสอบแบบทางการ โดยถามไปทางผู้ให้บริการอย่างเฟซบุ๊ก ไลน์ หรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตค่ายต่างๆ เพื่อหาไอพีแอดเดรสของผู้ที่โพสต์ นอกจากนี้ยังมีวิธีการสืบสวนอื่นๆ อีก ซึ่งเป็นเทคนิคของฝ่ายสืบสวน ไม่สามารถเปิดเผยให้สาธารณะทราบได้

วิธีป้องกัน ไม่ให้ตกเป็น “เหยื่อ” แบล็กเมล์

พ.ต.อ.ธนดล กล่าวถึงการป้องกันไม่ให้ถูกแบล็กเมล์ว่า ต้นเหตุของการนำไปสู่การถูกแบล็กเมล์ คือ การถ่ายภาพหรือคลิปลับส่วนตัว ดังนั้นไม่ว่าจะรักใคร่ชอบพอกันแค่ไหน อย่ายอมให้ถ่ายภาพลับอันจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเองอย่างเด็ดขาด รวมทั้งไม่ควรจะถ่ายภาพลับส่วนตัวของตัวเองด้วย เพราะเมื่ออยู่ในโทรศัพท์มือถือ แม้จะลบทิ้งแล้วก็มีโปรแกรมที่จะกู้ภาพขึ้นมาได้อีก หรือโทรศัพท์หาย ส่งซ่อม ร้านซ่อมก็ใช้โปรแกรมกู้ข้อมูลได้ หรืออัพลงไปบนโลกอินเทอร์เน็ตแล้ว แม้จะใส่รหัสผ่านหลายชั้น ก็มีโอกาสถูกแฮกและนำไปหาผลประโยชน์จากผู้ไม่หวังดีได้

นอกจากนี้ประชาชนควรจะใส่ใจและให้ความสำคัญในเรื่องการรักษาความปลอดภัยของบัญชีออนไลน์ต่างๆ ด้วย เพื่อให้บัญชีของตัวเองมีความปลอดภัยสูงที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน