วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โรคกุหลาบรับวาเลนไทน์

โดย สะ-เล-เต

วันวาเลนไทน์ใกล้ย่างกรายมาถึง ความหวังขายดอกกุหลาบได้ราคากำลังมาเยือน...แต่ด้วยระยะนี้อุณหภูมิลดต่ำลง มีน้ำค้างในตอนเช้า กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกกุหลาบเฝ้าระวัง โรคราแป้ง และ หนอนเจาะสมอฝ้าย ที่มักจะมาอาละวาดในกุหลาบออกดอก

โรคราแป้ง จะพบแสดงอาการเริ่มแรกบนผิวใบเกิดแผลจุดสีแดง ต่อมาจะพบเชื้อรามีลักษณะคล้ายผงแป้งเกิดขึ้นเป็นหย่อมๆทั้งด้านบนใบและใต้ใบ หากรุนแรงจะพบผงสีขาวบนก้านใบ กิ่ง ดอก ก้านดอก ใบอ่อน กลีบเลี้ยง กลีบดอก และลำต้น ทำให้บิดเบี้ยวเสียรูปร่าง ใบจะเหลืองแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แห้งกรอบ และร่วงในที่สุด

เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูก กำจัดวัชพืช ตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความชื้นและลดแหล่งสะสมเชื้อรา

หากเริ่มพบต้นที่เป็นโรค ให้เกษตรกรพ่นด้วย ไพราโซฟอส 29.4% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ เบโนมิล 50% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 6-10 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 5-7 วัน

หลีกเลี่ยงการพ่นสารกลุ่มซัลเฟอร์ เพราะจะทำให้กุหลาบเกิดอาการไหม้ได้

หนอนเจาะสมอฝ้าย มักพบหนอนเข้าทำลายกุหลาบด้วยการเจาะเข้าไปกัดกินภายในดอก เกษตรกรควรใช้ เชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส ทูริงเยนซิส อัตรา 60-80 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

และใช้สารฆ่าแมลง สไปนีโทแรม 12% เอสซี อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอแรนทรานิลิโพรล/ไทอะมีทอกแซม 20% / 20% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คลอแรนทรานิลิโพรล 5.17% เอสซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ลูเฟนนูรอน 5% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไบเฟนทริน 2.5% อีซี อัตรา 30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร.

สะ–เล–เต