วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ข้อตัดสินความสวย

เกณฑ์ตัดสินความงาม...นางฟ้าฝรั่งที่จะได้แอปเปิ้ลทองคำ หรือกระจกวิเศษพระราชินีในสโนไวท์ เราเคยฟังกันบ้าง แต่เกณฑ์ตัดสินความงามจากคัมภีร์พุทธศาสนา น่าจะฟังกันน้อย

ในสุธาโภชนชาดกเล่าว่า พระอินทร์มีพระธิดาอยู่สี่นาง แต่ละนางมีความงามเหนือกว่านางฟ้าธรรมดา...มีชื่อเรียงตามลำดับไหล่ นางศิริ นางศรัทธา นางอาสา และนางหิริ

วันหนึ่งสี่ธิดาลงจากสวรรค์ไปเที่ยวเล่นที่สระอโนดาต (ป่าหิมพานต์) พักผ่อนอยู่บนแท่นมโนศิลา ใกล้กับถ้ำกาญจนคูหา ที่อยู่ของพระฤาษีนารท

ฤาษีองค์นี้เป็นเทพของคนธรรพ์ รอบรู้ในโลกสวรรค์มนุษย์ บาดาล เป็นตัวการถ่ายทอดเรื่องรามายณะ (รามเกียรติ์) ให้ฤาษีวาลมิกิเขียนอีกที

ความรอบรู้นี้เอง เจอใครมีเรื่องอะไร ก็เล่าไปเรื่อยๆ จนมีอีกฉายา ฤาษีปากอยู่ไม่สุข

เวลาที่สี่ธิดาพระอินทร์อยู่นั้น ฤาษีนารทก็เพิ่งกลับจากสวรรค์ เด็ดดอกปาริชาต ดอกไม้ที่แสนหอม และใครได้กลิ่นแล้วระลึกชาติได้ ถือติดมือเดินผ่านมา

ดอกปาริชาตไม่ค่อยบานง่ายๆ เพราะอยู่ในสวนพระอินทร์เองแท้ๆ แต่ลูกสาวพระอินทร์กลับไม่ค่อยมีโอกาสจะได้เห็น เมื่อเห็นก็ออกปากขอ

ลีลาพระฤาษีนารท เล่นลูกยุให้รำตำให้รั่วตามถนัด บอกว่า

“พระธิดาองค์ใด ที่คิดว่างามที่สุด ก็ควรได้ไป”

เรื่องราวในโลกนี้มีมากมายที่ผู้หญิงยอมได้ แต่เรื่องความงามไม่มีใครยอมใคร

นึกถึงใครไม่ได้ ก็ไปหาพ่อ ขอให้พ่อช่วยบอกทีว่า สี่ลูกสาวพ่อ ใครงามที่สุด

พระอินทร์ก็รู้เชิง ขืนชี้ให้ใครคงจะไม่อยู่เป็นสุข โบ้ยให้หา ฤาษีมัจฉริยโกสีห์ที่เขาหิมาลัย

ฤาษีองค์นี้ได้ชื่อว่า เป็นฤาษีกินข้าวทิพย์ ไม่ยอมกินข้าวกับใครที่ไม่ใช่คนดี พระอินทร์แนะวิธี แทนที่จะไปขอร้องให้ท่านตัดสิน ใครงามกว่า ก็ควรผลัดกันไปขอข้าวทิพย์ฤาษีกินทีละนาง

นางศิริธิดาพระอินทร์ ซึ่งนางศิริได้คิวแรก

ฤาษีกล่าวว่า ขึ้นชื่อว่าบุรุษอาจมีปัญญาและคุณงามความดี แต่ถ้าไม่มีศิริ ก็ไม่มีความสำเร็จ แต่คนมีศิริแม้จะเกียจคร้านเหลวไหลก็อาจได้ดี

ด้วยเหตุผลนี้ พระฤาษีจึงถือว่า นางศิริยังมิใช่ผู้มีศิริ จึงกินข้าวด้วยไม่ได้

ถึงคิวนางศรัทธา ซึ่งชื่อแปลว่าความเชื่อ ฤาษีบอกว่า คนที่เชื่อฟังท่านอาจทำดี แต่ก็อาจทำผิดเพราะเชื่อท่านก็ได้ แล้วแต่ศรัทธาไปทางใด เพราะฉะนั้น “ฉันจึงยังกินข้าวด้วยไม่ได้”

นางอาสาชื่อแปลว่า “ความหวัง” แต่ก็ต้องผิดหวัง ได้คิวที่สาม ฤาษีบอกว่าคนจะสำเร็จความหวัง หรือไม่ก็ไม่แน่ แต่ความหวังทำให้เกิดความเสื่อมก็ได้ ความหวังก็ยังไม่ใช่ของดีแท้

ถึงธิดาพระอินทร์คนที่สี่ นางหิริ ชื่อนี้แปลว่า “ความละอายบาป” มัจฉริยโกสีห์พูดสั้นๆ “ความละอายบาปเป็นเรื่องประเสริฐ” แล้วก็ตักข้าวทิพย์แบ่งให้นางหิริกิน

เป็นอันว่า ในสี่ธิดาพระอินทร์ นางศิริ นางศรัทธา นางอาสา และนางหิริ ใช้เกณฑ์มัจฉริยโกสีห์ นางหิริงามที่สุด

ผมเลือกเอาเรื่องนี้มาเล่า เพราะยังเชื่อว่า ตัวเองเป็นกองหนุน จำนวนที่ป๋าเปรมท่านว่า นายกฯประยุทธ์เหลือน้อย ตั้งใจจะพูดแต่เรื่องดี ตามที่ท่านออกปากขอนักข่าวในวันปีใหม่

ยึดหลัก “ละอายบาป” ให้มั่นๆ เลือกใช้คนหน้าบางทำงาน ต่อไป อยู่ให้ไกลๆคนหน้าหนาเอาไว้

ส่วนเรื่องจะตีตั๋วต่อได้หรือไม่ ถึงเวลานั้น ชาวบ้านแบบพวกผม จะแซ่ซ้องร้องขอออกมาเอง.

กิเลน ประลองเชิง