วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แด่...ผู้ติดปีกให้กับ 'กวินทร์' บินได้

โดย Lemon Juice

ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวดีรับปีใหม่ของแฟนกีฬาชาวไทย ที่ได้เห็นนักเตะอย่าง “เจ้าตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ โผบินออกไปโลดแล่นบนสังเวียนฟุตบอลลีกยุโรปกับ “โอเอช ลูเวิน” ในดิวิชั่น 2 ของเบลเยียม...

ไม่ต้องสนใจหรอกครับว่า นักเตะไทยคนล่าสุดที่ย้ายไปค้าแข้งในยุโรปคือใคร และในปีไหน เพราะอดีตคือสิ่งที่ผ่านไปแล้ว ไม่มีประโยชน์ สู้อยู่กับปัจจุบันดีกว่าว่า ตอนนี้ "เจ้าตอง" คือขวัญใจที่แฟนบอลชาวไทยจะต้องเอาใจช่วยอย่างเต็มที่

เรื่องนี้มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า การที่เจ้าตองจะมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง การฝ่าฟันอุปสรรคตั้งแต่เกิดจนถึงอายุ 27 ปีสำหรับคนคนหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องเจอกับอะไรหลายอย่าง แต่การที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งสามารถก้าวขึ้นมาเป็นที่ยอมรับได้ในระดับนานาชาติ ต้องยกเครดิตให้กับคนรอบข้าง ที่ช่วยหล่อหลอมเขาขึ้นมาด้วย

นอกจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ต้นสังกัดที่บ่งเพาะวิชาลูกหนังให้กับ กวินทร์ จนกลายเป็นเบอร์หนึ่งของเมืองไทยแล้ว ผู้อยู่เบื้องหลังที่ต้องได้รับเครดิตแบบเต็มๆ ก็ต้องยกให้ "แม่ติ๋ม" สุนทรีย์ ธรรมสัจจานันท์ และคุณพ่อประมวล ธรรมสัจจานันท์ ที่เลี้ยงลูกชายคนนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม มีระเบียบวินัยในระดับที่สามารถยกให้เป็นต้นแบบของนักกีฬาอาชีพได้เลยทีเดียว

ในช่วงวัยรุ่น แน่นอนว่าส่วนใหญ่ชอบเที่ยวเตร่ ควงหญิงดูหนัง ซดเหล้าเบียร์อย่างกับน้ำเปล่า แต่ "ตอง" กลับเลือกที่จะดื่มนมวันละแกลลอนเพื่อบำรุงร่างกาย นอนตั้งแต่หัวค่ำเพื่อพักผ่อนให้เพียงพอ เตรียมพร้อมสำหรับการฝึกซ้อมและแข่งขันในวันถัดไป

ระหว่างวันหากใครหาตัวผู้ชายคนนี้ไม่พบ คุณจะสามารถเจอเขาได้ที่ฟิตเนส เพื่อทำให้ร่างกายดูเฟิร์มและสามารถมีแรงปะทะกับคู่แข่งในระดับอาชีพได้แบบต่อเนื่อง ไม่มียุบ 

ในทุกวันนี้ใครหลายคน อาจจะเขินอายที่ต้องสวมกอดพ่อแม่ หรือรู้สึกว่าไม่ค่อยสะดวกใจหากมีพ่อแม่ตามไปในหลายๆ ที่ แต่สำหรับผู้ชายคนนี้กลับตรงกันข้าม เขาชอบที่จะเห็นพ่อแม่มาเชียร์เขาข้างสนามเสมอ และชอบที่จะกอดจูบพ่อแม่ก่อนลงสนามเพื่อสร้างกำลังใจให้ตัวเอง

ในวันที่หลายคนโด่งดังมีชื่อเสียง บางคนอาจจะเกิดอาการ "จมไม่ลง" หรือ "ทะนงตัว" แต่สำหรับ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กลับตรงกันข้าม เขายิ้มแย้มให้กับแฟนบอลทุกคนที่พบเจอ ไม่เคยรังเกียจเกี่ยงงอนสื่อเวลาที่ขอสัมภาษณ์​ และมีสัมมาคารวะทุกครั้งที่พบกับผู้ใหญ่ แทบจะเรียกได้ว่ามือไม้อ่อนไม่แพ้นักเรียนนาฏศิลป์เลยทีเดียว

ที่เล่ามานั้นไม่ใช่จะอวยกันตามกระแส แต่นั่นคือตัวตนของเขาที่เราพบเจอได้ทุกที่ และโดยส่วนตัวผมรู้จักเขามาตั้งแต่ติดทีมชาติยู-16 ในยุคโค้ชเตี้ย และได้มาสัมผัสตัวตนจริงๆ ตอนที่เริ่มเป็นนักข่าวเมื่อราว 6 ปีก่อน ในตอนนั้นตองเป็นคนยังไง ทุกวันนี้ก็ยังเป็นคนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลง ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการเลี้ยงดูที่น่ายกย่องชื่นชมของครอบครัว

ส่วนอีกคนหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือครูผู้สร้าง กวินทร์ ให้ก้าวขึ้นมาเป็นยอดนายทวารที่ครบเครื่อง ซึ่งได้แก่ "มหาโต" นิพนธ์ มาลานนท์ อดีตนายทวารทีมชาติไทย และเจ้าของแชมป์สโมสรเอเชียกับธนาคารกสิกรไทย

ถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีไม่น้อย ที่เจ้าตองเข้ามาสู่ทีมเมืองทองในยุค "มหาโต" เป็นโค้ชผู้รักษาประตู เพราะอดีตนายด่านแบงก์รวงข้าวไม่ใช่แค่สอนวิชาในสนามเท่านั้น แต่ยังสอนเรื่องการใช้ชีวิต สอนนั่งสมาธิเพื่อนำมาต่อยอดบนสนาม แนะนำการเข้าฟิตเนสเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ รวมถึงให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ ด้วย

นับจากวันนี้เป็นต้นไป ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสครั้งสำคัญที่นักเตะชาวไทยจะออกไปแตะขอบฟ้ายุโรป เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้โลกได้รู้ว่า คนไทยหากทำอะไรก็ไม่แพ้ใครในโลกใบนี้ ซึ่งเราทุกคนคงทำได้แค่ส่งแรงใจเชียร์ เพื่อลุ้นให้ผู้ชายที่ชื่อ "กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์" กรุยทางสร้างฝันให้ได้ เพื่อปูทางสำหรับนักเตะรุ่นใหม่ที่จะเดินตามรอยในอนาคตต่อไป.

>>>LEMON JUICE<<<