วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สาวโดนขังฟรีร้องป. เหยื่อแก๊งคอลฉกบัตร ไปเปิดบัญชีรับโอนเงิน

สาวโดนขังฟรีร้องป. เหยื่อแก๊งคอลฉกบัตร ไปเปิดบัญชีรับโอนเงิน

  • Share:
ผู้การจ่อเอาผิดธนาคาร

พนักงานสาวบริษัทเอกชนวัย 24 โร่ร้องกองปราบฯขอความเป็นธรรมให้จับคนร้ายตัวจริง หลังถูกเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ล้วงกระเป๋าเอาบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่ง 9 บัญชี จนถูกศาลจังหวัดตาก ออกหมายจับร่วมกันฉ้อโกง แต่ต้องนอนเรือนจำถึง 2 คืน ทั้งๆที่เข้าพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ด้านผู้การกองปราบฯสั่งประสานขอโอนคดีมาทำเอง ขณะที่แบงก์ชาติสั่งแบงก์ที่เกี่ยวข้องรายงานด่วน เหตุใช้บัตรประชาชนคนอื่นเปิดบัญชีได้

กรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ถูกคนร้ายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขโมยกระเป๋าสตางค์ภายในมีบัตรประชาชน ระหว่างนั่งรถโดยสารใน กทม. เมื่อวันที่ 6 ต.ค.60 แล้วถูกคนร้ายปลอมแปลงลายมือชื่อนำไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์มือถือ 3 ค่าย 4 เบอร์ บัญชีธนาคาร 7 แห่ง รวม 9 บัญชี มียอดหมุนเวียนรวมกัน 10 ล้านบาท ทั้งๆที่ น.ส.ณิชาได้ไปอายัดบัตรแล้วทำบัตรใหม่ในวันรุ่งขึ้น ต่อมาถูกศาลจังหวัดตากออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกง น.ส.ณิชาได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ในวันที่ 5 ม.ค. ก่อนจะให้พนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก จ.ตาก รับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายท้องที่ที่มีผู้เสียหายแจ้งความไว้ ส่งฟ้องฝากขังศาลในวันที่ 6 ม.ค. โดยศาลไม่ให้ประกันตัว เพราะกลัวหลบหนี อีกทั้งมูลค่าความเสียหายมาก ถูกขังอยู่เรือนจำจังหวัดตาก 2 วัน กระทั่งญาติยื่นคำร้องอุทธรณ์ขอประกันตัวอีกครั้งในวันที่ 8 ม.ค. ครั้งนี้ศาลอนุมัติตามคำร้อง ขณะที่ น.ส.ปุญญาดา ก๊กมาศ พี่สาว น.ส.ณิชา ประกาศจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากธนาคารทั้ง 7 แห่ง เพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้น้องสาว

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 ม.ค. ที่กองบังคับการปราบปราม น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี ผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีจนถูกจับกุมถูกขังในเรือนจำฟรี 2 วัน และ น.ส.ปุญญาดา ก๊กมาศ อายุ 33 ปี พี่สาว เข้าร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. เพื่อให้ตำรวจกองปราบปรามติดตามคนร้ายที่นำบัตรประชาชนของตัวเองไปเปิด บัญชี โดยนำเอกสารหลักฐาน และคลิปขณะคนร้ายเปิดบัญชีที่ธนาคารกรุงไทย ย่านลาดพร้าว เป็นภาพหญิง รูปร่างสันทัด สวมเสื้อสีดำ สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า อายุประมาณ 30 ปี เข้ามาเปิดบัญชีธนาคารในชื่อของ น.ส.ณิชา

น.ส.ณิชากล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ต.ค.ปีที่ผ่านมา ได้โดยสารรถจากบางใหญ่ ไปที่หลักสอง เมื่อถึงที่หมาย กระเป๋าสตางค์หายไป ได้อายัดบัตรเอทีเอ็ม พร้อมทำบัตรประชาชนในวันรุ่งขึ้น ต่อมาวันที่ 28 ธ.ค.ปีที่ผ่านมา ได้รับหมายเรียกแต่ตนไม่อยู่บ้าน จากนั้นมีตำรวจมาตามตัวที่บริษัทอีกแต่ตนไม่อยู่ เอะใจตัดสินใจเข้าพบตำรวจกองปราบปรามในวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจจนทราบว่าผู้นำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร 7 แห่งรวม 9 บัญชี แต่ละบัญชีมีการโอนย้ายเงินหลายแสนบาท และถูกออกหมายจับ จากนั้นตำรวจกองปราบฯได้แจ้งข้อกล่าวหา พร้อมส่งตัวไปยัง สภ.บ้านตาก จ.ตาก ทั้งนี้พนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก ได้ส่งตัวฝากขังศาล แต่ศาลไม่ให้ประกันตัว จนกระทั่งวันที่ 8 ม.ค. ถึงได้รับการประกันตัว ยืนยันว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่ตกเป็นเหยื่อจากการทำเอกสารราชการหาย ขอความเป็นธรรมให้เอาผิดกับคนที่นำบัตรประชาชนตนไปใช้ ส่วนธนาคารขอให้มีความรัดกุมในการรับเปิดบัญชีหรือตรวจสอบใบหน้า และหลักฐานของผู้เปิดบัญชี เพราะบัตรประชาชนที่คนร้ายนำไปใช้ ได้แจ้งยกเลิกและทำบัตรใหม่ไปแล้ว เพื่อป้องกันการถูกสวมบัตรประชาชนแบบตนอีก

ขณะที่ น.ส.ปุญญาดา ก๊กมาศ พี่สาวของ น.ส.ณิชา กล่าวตั้งข้อสังเกตถึงการทำสำนวนของพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก ว่า เหตุใดถึงทำสำนวนจับกุมน้องสาวตน ทั้งที่น้องสาวเข้าพบตำรวจกองปราบฯด้วยตนเอง รวมถึงสำนวนการสอบสวนยังไม่มีความละเอียดรอบคอบ ไม่มีการสอบปากคำเพิ่มเติม หลังได้รับตัวจากกองปราบปราม กลับส่งน้องสาวตนไปฝากขังต่อศาลทันที

ด้าน พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวว่า ตอนแรกที่ผู้ เสียหายถูกตำรวจกองปราบฯจับ เป็นการจับกุมตามหมายจับในช่วงปีใหม่ที่ทุกหน่วยงานต่างดำเนินการ แต่กรณีนี้ผู้เสียหายเข้ามอบตัว ได้ส่งตัวให้กับท้องที่เกิดเหตุดำเนินการตามขั้นตอน เมื่อเรื่องปรากฏว่าผู้เสียหายถูกสวมบัตร เท่ากับว่าอยู่ในสถานะของเหยื่อของคนร้าย กองปราบปรามไม่นิ่งนอนใจ ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมและทำความจริงให้ปรากฏโดยเร็ว ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. รับผิดชอบคดีนี้ พร้อมประสาน สภ.บ้านตาก โอนคดีทั้งหมดให้กองปราบฯรับผิดชอบ ทั้งนี้เตรียมดำเนินการเอาผิดกับธนาคาร พร้อมสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เนื่องจากเป็นคดีที่สร้างความเดือดร้อนต่อประชาชน

วันเดียวกัน นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยกรณีมีบุคคลนำบัตรประชาชนผู้อื่น เพื่อแอบอ้างเปิดบัญชีของธนาคารพาณิชย์ตามที่เป็นข่าวออกมาว่า ธปท.ได้มีประกาศ ธปท.ที่ สนส.7/2559 ระบุว่า สถาบันการเงินจะต้องทำการรู้จักลูกค้า (KYC-Know Your Customer) อย่างเป็นเหมาะสม เพื่อให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าเป็นส่วนประกอบสำคัญของมาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย โดยขณะนี้ ธปท. สั่งการให้ สถาบันการเงินตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อชี้แจงสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และแนวทางที่ธนาคารพาณิชย์ได้ดำเนินการแล้วแก่ ธปท.โดยเร็วต่อไป

อีกด้านหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี ถูกดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง หลังถูกมิจฉาชีพล้วงกระเป๋าแล้วนำบัตรประชาชนไปกระทำผิดว่า มาตรการป้องกันในการทำธุรกรรมเกี่ยวกับบัตรประชาชน ธนาคารต้องตรวจสอบยืนยันตัวบุคคล สามารถทำได้ และถ้าบุคคลโดนนำบัตรไปแอบอ้างแล้วถูกจับดำเนินคดี สามารถสอบถามมาให้กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบได้ พร้อมให้การสนับสนุนข้อมูล และขณะนี้ทุกธนาคารมีเอ็มโอยูกับกระทรวงมหาดไทย สามารถตรวจสอบข้อมูล บัตรประชาชนได้ แต่ถ้าต้องการข้อมูลเชิงลึก ต้อง มีโปรแกรมเชื่อมต่อกับระบบของกระทรวงมหาดไทย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้