วันศุกร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เมียรับศพกลับบ้าน ผู้รับเหมาถูกยิงทิ้งที่บางปะอิน เผยทอง-โรเล็กซ์หาย

เมียรับศพกลับบ้าน ผู้รับเหมาถูกยิงทิ้งที่บางปะอิน เผยทอง-โรเล็กซ์หาย

  • Share:

ครอบครัวรับศพผู้รับเหมาชาวพิษณุโลก ถูกจ่อยิงฆ่าโหดที่บางปะอิน เมียบอกคนตายไม่เคยเล่าให้ฟังว่าขัดแย้งกับใคร รอง ผบ.ตร.รุดติดตามคดี ยืนยันคืบหน้าไปมาก พบสร้อยทอง 10 บาท กับทรัพย์สินมีค่าหลายรายการหายไป...

วันที่ 9 ม.ค.61 นางสุภาวดี วงศ์ดิษฐ์สกุล อายุ 55 ปี ชาวบ้าน ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก พร้อมด้วยบุตรชาย 2 คน และญาติๆ เดินทางมาที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ (ศูนย์รังสิต) ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อมารับศพ นายไพโรจน์ ดีลิ อายุ 56 ปี วิศวกรรมโยธา เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างอาคารผู้ป่วยโรงพยาบาลบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ถูกยิงเสียชีวิต พบศพบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลขนอนหลวง อำเภอบางปะอิน  เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา 

นางสุภาวดี ซึ่งอยู่ในอาการเศร้าสลดเปิดเผยว่า สามีเป็นผู้รับเหมางานก่อสร้าง ซึ่งได้ทำการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว และมารับหนังสือสัญญาประกันคืนจากทางโรงพยาบาลบางปะอินที่ได้ก่อสร้างอาคารผู้ป่วย จริงๆ แล้วสามีตนมาตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. โดยมากับลูกชายและให้ลูกชายเป็นคนขับรถ แล้วไปส่งลูกชายที่กรุงเทพฯ เพราะลูกชายทำงานอยู่กรุงเทพฯ แล้วกลับมาที่โรงพยาบาลบางปะอินเพื่อประสานงานเรื่องเอกสารเรื่องธุรกิจ ซึ่งตนไม่ทราบว่าสามีมีความขัดแย้งกับใคร เพราะสามีไม่เคยเล่าให้ฟัง จึงไม่ทราบสาเหตุของการเสียชีวิต และไม่มีข้อมูลว่าเขาไปขัดแย้งกับใคร อีกอย่างสามีไม่ค่อยพูดอะไรที่ทำให้ทางครอบครัวไม่สบายใจ

"ในวันที่สามีหายตัวไปนั้น มีเพื่อนที่สนิทกัน เขาจะไปทำธุระที่กรุงเทพฯ เขาก็เลยแวะหากันและพากันไปทานข้าว โดยสามีได้ส่งเมสเสจมาให้ครอบครัวดูว่านั่งทานข้าวมีใครบ้าง ซึ่งเป็นคนรู้จักคุ้นเคยกันทั้งนั้น หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปประมาณ 3 ถึง 4 ทุ่ม สามีก็โทรหา แต่ไม่ได้คุยอะไรกันมาก โดยบอกว่าเขาจะไปรับเพื่อนที่เอาของขวัญปีใหม่มาให้ จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นลูกชายโทรมาบอกว่าพ่อเสียแล้ว โดยตำรวจที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโทรมาบอก ซึ่งตอนแรกก็ยังไม่เชื่อ เพราะสามีเป็นคนที่มีเพื่อนฝูงเยอะ เป็นคนใจดีมีไมตรีกับเพื่อนๆ ทุกคน ก็อยากจะบอกกับสามีตัวเองว่าไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้นในเรื่องการงานจะดูแลต่อ และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้" นางสุภาวดี กล่าว และเผยด้วยว่า ทางนิติวิทยาศาสตร์ได้ออกหนังสือรับรองการตายว่าสมองฉีกขาดจากกระสุนปืนลูกโดด

สำหรับศพ นายไพโรจน์ ดีลิ ทางภรรยาและลูกๆ พร้อมด้วยญาติ จะนำกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคูหาสวรรค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่วันนี้ไปถึงวันที่ 12 ม.ค. และจะมีการฌาปนกิจศพในวันที่ 13 ม.ค.2561

ส่วนที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เวลา 13.00 น. วันที่ 9 ม.ค. พ.ต.อ.ชัยยะ เพชรปัญญา ผกก.สภ.บางปะอิน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงตรวจสอบจุดเกิดเหตุอีกครั้งเพื่อเก็บและตรวจหาหลักฐาน พบคล้ายคราบเลือดบนพื้นดินในจุดเกิดเหตุจึงนำไปตรวจสอบว่าเป็นหยดเลือดหรือไม่ 

ต่อมา ทางญาติของผู้ตายได้นั่งรถตู้มายังจุดเกิดเหตุพร้อมนิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป มาทำการอัญเชิญดวงวิญญาณตรงจุดที่พบศพผู้ตาย ขณะที่พระสงฆ์ได้ทำพิธีสวดและกรวดน้ำเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตายนั้น ได้เกิดสิ่งประหลาดขึ้นเมื่อสัญญาณกันขโมยของรถยนต์โตโยต้า วีโก้ 4 ประตู หมายเลขทะเบียน 5511 พิษณุโลก ซึ่งเป็นรถยนต์ของผู้ตาย เกิดเสียงดังขึ้นมา จนทำให้ญาติและทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับขนลุก ซึ่งญาติเชื่อว่าผู้ตายรับรู้ว่าได้มาเชิญดวงวิญญาณกลับบ้าน โดยทางญาติไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน เพียงแต่พูดสั้นๆ ว่ามั่นใจว่าตำรวจจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ในเร็วๆ นี้ จากนั้นทั้งหมดขึ้นรถตู้ของสุริยาหีบศพเพื่อเดินทางไปรับศพผู้ตายที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี กลับไปทำพิธีทางศาสนาที่วัดคูหาสวรรค์ จ.พิษณุโลก

ที่ห้องประชุม กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.ณพล กลัดเข็มเพชร รอง ผบก.ภ.จ.พระนครศรีอยุธยา ประชุมตำรวจชุดสืบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และ สภ.บางปะอิน โดยมี พ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ร่วมประชุมวางแนวทางการสืบสวนและหาปมของการสังหาร ซึ่งมีความเป็นไปได้มากที่ผู้ตายถูกฆ่ามาจากที่อื่นแล้วนำศพมาทิ้งเอาไว้ เนื่องจากที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือดิ้นรนขัดขืน แต่ยังมีพยานแวดล้อมระบุว่าได้ยินเสียงปืน 1 นัดในวันก่อนพบศพ ซึ่งกำลังมองถึงความเป็นไปได้ ส่วนการสังหารนอกจากเรื่องของการขัดแย้งเรื่องธุรกิจแล้ว มุ่งไปที่เรื่องชู้สาวด้วย เนื่องจากเสื้อผ้าผู้ตายไม่เรียบร้อย เข็มขัดไม่ร้อยหูกางเกง และยังมีประเด็นเรื่องการชิงทรัพย์ที่ทรัพย์สินหายหลายรายการ ขณะนี้อยู่ระหว่างหาพยานที่พบเห็นผู้ตายครั้งสุดท้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะได้เบาะแสของคนร้ายในไม่นานนี้

ต่อมาเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. เดินทางมาที่ สภ.บางปะอิน เพื่อติดตามคดี เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องประชุมวางแผนนานกว่า 1 ชั่วโมง พร้อมเปิดเผยว่าทางตำรวจได้ประชุมวางกรอบแนวทาง และตรวจสอบพยานหลักฐาน โดยเฉพาะสิ่งของที่ปรากฏกับผู้ตาย เส้นทางการเดินทาง จะตรวจสอบให้ครอบคลุม เบื้องต้นต้องรอผลการตรวจลายนิ้วมือและ DNA เบื้องต้นมีข้อมูลแล้วแต่ยังเปิดเผยไม่ได้

ทั้งนี้ ประเด็นตั้งไว้ 3 ประเด็น คือ ชิงทรัพย์ ธุรกิจ ชู้สาว ไม่ตัดทิ้งประเด็นใดประเด็นหนึ่ง และครั้งสุดท้ายที่ผู้ตายได้ติดต่อกับเพื่อนที่มาทานข้าวด้วยกันเมื่อประมาณ 4 ทุ่มเศษ ของคืนวันที่ 7 ม.ค. และจุดสุดท้ายที่ผู้ตายปรากฏตัวอยู่บริเวณห้างเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ที่พบและตรวจสอบว่าได้ขึ้นรถแท็กซี่ ซึ่งได้ติดตามรถแท็กซี่มาแล้วจะทำการสอบสวนหาข้อมูลต่อไป ส่วนเพื่อนที่นัดทานข้าวกับผู้ตายก็ได้สอบสวนทุกคน คดีนี้มีความคืบหน้ามากพอสมควรแล้ว

"ทรัพย์สินของผู้ตายที่หายไปคือสร้อยคอทองคำหนัก 10 บาท สร้อยกะลา 2 เส้น พระเลี่ยมทอง 3 องค์ นาฬิกาโรเล็กซ์ 1 เรือน แหวนเพชร 1 วง เลสข้อมือทองคำฝังเพชร 1 เส้น กระเป๋าสตางค์ และคาดว่าอาจจะมีอาวุธปืนของผู้ตายด้วย 1 กระบอกจากข้อมูลเบื้องต้นที่ตรวจสอบกับทางญาติ". 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้