วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

2 วัยรุ่นชาย โทรม ด.ญ. 14 ยันเช้า ปฏิเสธทุกข้อหา-อีกรายหลบหนี

ผู้ปกครองพา 2 วัยรุ่นชาย ผู้ถูกกล่าวหา รุมข่มขืนเด็กหญิงวัย 14 ปี จนสว่าง พร้อมให้การปฏิเสธ ขณะที่อีก 1 รายยังคงหลบหนี ด้านเจ้าหน้าที่เร่งหาความจริง กรณีผู้เสียหายถูกตำรวจไล่ไปตามจับคนร้ายเอง

สืบเนื่องจากวันที่ 8 ม.ค.61 ลุงของเด็กหญิงเจน (นามสมมติ) อยู่ อ.ปากชม จ.เลย พร้อมด้วยญาติร้องเรียนสื่อว่าช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 31 ธ.ค.61 ที่ผ่านมา เด็กหญิงเจน หลานสาววัย 14 ปี เรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ปากชม จ.เลย ถูกกลุ่มวัยรุ่นอายุ 17-18 ปี จำนวน 3 คน หลอกให้กินเหล้าเบียร์จนหมดสติไม่รู้ตัว

จากนั้นถูกลากตัวเข้าห้องบ้านหลังหนึ่งของ 1 ในกลุ่มวัยรุ่น หมู่ 8 ต.เชียงกลม อ.ปากชม ผลัดกันข่มขืนจนถึงเช้า ญาติเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สุจิน เบ้าสุกีร์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เชียงกลม เจ้าของคดี แต่ไม่ยอมรับแจ้งความ และจับกุมกลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุ ร้องขอความเป็นธรรมกับสื่อและร้องประสานไปยังมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรีเรื่องคดีความ

ความคืบหน้า วันที่ 9 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านน้องเจน ที่ ต.เชียงกลม อ.ปากชม จ.เลย พบน้องเจนและญาติพี่น้องนั่งคุยกันอยู่ระเบียงหน้าบ้าน โดยมีลุงของน้องเจนพูดคุยกับ นางสาวอุไรวรรณ นามวงศ์ จนท.คุ้มครองสวัสดิการเด็ก สนง.พม.จ.เลย และ จนท.บ้านพักเด็ก เรื่องการช่วยเหลือและเยียวยาในเบื้องต้น

พ.ต.อ.ภุชงค์ ภัทราพงศ์สินธุ์ ผกก.สภ.เชียงกลม เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค.60 ผู้เสียหายพร้อมด้วยญาตินำตัวน้องเจนมาแจ้งความถูก 3 วัยรุ่นรุมข่มขืนนั้น เพียงแต่ทราบชื่อเล่นว่านายเอและบี โดยไม่ทราบชื่อจริงนามสกุลจริง ส่วนคนที่ 3 ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นใคร เจ้าหน้าที่สอบเบื้องต้น และลงบันทึกประจำวันเลขคดีไว้เป็นหลักฐาน เพื่อรอสอบต่อหน้าสหวิชาชีพ ซึ้งเป็นเยาวชน และทำหนังสือส่งตัวไปตรวจร่องรอยการถูกข่มขืนที่ รพ.ปากชม

ต่อมาชุดสืบสวน ลงหาข่าวตามชื่อเล่น จนสามารถหาตัวเจอ นายเอ 19 ปี (นามสมมติ) และนายบี อายุ 17 ปี (นามสมมติ) แต่ยังไม่สามารถจับกุมตัวได้ เนื่องจากพยานหลักฐานไม่ชัดเจน เป็นเยาวชน และเหตุไม่เกิดซึ่งหน้า จึงได้พยายามหาหลักฐานเพื่อจับกุม กระทั่งเมื่อวันที่ 8 ม.ค.61 ผู้ปกครองของเด็กทั้ง 2 คน พาเข้ามอบตัวต่อ พงส.เจ้าของคดี โดยปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ทาง พงส. ไม่สามารถควบคุมตัวได้จึงได้นำตัวส่งศาลขออำนาจศาลควบคุมระหว่างดำเนินคดี

ศาลไต่สวนมูลฟ้องเบื้องต้น เห็นว่ามีมูลจึงให้ควบคุมตัวและให้ประกันในชั้นศาล ต่อมาทางญาติขอประกันตัวที่ศาลอาญาวงเงินประกันตัว 200,000 บาท แต่ญาตินายเอไม่สามารถหาหลักทรัพย์มาประกันตัว จึงได้ฝากขัง ส่วนนายบี ศาลเยาวชนให้ประกันตัวเงินสด 10,000 บาท และได้ประกันตัวออกไปแล้ว ส่วนการสอบสวนเด็กนั้นต้องรอสอบต่อสหวิชาชีพเท่านั้น

ส่วนผู้ถูกกล่าวอีกคนที่เป็นเยาวชน ที่ผู้เสียหายยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีส่วนร่วมหรือไม่ และมีการนำเสนอข่าวออกไปว่ามีการหลบหนีข้ามแม่น้ำโขงไป สปป.ลาว ไม่เป็นความจริง ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างเฝ้าติดตามตัว ถ้ามีหลักฐานชี้ชัดได้ว่าเป็นผู้ร่วมผู้กระทำก็จะออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหา ครั้งแรกไม่มา ออกหมายเรียกเป็นครั้งที่สองไม่มา ก็ขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป

ส่วนกรณีญาติผู้เสียหายบอกว่า ตำรวจให้ตามจับกุมผู้ต้องหาเองนั้น ในเบื้องต้นได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง การปฏิบัติหน้าที่ของ พงส.แล้ว หากพูดเช่นนั้นจริง ก็ถือว่าเป็นการใช้กิริยาวาจาไม่สมควร หากพบข้อบกพร่องจะพิจารณาฑัณฑ์ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์แห่งการอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย ทางผู้บังคับบัญชาไม่ได้นิ่งนอนใจ และมีการเปลี่ยนตัว พงส.ใหม่แล้ว เพื่อความเป็นธรรม