วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การศึกษาสร้างชาติ แผนบูรณาการ 6 ภาค

“รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี” คำขวัญวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2561

การปฏิรูปด้านการศึกษา...เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาลด้วยที่ผ่านมาอาจจะเรียกได้ว่า “ระบบการศึกษาไทย” ล้มเหลวในทุกด้านไม่ว่าใช้เครื่องมือใดประเมิน ทั้งนี้ เพราะขาดประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ ทรัพยากร และขาดระบบความรับผิดชอบในทุกขั้นตอน เป็นระบบไม่รู้ร้อนรู้หนาวถึงผลลัพธ์ที่เกิดแก่...“เด็ก”

หัวใจสำคัญในการปฏิรูปจึงอยู่ที่การกระจายอำนาจการจัดการศึกษา โดยลดบทบาทของรัฐจากการเป็นผู้จัดการศึกษาให้เป็นผู้จัดให้มีการศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน รวมทั้งกำกับนโยบาย แผน มาตรฐาน และติดตามประเมินผลการจัดการศึกษา โดยมีเป้าหมายสำคัญส่งเสริมให้สถานศึกษาสามารถบริหารจัดการการศึกษาได้อย่างมีอิสระ มีประสิทธิภาพ รับผิดชอบต่อผลการจัดการศึกษา โดยให้เอกชน ชุมชน องค์กรบริหารท้องถิ่นมีส่วนร่วม

นับรวมไปถึงจัดสรรค่าใช้จ่ายรายหัวโดยตรงแก่ผู้เรียนทุกคนอย่างพอเพียง ตามความจำเป็นและเหมาะสม สำหรับการศึกษาระดับปฐมวัยจนถึงระดับมัธยม ทั้งการศึกษาสายสามัญ...สายอาชีพ

พัฒนาระบบการเรียนรู้โดยเน้นกระบวนการคิด การใช้เหตุผลการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติ เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาสามารถ ดำเนินการได้โดยรวดเร็ว...ต่อเนื่อง

พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวย้ำไว้เมื่อกว่าสองปีมาแล้วว่า เด็กเก่ง...เด็กดี...มีคุณธรรมคือผลลัพธ์ที่ต้องการของการปฏิรูปการศึกษาไทย เมื่อติดอาวุธให้ครูเก่ง... สอนเด็กให้เก่งได้แล้ว...เด็กยังจะต้องมีคุณธรรม จริยธรรมเป็นคนดีของสังคม

สืบเนื่องจากรัฐบาลกำหนดยุทธศาสตร์...ทิศทางการพัฒนาภาคได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคใต้ชายแดน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาภาค...เมือง... พื้นที่เศรษฐกิจ ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564)

“ประเทศไทย” จำเป็นต้องใช้ประโยชน์จาก “ศักยภาพ” และ “ภูมิสังคม” เฉพาะของพื้นที่ และดำเนินการเชิงรุก เพื่อเสริมจุดเด่นในระดับภาคในการเป็นฐานการผลิต...การบริการที่สำคัญ ซึ่งการพัฒนามุ่งเน้นลดช่องว่างรายได้ระหว่างภาค...มีการกระจายรายได้ที่เป็นธรรมมากขึ้น

รวมทั้งการเป็น “เมือง” ที่น่าอยู่สำหรับ “ประชาชน” ทุกกลุ่มในสังคม

“กระทรวงศึกษาธิการ” ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหลักในการจัดการศึกษาของประเทศ เห็นถึงความสำคัญของการนำยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ระดับภาคมาประยุกต์ใช้ในการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษา ให้สามารถตอบสนองต่อมิติของการพัฒนาประเทศ ทั้งในมิติความมั่นคง มิติทางเศรษฐกิจ มิติทางสังคม มิติด้านสิ่งแวดล้อม ได้จัดประชุมปฏิบัติการจัดทำแผนบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาคทั้ง 6 ภาค เมื่อช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.2560 ที่ผ่านมา

ขับเคลื่อนแผนบูรณาการด้านการศึกษาของภาค ปีงบประมาณ 2561-2564 ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มุ่งหวังให้การศึกษาเป็น “ตัวนำ” และ “ต้นทาง” การพัฒนาในแต่ละภาค...พื้นที่

นอกจากการประชุมปฏิบัติการข้างต้น อีกเรื่องสำคัญที่เราให้ความสำคัญคือการดำเนินการตามร่างยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณเพื่อการพัฒนาพื้นที่ระดับภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 เพื่อให้รองรับการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล

กำหนดไว้ 6 ยุทธศาสตร์ ซึ่งมีทั้ง “จุดเน้นการศึกษากับการพัฒนาภาค” ทั้งมิติบูรณาการ มิติกระทรวง...หน่วยงาน (Function) และ “จุดเน้นการศึกษาที่ส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาภาค” คือ มิติพื้นที่โดยให้ความสำคัญกับแนวทางการพัฒนาในแต่ละพื้นที่ทั้ง 6 ภาคที่มีความแตกต่างกัน

อำนาจ วิชยานุวัติ ผู้ตรวจราชการ ศธ. เสริมว่า ความแตกต่างของแต่ละภาคกระทรวงศึกษาธิการได้นำทิศทางการพัฒนาภาคมาเป็นจุดเน้นในการประชุมจัดทำแผนบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาค 6 ภาค

โดย ภาคเหนือ จะเน้นการพัฒนา “เป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่าสูง เชื่อมโยงเศรษฐกิจกับประเทศในกลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง” ...ภาคกลาง มีทิศทางการพัฒนาเพื่อ “พัฒนากรุงเทพฯ สู่มหานครทันสมัย และภาคกลางเป็นฐานการผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง”...

ภาคตะวันออก เน้นการพัฒนาไปสู่การเป็น “ฐานเศรษฐกิจชั้นนำ” โดยมีพื้นที่ EEC เป็นแกน...ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเน้นไปที่ “ศูนย์กลางเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง”...ภาคใต้ เพื่อให้ “เป็นเมืองท่องเที่ยวพักผ่อนตากอากาศระดับโลก ศูนย์กลางผลิตภัณฑ์ยางพาราและปาล์มน้ำมันประเทศและเมืองเศรษฐกิจเชื่อมโยงการค้าการลงทุนกับภูมิภาคอื่นของโลก”

สำหรับ ภาคใต้ชายแดน จะบูรณาการเพื่อมุ่งเน้น “เป็นแหล่งผลิตภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่สำคัญของประเทศ และเป็นเมืองชายแดนเชื่อมโยงการค้าและการท่องเที่ยวกับพื้นที่ภาคใต้ และการพัฒนาเศรษฐกิจของมาเลเซียและสิงคโปร์”

ว่ากันถึงระดับปฏิบัติแต่ละภาค กำหนดให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน คือ สำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) 18 แห่ง ร่วมกับสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) สำนักงานศึกษาธิการกรุงเทพฯ (ศธ.กทม.) ทั้ง 77 แห่ง รวมทั้งหน่วยงาน สถานศึกษาทุกสังกัด ภาคเอกชน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่

ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันเป็นกลไกหลักบูรณาการและขับเคลื่อนแผนด้านการศึกษาระดับภาคให้บรรลุองค์ประกอบของแผนบูรณาการ เพื่อให้แต่ละพื้นที่เกิดการพัฒนาตามยุทธศาสตร์...ทิศทางการพัฒนาภาค เกิดการสร้างงาน กระจายความเจริญเติบโตลงสู่ระดับพื้นที่อย่างทั่วถึงรวดเร็ว

ตรงตามความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ทั้งระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน... “ท้ายที่สุดแล้วจะเป็นประโยชน์ส่งถึงประชาชนโดยตรง สอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีต่อไป”

พลเอกสุรเชษฐ์ บอกอีกว่า กระทรวงฯได้กำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานการขับเคลื่อนแผนบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาคไว้ 5 ด้านให้เป็นรูปธรรม โดยมีตัวชี้วัดชัดเจน 1) จัดระเบียบกลไกภาค 2) จัดทำแผนบูรณาการการศึกษาระดับภาค 3) ตั้งศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาระดับภาค 4) ตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรระดับภาค 5) เตรียมประเมินคุณภาพการศึกษาในครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2561

อย่างไรก็ตาม การประชุมปฏิบัติการจัดทำแผนบูรณาการด้านการศึกษาระดับภาคของ ศธ. 6 ภาคทั่วประเทศ ยังไม่ได้เสร็จสิ้นเพียงเท่านี้ เพราะจากนี้ไปจะมีการติดตามประเมินเพื่อปรับปรุงแผน รวมถึงการขับเคลื่อนแผนต่อยอด หรือนำความก้าวหน้าไปพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่อไป....“คาดว่าจะนำแผนมาปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมอีกในวงรอบที่สองช่วงต้นปีนี้ เพื่อให้งานด้านการศึกษาสามารถตอบสนองต่อมิติของการพัฒนาประเทศ ทั้งมิติความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง”

ที่ต้องให้ความสำคัญก็คือ การจัดทำแผนบูรณาการด้านการศึกษาของ ศธ.ครั้งนี้ เป็นแผนที่เกิดจากความต้องการของประชาชนในแต่ละภูมิภาค เพื่อประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ตอกย้ำ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 มุ่งหวังพัฒนาภาคเมือง...พื้นที่เศรษฐกิจให้มีการพัฒนา และมีความเจริญ ส่งผลถึงประชาชนในพื้นที่ได้พ้นกับดักความยากจน...ลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม

เศรษฐกิจที่ดี...สร้างรากฐานความเจริญรุ่งเรืองแบบไม่รวยกระจุก จนกระจาย หากผลิดอกออกใบไปได้ถ้วนทั่วทุกภาคของประเทศไทย... ประชาชนก็จะมีแต่รอยยิ้ม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนตลอดไป.