วันจันทร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจาะลึกเศรษฐกิจการเงินไทยปี 61

ผมได้รับวารสาร “การเงินธนาคาร” เดือนมกราคม ซึ่งเป็นฉบับพิเศษ “เจาะลึกเศรษฐกิจการเงินไทย 2561” เป็นการเจาะลึกจริงๆ เพราะไปสัมภาษณ์คีย์แมนเศรษฐกิจมาครบตั้งแต่ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีคลัง ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ คุณรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. คุณเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ และผู้บริหารสูงสุด 4 บิ๊กแบงก์ คุณชาติศิริ โสภณพนิช แบงก์กรุงเทพ คุณอาทิตย์ นันทวิทยา แบงก์ไทยพาณิชย์ คุณผยง ศรีวณิช แบงก์กรุงไทย คุณปรีดี ดาวฉาย แบงก์กสิกรไทย ดร.อภิรักษ์ ไทพัฒนกุล ไทยประกันชีวิต คุณสาระ ล่ำซำ เมืองไทยประกันชีวิต ฯลฯ

อ่านแล้วรู้ทะลุปรุโปร่งทุกข้อมูลเศรษฐกิจ การเงิน การลงทุน การประกัน ฯลฯ

ดร.สมคิด กล่าวอย่างมั่นใจว่า จีดีพีปี 61 จะเติบโตได้ถึง 4% เราไม่ต้องการให้โตมาก แต่อยากให้เกิดการรีฟอร์ม โดยเฉพาะส่วนที่เป็นฐานรากของเศรษฐกิจ ความมั่นใจคือหัวใจ ตอนนี้ภาคเอกชนเริ่มมั่นใจมากขึ้น Private Investment ที่รอกันมา ก็เริ่มลงทุน เริ่มจากภาคอสังหาริมทรัพย์ก่อน เมื่อบวกกับ Government Spending ที่เรากระตุ้น โดยเฉพาะงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ มีการเบิกจ่ายแบบก้าวกระโดด

ดร.สมคิด กล่าวว่า นโยบายเศรษฐกิจปี 61 จะเน้นไปที่การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในท้องถิ่น โดยรัฐบาลจะให้น้ำหนักถึง 70% เพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติที่สำคัญในเรื่องการแก้ไขปัญหาความยากจน ควบคู่ไปกับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ส่วนการลงทุนใน ระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก EEC ที่เป็นความหวังใหม่ของประเทศ ดร.สมคิด ระบุว่า ภายในไตรมาส 1 ปีนี้ การลงทุนทุกโครงการต้องเริ่มเดินหน้าประมูลได้ และภายในไตรมาส 2 จะเริ่มลงทุนได้ โดยเฉพาะ โครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพ–ระยอง โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา

คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีคลัง เปิดเผยว่า นโยบายการคลังในปี 61 ยังคงจะเน้นการคลังที่ผ่อนคลายต่อไป เพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะ การอัดฉีดเงินลงไปสู่เศรษฐกิจฐานราก และ การช่วยเหลือคนจนในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่ 2 จะเป็นสวัสดิการที่เน้นการพัฒนาฝึกอาชีพและสร้างรายได้ เพื่อให้หลุดพ้นจากความยากจนอย่างยั่งยืน จะมีการหางานหาอาชีพให้ โดยร่วมกับบริษัทเอกชน เช่น บริษัทก่อสร้าง บริษัทแฟรนไชส์

ส่วน ระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ National e-Payment คุณอภิศักดิ์ เปิดเผยว่า ภายในเดือนมีนาคมนี้ การเบิกจ่ายภาครัฐจะเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ทั้งที่เป็น ขารับ และ ขาจ่าย จะใช้ทั้ง 2 ระบบ คือ คิวอาร์โค้ด และ รับบัตรผ่านเครื่อง EDC ภาคธุรกิจก็จะต้องเชื่อมระบบภาษีกับกรมสรรพากร ทั้ง การเสียภาษี และ การขอคืนภาษี

เรียกว่าล็อกคอเข้ามาอยู่ในระบบภาษีของกรมสรรพากรทั้งหมด เอสเอ็มอีที่เคยทำบัญชีสองเล่มสามเล่ม ต่อไปคงทำไม่ได้แล้ว เพราะระบบภาษีของกรมสรรพากรจะตรวจสอบได้หมด

ในขณะที่ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการแบงก์ชาติ ก็คาดว่า เศรษฐกิจไทยปี 61 จะเติบโตสูงกว่าประมาณการเดิมเล็กน้อย แต่มีความเสี่ยงที่สำคัญและมีจุดเปราะบางมากขึ้น ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ ภูมิรัฐศาสตร์โลก เช่น คาบสมุทรเกาหลี ตะวันออกกลาง นโยบายกีดกันทางการค้า เพราะโลกเชื่อมโยงกันผ่านห่วงโซ่อุปทาน ถ้ามีใครไปกระตุกให้มันสะดุด มันจะกระทบในวงกว้างได้

ความเสี่ยงอีกประเด็น ก็คือ นโยบายการเงินของประเทศอุตสาหกรรมหลักที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เช่น สหรัฐฯ เรามีความสบายจากอัตราดอกเบี้ยตํ่ามานาน ทำให้มีความเปราะบางในระบบการเงินหลายๆจุด เช่น การกู้ยืมเงินมากเกินพอดี เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้นก็ถูกกระทบได้ เป็นต้น

ผมอ่านแล้วก็อดเอามาแชร์กันไม่ได้ จะได้รู้ว่าภาครัฐ คลัง แบงก์ชาติ ก.ล.ต. ตลาดหลักทรัพย์ แบงก์ใหญ่ คิดกันอย่างไร มีนโยบายอย่างไร ทุกอย่างไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะโลกวันนี้อยู่ในยุค New Normal จริงๆแล้ว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

ผมได้รับวารสาร “การเงินธนาคาร” เดือนมกราคม ซึ่งเป็นฉบับพิเศษ “เจาะลึกเศรษฐกิจการเงินไทย 2561” เป็นการเจาะลึกจริงๆ 9 ม.ค. 2561 11:12 9 ม.ค. 2561 11:12 ไทยรัฐ