วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เจ้างูตัวร้าย

เจ้างูตัวร้าย

  • Share:

ธรรมะบันเทิงเรื่องเจ้างูตัวร้าย พระอาจารย์พรหมเล่าไว้ใน “ชวนม่วนชื่น” เล่ม 1 พ.ศ.2549 ท่านว่าเอามาจากชาดกเก่าแก่ แต่เมื่อเล่าด้วยสไตล์พระฝรั่งศิษย์หลวงปู่ชา...กลิ่นอายไปอีกอย่าง

เจ้างูตัวร้ายตัวหนึ่ง มันมีโพรงอยู่ในป่านอกหมู่บ้าน มันมีพิษภัยมุ่งร้าย ไล่กัดคนก็แค่เพื่อความสนุกเพลิดเพลิน ตลอดชีวิตของมันเหยียดหยามศาสนา ดูหมิ่นเพื่อนงูที่งมงายหลงเรื่องไร้สาระทางศาสนา

แต่พอมันแก่ตัวก็เริ่มสงสัย ก็เริ่มสนใจศาสนา เพราะน่าจะมีคำตอบว่า

งูอย่างมันตายแล้วไปไหน

บนยอดเขาที่งูตัวร้ายอยู่ เป็นถิ่นพำนักของงูศักดิ์สิทธิ์ พระอาจารย์พรหมบอกว่า ผู้ถือศีลภาวนามักอยู่บนยอดเขา แม้แต่งูนักบวชก็เช่นเดียวกัน ยังไม่เคยได้ยินว่าคนถือศีลภาวนาอาศัยอยู่ในปลักตมนี่นา

วันนั้น เจ้างูตัวร้ายใส่เสื้อฝน สวมแว่นตาดำ สวมหมวกพรางตัวไม่ให้ใครจำได้ เลื้อยขึ้นไปบนยอดเขา งูศักดิ์สิทธิ์ขดตัวบนก้อนหินใหญ่ บรรยายธรรมท่ามกลางศิษย์งูหลายร้อยตัว

เจ้างูตัวร้ายตั้งใจฟัง ยิ่งฟังก็เริ่มคิดว่า ทุกคำสอนของงูศักดิ์สิทธิ์ สมเหตุสมผล จนในที่สุดเจ้างูตัวร้ายก็เปลี่ยนความเชื่อเก่าๆ เกิดแรงบันดาลใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไม่มุ่งร้ายใครเลย

การบรรยายจบ เจ้างูตัวร้ายเลื้อยเข้าไปหางูศักดิ์สิทธิ์ สารภาพบาปทั้งน้ำตา ทั้งหมดที่เคยทำมา แล้วให้สัญญาว่าจะไม่กัดมนุษย์อีกต่อไป

มันจะพยายามดำเนินตามวิถีงูศักดิ์สิทธิ์ มีเมตตากรุณา มีความรักความห่วงใย และถ้าโอกาสเปิดให้ มันจะสอนเพื่อนงูทุกตัวให้เป็นงูที่ดี

แต่เพราะความที่มันเป็นงู คำปฏิญาณของมันก็รู้กันในหมู่งู แต่มนุษย์ไม่รู้ว่าอดีตเจ้างูร้ายกลายเป็นงูรักสันติแล้ว จนถึงวันหนึ่ง ชาวบ้านผ่านมาใกล้ตัว แต่เจ้างูร้ายก็ไม่ขบกัด ทั้งยังยิ้มให้

นับแต่นั้น ชาวบ้านที่เคยหวาดกลัวก็ไม่กลัว พวกเขาเดินผ่านปากโพรงที่งูตัวร้ายนั่งสมาธิได้สบายใจ

วันหนึ่ง เด็กเกเรในหมู่บ้านก็เข้ามา “เฮ้ย ไอ้ตัวเด้งดึ๋งๆ ถ้าแกยังมีเขี้ยวอยู่ละก็ โชว์ให้เราดูหน่อย...”

งูตัวร้ายก็ใช้หลักสันติแผ่เมตตา เด็กเกเรก็ยิ่งได้ใจ เอาไม้มาเขี่ย

“ไอ้หนอนอ้วน แกมันก็ไอ้ขี้ขลาด ไอ้ตุ๊ดซี่ เสื่อมเสียสายพันธุ์งู”

เจ้างูตัวร้ายก็ยังนิ่ง เด็กก็ยิ่งเหิมเกริม ปาก้อนหินก้อนดินเข้าใส่ พอถูกตัวงูก็หัวเราะชอบใจ รุกเข้าใกล้ เอาไม้ตีที่หลัง งูตัวร้ายอดทนรับความเจ็บปวดไว้ จนกระทั่งพวกเด็กเกเรเบื่อ รามือ

ถึงนาทีที่เด็กๆกลับไปแล้ว งูร้ายก็ได้ตระหนักว่า ในโลกแห่งความเป็นจริง ถ้าไม่มีความร้ายกาจเอาไว้ปกป้องตัวเอง ก็คงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ แล้วก็เลื้อยขึ้นไปฟ้องงูศักดิ์สิทธิ์

“คำสอนศาสนาเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ” งูตัวร้ายต่อว่า “ผมเจ็บตัวสะบักสะบอม เป็นความผิดของท่าน ท่านสอนไม่ให้ผมกัดใคร”

“เจ้างูตัวโง่เอ๋ย!” งูศักดิ์สิทธิ์สวนกลับ “จริงอยู่ ข้าสอนไม่ให้เจ้ากัดใคร แต่ข้าไม่เคยสอนให้เจ้าขู่ฟ่อๆใส่ใครนี่นา” นิทานเรื่องเจ้างูตัวร้ายจบลงตรงคำสอนว่า

บางครั้งวิถีชีวิตผู้มีใจบุญทั่วไป ก็ต้องแสดงท่าขู่ให้กลัวไว้บ้าง

แต่สำหรับงูผู้เป็นใหญ่...จะเป็นแค่งูขู่ฟ่อๆคงไม่ได้ หน้าที่ของงูปกครอง ถึงเวลาจะขู่ก็ต้องขู่ ถึงเวลาจะฉกจะกัด ก็ต้องฉกต้องกัด โดยเฉพาะเป้าหมายเลวๆร้ายๆ ต้องเอาให้อยู่

ถ้าทำได้แค่ขู่ ก็ต้องเป็นหมา เหมือนที่โบราณว่า หมาเห่ามักไม่กัด เสียยี่ห้องูตัวร้ายหมด.

กิเลน ประลองเชิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้