วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วอนประยุทธ์ เล่นแบบแฟร์เพลย์ ปชป.ชงศาล วินิจฉัยคําสั่ง คสช.ขัดรธน.

ทีมกฎหมาย ปชป.สรุป ชงศาล รธน.วินิจฉัยคำสั่ง คสช. 53/2560 “วิรัตน์” ชี้เป้าส่อขัดรัฐธรรมนูญพร้อมใช้ทุกช่องทางยื่นร้อง “อภิสิทธิ์” ยํ้าลิดรอนสิทธิ์ผิดกระบวนการ สร้างภาระเกินจำเป็นให้สมาชิกพรรค แถมเลือกปฏิบัติพรรคเก่า-ใหม่ พท.ขอ “บิ๊กตู่” เล่นการเมืองแฟร์เพลย์ “โภคิน” รอดูขีดความอดทนผู้นำ “วิรัช” ค้านเพิ่มอำนาจ กกต.หวั่นเหลิงอีก ปธ.กกต.ไม่เชื่อ สนช.จะติดดาบให้ “วิษณุ” รอ กกต.เคาะปล่อยผีเลือกตั้งท้องถิ่น “เรืองไกร” จี้ ป.ป.ช.อายัดนาฬิกาหรู-แหวนเพชร “บิ๊กป้อม” สอบให้เหมือนนักการเมืองคนอื่น “บิ๊กกุ้ย” โต้ไม่มีใครชี้นำคดีได้ ป้อง “พี่ใหญ่” ไม่เคยก้าวก่าย ดูจังหวะแก้ระเบียบรับของขวัญ “ประวิตร” ขึ้นเสียงสูงถูกซักปมร้อน ยังมึนสถานะผู้ลี้ภัย “ปู”

ผลพวงจากการใช้คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 เพื่อแก้ปัญหาการดำเนินการด้านธุรการของพรรค การเมือง ล่าสุดทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์มีความเห็นควรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าคำสั่งดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่

เปิด 5 ข้อส่อขัดรัฐธรรมนูญ

เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 8 ม.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ แถลงหลังการประชุมว่า ทีมกฎหมายมีความเห็นเบื้องต้นให้ส่งคำร้องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ มีประเด็นที่ควรพิจารณาคือ 1.แม้รัฐธรรมนูญปัจจุบันจะรับรองอำนาจหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 แต่ไม่สามารถใช้ออกคำสั่งที่ละเมิดรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ที่ผ่านการออกเสียงประชามติได้ 2.คำสั่งดังกล่าวยังเข้าข่ายสร้างภาระเกินจำเป็นให้กับสมาชิกพรรคการเมือง 3.การออกคำสั่ง คสช. ไม่ได้รับฟังความเห็นจากประชาชนตาม ที่รัฐธรรมนูญกำหนด ถือว่าเป็นการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนของ รัฐธรรมนูญ 4.แม้คำสั่ง คสช.ต้องการให้สมาชิกพรรคการเมืองมีเวลาทบทวนตัวเอง แต่พรรคการเมืองยังไม่สามารถประชุมเพื่อกำหนดนโยบายหรือตัวผู้บริหารพรรคได้ จึงไม่มีเหตุที่สมาชิกพรรคการเมืองต้องมาทบทวนตัวเอง และ 5.เนื้อหาสาระในคำสั่งฉบับนี้ เข้าข่ายเลือกปฏิบัติ ไม่ได้สร้างความเท่าเทียมระหว่างพรรคการเมืองใหม่กับพรรคการเมืองเก่า

แย้มใช้ทุกช่องร้องศาล รธน.

นายวิรัตน์กล่าวอีกว่า จะนำข้อสรุปของทีมกฎหมายเข้าหารือกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงบ่ายของวันที่ 9 ม.ค. เพื่อตัดสินใจว่าจะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ เบื้องต้นคิดไว้ 2 ช่องทางคือ ยื่นในนามพรรคผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ตามช่องทางปกติ หรือยื่นในนามส่วนบุคคลต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง กรณีที่สมาชิกพรรคถูกละเมิดสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ อยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินและ ศาลรัฐธรรมนูญตระหนักในเรื่องนี้ เพราะกระทบคน หมู่มาก และคิดว่าจะใช้สิทธิ์ส่วนตัวยื่นโดยตรงด้วย

ปชป.จ่อยื่นศาล รธน.ตีความ

วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบเแห่งชาติ (คสช.) ที่ 53/2560 ว่า ทีมกฎหมายพรรคเตรียมยกร่างคำร้องแล้ว โดยยื่นผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน มีข้อสังเกตต่อคำสั่ง คสช.ว่ามีลักษณะเป็นการลิดรอนสิทธิ์ เป็นภาระเกินจำเป็นของคนที่จะเข้าเป็นสมาชิกพรรค และเป็นภาระเกินจำเป็นของหัวหน้าพรรคด้วย โดยเฉพาะการให้แสดงหลักฐานบังคับใช้แต่กับพรรคการเมืองเก่า แต่สำหรับพรรคการเมืองใหม่ไม่ต้องแสดงหลักฐานใดๆเลย

ย้ำลิดรอนสิทธิ์ผิดกระบวนการ

นายอภิสิทธิ์กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 77 วรรคสอง กำหนดให้การตรากฎหมายต้องรับฟัง ความคิดเห็นประชาชน และต้องไม่ขัดกับกระบวนการตามปกติ กรณีนี้เป็นการแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญก่อน แต่คำสั่ง คสช.ฉบับนี้ไม่ได้ทำ ดังนั้นจึงขัดทั้งในแง่สิทธิเสรีภาพและกระบวนการ สำหรับข้อโต้แย้งที่ว่า คสช.คืออำนาจรัฏฐาธิปัตย์นั้น เมื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่แล้วเท่ากับอำนาจมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวหมดสภาพไป ประกอบกับรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้เขียนรับรองการใช้อำนาจมาตรา 44 แสดงว่าสามารถโต้แย้งได้ อีกทั้งทุกคนต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ การใช้อำนาจหัวหน้า คสช.จึงต้องใช้ตามรัฐธรรมนูญด้วย ดังนั้นการออกคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 จึงไม่เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา 44

“วิรัช” หวั่นติดดาบทำ กกต.เหลิง

นายวิรัช ร่มเย็น อดีต ส.ส.ระนองและกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ยืนยันให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สามารถบุกตรวจค้นบ้านผู้สมัครรับเลือกตั้งได้โดยไม่ต้องใช้หมายศาล ว่า กกต.มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด มีกฎหมายรับรองอยู่แล้ว ที่ผ่านมาเคยมีการแทรกแซง กกต. ใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งพรรคคู่แข่ง จึงไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มอำนาจให้ กกต. หากมีเหตุผิดปกติควรต้องยึดหลักกฎหมายสากล คือให้ศาลเป็นผู้ออกหมายตรวจค้นเป็นเฉพาะกรณีรายๆไปเท่านั้น เพื่อไม่เป็นปัญหาการฟ้องร้องตามมาภายหลัง

พท.ขอการเมืองต้องแฟร์เพลย์

ด้านนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ประกาศว่าเป็นนักการเมืองเต็มตัว และไม่ปิดทางการเป็นนายกฯคนนอก ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจและถึงบางอ้อว่าการดำเนินการแต่ละขั้นตอนที่ผ่านมา ต้องการไปสู่เป้าหมายใด ดังนั้นถ้ากรรมการจะมาเป็นผู้เล่น ก็ไม่ควรเป็นผู้ออกกฎตัดสินเกมใช่หรือไม่ มิฉะนั้นก็ไม่เป็นธรรมกับผู้เล่นคนอื่น คนคนเดียวไม่ควรเป็นทั้งกรรมการและผู้เล่น การเมืองต้องมีแฟร์เพลย์ จึงมีคำถามถึงประชาชนว่าการคงอำนาจมาตรา 44 ไว้จนถึงวันเลือกตั้ง มีประเทศใดทำบ้าง เป็นธรรมต่อพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ ได้เวลาหรือยังที่ต้องเลิกปิดกั้นพรรคการเมืองเพื่อแข่งกันอย่างเสรี ระดมสมองหาทางออกให้ประเทศ และประชาชนได้ประโยชน์จากการห้ามไม่ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมหรือไม่ แล้วข้ออ้างว่าที่ยังไม่ปลดล็อก เพราะมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองฟังขึ้นหรือไม่

“โภคิน” รอวัดความอดทนผู้นำ

ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีพรรคเพื่อไทยชวนทุกพรรคการเมืองจับมือสกัดนายกฯคนนอก ว่า ไม่เคยเห็นพรรคการเมืองจะตกลงจับมือในด้านนโยบายก่อนการเลือกตั้ง เพราะทุกพรรคต่างต้องเสนอนโยบายเพื่อตอบโจทย์ประชาชน แต่หลังการเลือกตั้งย่อมเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน สมัยก่อนมีการเรียกกันว่าพวกเทพกับพวกมาร ฝ่ายเทพหาเสียงกับฝ่ายเทพ ฝ่ายมารก็หาเสียงกับฝ่ายมาร พอเลือกตั้งเสร็จก็มารวมกันได้ ถ้าพรรคใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาดอย่างน้อย 300 เสียง นายกฯคนนอกเกิดยาก อยู่ที่ว่าพรรคการเมืองด้วยกันจะตกลงกันได้หรือไม่ สมมติหากได้นายกฯคนนอกเข้ามาจริง ต้องเจอการตั้งกระทู้ถามทุกวัน ถูกสื่อสัมภาษณ์ทุกวัน มีประชาชนเรียกร้องชุมนุมประท้วง จะทนกับสิ่งเหล่านี้ได้หรือไม่ วันนี้อาจบอกว่าตัวเองเป็นนักการเมือง แต่เป็นเพียงคำพูดหรือไม่ จิตวิญญาณจะอดทนต่อความโกรธ หรือการเก็บความรู้สึกไม่ดีที่มีต่อชาวบ้านมีพอหรือไม่ เพราะนักการเมืองอดทนสูงมาก

อาจรื้อวิธีการคำนวณ ส.ส.ใหม่

ช่วงบ่ายที่รัฐสภา นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเสร็จครบทุกมาตรา มีการปรับแก้ 17 มาตรา จากนี้เป็นขั้นตอนการนำคำแปรญัตติของ กมธ. และข้อเสนอจากประชาชนที่แสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์มาพิจารณา โดยเฉพาะมาตรา 129 เกี่ยวกับการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ กมธ.บางคนเสนอขอปรับแก้วิธีการคิดคำนวณ ซึ่งสอดคล้องกับตัวแทน กกต. ที่เห็นว่าควรปรับแก้ในบางประเด็นที่อาจมีปัญหา ตามหลักการเดิมใช้วิธีการคำนวณแบบประเทศเยอรมนี

ปธ.กกต.ไม่เชื่อ สนช.ติดดาบให้

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เสนอให้ กกต.แก้ไขกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นว่า ยังไม่ทราบว่ามีวาระดังกล่าวเสนอเข้าสู่ที่ประชุม กกต. วันที่ 9 ม.ค.หรือไม่ ส่วนกรณีที่ สนช.จะแก้ไขกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. โดยให้อำนาจ กกต.ตรวจค้นได้โดยไม่มีหมายศาลนั้น ต้องขอบคุณ กมธ.ที่แปรญัตติเรื่องดังกล่าว ก่อนหน้านี้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต. เคยเสนอเรื่องนี้ไปแล้วแต่ถูกตัดไป อาจมองว่าเป็นดาบสองคมให้อำนาจ กกต.มากเกินไป สนช.พิจารณาเรื่องนี้ผ่านไปแล้ว การจะแก้ไขกลับไปกลับมา เหมือนกฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ เชื่อว่า สนช.คงไม่พิจารณาให้อำนาจเรื่องนี้แน่

“วิษณุ” รอที่ประชุม กกต.เคาะ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับว่า เชิญผู้แทน กกต.มาสอบถามเมื่อสัปดาห์ก่อน รวมถึงได้พบกับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. จึงทราบว่าวันที่ 9 ม.ค. กกต.จะประชุมเรื่องดังกล่าว ส่วนการปรับแก้ที่ทางกฤษฎีกาทำไว้เป็นเรื่องคุณสมบัติผู้สมัครต้องสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เมื่อ กกต.พบ 30-40 ประเด็นที่ต้องแก้ไขไปพร้อมกันจึงต้องรอฟังจากที่ประชุม กกต. จากนั้นจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อนให้กฤษฎีกาปรับแก้และนำเข้าที่ประชุม ครม.อีกครั้ง ก่อนเสนอ สนช. คาดว่าเป็นช่วงเดือน ก.พ. เมื่อสนช.พิจารณาเสร็จเป็นเรื่องที่ คสช.จะพิจารณาว่าจะเลือกตั้งท้องถิ่นประเภทใด ระดับใด เมื่อใด

ไม่อยากให้เลือกท้องถิ่นใกล้ ส.ส.

เมื่อถามว่าผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยเสนอควรเลือกตั้งช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. นายวิษณุตอบว่า หารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว ทราบว่าเป็นเรื่องที่ผู้บริหารบางท่านให้ความเห็น ได้สอบถามไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้ว ยังไม่สามารถกำหนดวันเลือกตั้งได้ เพราะไม่รู้กฎหมายจะเสร็จเมื่อไหร่ เมื่อถามย้ำว่าการเลือกตั้งตามเวลาดังกล่าวจะเป็นไปได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า มีโอกาสเป็นไปได้ทั้งนั้น เราไม่อยากให้กระชั้นชิดกับการเลือกตั้งระดับชาติ หากแบ่งได้อาจเลือกตั้งบางอย่างก่อน และขณะนี้รัฐบาลกำลังคลี่คลายการตรวจสอบผู้บริหารท้องถิ่นอยู่ว่าใครควรกลับคืนสู่ตำแหน่งเพื่อให้กลับสู่ระบบเลือกตั้ง

คสช.เดินหน้าลุยปรองดอง

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติและการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ป.ย.ป.) แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมหารือแนวทางปฏิบัติภายใน 1 ปีนี้จะสร้างความปรองดองได้อย่างไร ยืนยันว่าการสร้างความปรองดองไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ขอร้องอย่านำไปเกี่ยวข้องกัน เมื่อถามว่าเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมืองได้อย่างไร ในเมื่อนายกฯประกาศชัดเจนว่าเป็นนักการเมือง พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นเรื่องของนายกฯ แต่ในส่วนของตนดำเนินการเรื่องสร้างความสามัคคีปรองดอง การที่นายกฯประกาศเป็นนักการเมืองไม่ส่งผลต่อการสร้างความสามัคคีปรองดอง เมื่อถามว่าหากการปรองดองไม่สำเร็จ จะทำอย่างไรต่อไป พล.อ.ประวิตรตอบว่า เราทำสำเร็จอยู่แล้ว

จี้ ป.ป.ช.อายัดนาฬิกา “บิ๊กป้อม”

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ขอให้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ประกอบธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตมาตรา 78 อายัดนาฬิกาและแหวนเพชรที่อยู่ในความครอบครองของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มาตรวจสอบว่าทรัพย์สินดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ พร้อมนำภาพถ่าย 2 ภาพ สมัยที่ พล.อ.ประวิตรดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. สวมใส่นาฬิกาที่ยังไม่ถูกสื่อมวลชนนำมาเผยแพร่ มาประกอบการพิจารณาของ ป.ป.ช.ด้วย

ทำให้เหมือนนักการเมืองคนอื่น

นายเรืองไกรกล่าวว่า ขอให้ ป.ป.ช.ทำหนังสือไปยัง พล.อ.ประวิตรให้ส่งนาฬิกาหรูและแหวนเพชร รวมทั้งทรัพย์สินอื่นที่อยู่ในความครอบครอง มอบให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบ หากมีข้อขัดข้องขอให้ ป.ป.ช.ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ยึดหรืออายัดนาฬิกาและแหวนเพชรดังกล่าวไว้ชั่วคราว เพื่อตรวจสอบต่อไปว่าทรัพย์สินนั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ พล.อ.ประวิตรควรเปิดเผยทรัพย์สินอื่นทั้งหมดว่ามีอยู่เท่าใด โดยเฉพาะนาฬิกาและแหวนเพชร ไม่ใช่ให้สื่อคอยขุดคุ้ย เหมือนเมื่อครั้งที่ ป.ป.ช.ตรวจสอบนาฬิการาคา 2.5 ล้านบาทของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ป.ป.ช.ยังตรวจสอบมาแล้ว รวมทั้งบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองอื่น ที่อยู่ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอีกกว่า 500 คดี

“บิ๊กกุ้ย” โต้ไม่มีใครชี้นำคดีได้

พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงการตรวจสอบที่มาของนาฬิกาและแหวนเพชรของ พล.อ.ประวิตรว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินอยู่ ส่วนที่มีการเปิดเผยภาพ พล.อ.ประวิตรสวมใส่นาฬิกาเผยแพร่ตามโซเชียลมีเดียมากขึ้นเรื่อยๆนั้น ป.ป.ช.อาจต้องใช้เวลามากขึ้นในการขอข้อมูลมาตรวจสอบ ทราบดีว่าเรื่องนี้ประชาชนให้ความสนใจ จึงต้องทำให้ชัดเจนโปร่งใสตามพยานหลักฐาน ข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ส่งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณา ต้องครบถ้วน ถ้าเสนอมาแล้วกรรมการ ป.ป.ช.มีคำถาม จำเป็นต้องแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ที่สุดแล้วคณะกรรมการ ป.ป.ช.ต้องรับผิดชอบ เพราะต้องตอบสังคม ส่วนตัวไม่หนักใจเพราะการพิจารณาต้องใช้มติ ป.ป.ช. 9 คนเป็นเสียงข้างมาก ใครคนใดคนหนึ่งไม่มีอิทธิพลต่อมติ ป.ป.ช. ยิ่งมีสื่อมวลชนคอยตรวจสอบการทำงาน ป.ป.ช.ยิ่งต้องรอบคอบรัดกุม

ป้อง “พี่ใหญ่” ไม่เคยมาก้าวก่าย

พล.ต.อ.วัชรพลกล่าวต่อว่า ส่วนต้องเรียกบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม นอกเหนือจาก 4 รายที่มีมติเรียกไปก่อนหน้านี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ยังให้คำตอบไม่ได้ เมื่อถามว่าหากพบข้อมูลว่าเอกชนเกี่ยวข้องกับนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร ป.ป.ช.จะตรวจสอบการดำเนินธุรกิจของเอกชนรายนั้นๆ หรือไม่ พล.ต.อ.วัชรพลตอบว่า ต้องดูข้อมูล อย่าเพิ่งไปคาดการณ์ ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน วันนี้ยังไม่เห็นข้อมูลที่ครบถ้วน เป็นเพียงเรื่องที่มีการพูดถึงทางสื่อหรือช่องทางต่างๆ เมื่อถามว่า ได้พูดคุยปรับทุกข์กับ พล.อ.ประวิตรถึงเรื่องดังกล่าวหรือไม่ ประธาน ป.ป.ช.ตอบว่า ไม่มี ทำไมต้องปรับทุกข์ พล.อ.ประวิตรและตนต่างมีหน้าที่ของตัวเอง และ พล.อ.ประวิตรไม่เคยมาสอบถามในเรื่องนี้ ไม่ต้องห่วง

ดูจังหวะแก้ระเบียบรับของขวัญ

พล.ต.อ.วัชรพลยังกล่าวถึงแนวคิดการแก้ไขประกาศ ป.ป.ช. เพื่อเพิ่มมูลค่าการให้หรือรับทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่รัฐ จากเดิมกำหนดไว้มูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท ว่า เรื่องนี้พูดกันมาพอสมควร แต่ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรจริงจัง ป.ป.ช.ยังไม่ได้ตัดสินใจ ต้องดูหลายด้านประกอบ อย่างไรก็ตามประกาศดังกล่าวบังคับใช้มานาน จนวันนี้อะไรๆอาจเปลี่ยนแปลงไป หากต้องพิจารณาแก้ไขจริงจัง ป.ป.ช.ต้องดูความเหมาะสม และตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมา โดยมีผู้แทนจากภาคต่างๆที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา คงไม่สามารถแก้ไขได้ทันที เพราะมีผลกระทบหลายด้าน ต้องดูว่าสังคมคิดอย่างไร การมอบของขวัญในช่วงเทศกาลสำคัญเป็นขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมการเอื้ออารี เพราะมันเป็นสิ่งที่ดี ในต่างประเทศช่วงเทศกาลคริสต์มาสอาจมีการให้ของขวัญกันบ้าง เป็นสินน้ำใจ ดังนั้นการแก้ไขระเบียบคงไม่เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น ต้องพิจารณาในหลายมิติ

เลขาฯ ป.ป.ช.รีบชิ่งหนีนักข่าว

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวเพียงสั้นๆว่า เรื่องนี้ขอให้ ป.ป.ช.ได้ทำงานก่อน ปลายเดือน ม.ค. ถึงต้นเดือน ก.พ. ค่อยมาซักถามกันใหม่ แล้วรีบเดินหนีผู้สื่อข่าวไปทันที

“ประวิตร” ขึ้นเสียงสูงซักปมร้อน

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ต้องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฎหมาย เขาอยากทำอะไรก็ให้เขาทำไป ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์กันในโซเชียลมีเดียนั้น เป็นเรื่องของโซเชียลมีเดียจะไปฟังทำไม แล้วเอามาถามตนได้อย่างไร เมื่อถามว่าหาก ป.ป.ช.สอบถามมาพร้อมที่จะชี้แจงนาฬิกาทุกเรือนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ผมไม่รู้” เมื่อถามย้ำว่าได้ส่งหนังสือชี้แจงต่อ ป.ป.ช.รอบสองแล้วหรือยัง พล.อ.ประวิตรกล่าวเสียงสูงว่า “ไม่รู้” จากนั้นได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์ของสื่อมวลชนทันที

“วิษณุ” ปัดวุ่นตัวชงแก้กฎเหล็ก

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ใช่ผู้เสนอแนวคิดการปรับแก้ประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินที่จะให้หรือรับ เป็นเพียงการพูดคุยกับผู้สื่อข่าวระหว่างรับประทานอาหาร ว่ามีบัญญัติในกฎหมายเมื่อปี 2542 ถ้าจะไปปรับเสียใหม่ก็สมควร แต่ดูเหมือนเสียงส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยก็ไม่ว่ากัน แต่อยากเตือนว่ากฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 103 ข้าราชการรับไม่ได้แม้แต่บาทเดียว เช่น ทิป หรือเงินทอน ไปเสียอะไรก็ตามมีค่าธรรมเนียม 100 บาท จ่ายด้วยเงิน 500 บาทแล้วบอกไม่ทอนก็ไม่ได้ เว้นแต่เป็นการรับโดยธรรมจรรยา ซึ่งอยู่ในประกาศ ป.ป.ช. ที่ให้รับได้ใน 3 เงื่อนไข คือ 1.ถ้าเป็นการรับจากญาติจะไม่กำหนดวงเงิน 2.ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ญาติ โดยธรรมจรรยาเป็นของขวัญในโอกาสต่างๆไม่เกิน 3,000 บาท 3.การให้โดยธรรมจรรยากับบุคคลทั่วไปที่ไม่จำเพาะเจาะจง จะเกิน 3,000 บาท หรือไม่เกินก็ไม่เกี่ยว

อุ้มนายกฯซื้อลูกหมาแจกไม่ผิด

นายวิษณุกล่าวว่า เขาไม่ได้ห้ามคนให้ นายกฯจะซื้อลูกสุนัขแจกใครเขาไม่ได้ห้าม แต่เขาห้ามคนรับ คือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ใช่เฉพาะนักการเมือง หมายรวมตั้งแต่เจ้าหน้าที่ภารโรง ธุรการ ไปจนถึงพนักงานรัฐวิสาหกิจ รวมถึงเอกชนที่ไปเป็นบอร์ดของรัฐก็อยู่ในข่ายห้ามรับเกิน 3,000 บาททั้งสิ้น ไม่ได้เป็นคนเสนอแก้ บอกแล้วว่ารัฐบาลไปเสนอแก้ไม่ได้ เป็นเรื่องของ ป.ป.ช. และเราเคยคุยเรื่องนี้เมื่อครั้งที่ทำกฎหมายผลประโยชน์ขัดกัน ว่าคุณคิดจะปรับหรือไม่ ถ้าไม่คิดจะปรับก็จะใส่ไว้ในกฎหมาย เขาก็บอกว่าจะไปดูให้พอเหมาะพอควรต่อไป อาจมีตั้งเงื่อนไขอะไรบางอย่างเพิ่มเติม ถ้าคิดว่าจะไม่แก้ก็ไม่เป็นไร เพราะไม่ได้ไปรับอะไรจากใครอยู่แล้ว

“บิ๊กป้อม” ยังมึนสถานะผู้ลี้ภัย “ปู”

อีกเรื่อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกระแสข่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยื่นขอลี้ภัยโดยอยู่ระหว่างรอคำตอบจากทางการอังกฤษรับรองสถานะเป็นผู้ลี้ภัยว่า ยังไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียด ทราบจากสื่อมวลชนว่าเขาอยู่ที่อังกฤษ ซึ่งตำรวจและกระทรวงการต่างประเทศต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป และไม่ทราบว่าการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ออกมาปรากฏตัวนี้เป็นการแสดงสัญลักษณ์หรือไม่ เมื่อถามย้ำว่า หากทางการอังกฤษให้สถานะผู้ลี้ภัยกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว ทางการไทยจะแสดงจุดยืนอย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า เรื่องยังไม่ถึงตอนนั้น ขอไว้ก่อนคิดว่าไม่เป็นอะไร เพราะเราดำเนินการตามขั้นตอน ของเรา ไม่อยากให้สื่อถามล่วงหน้า เมื่อถามว่าคสช.เชื่อใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์หรือไม่ว่าจะไม่เคลื่อนไหวให้เกิดความขัดแย้ง พล.อ.ประวิตรตอบว่า “คิดว่าไม่มีอะไร ก็ผมอยู่อย่างนี้จะมีอะไร”

“ลุงตู่” ย้ำเด็กไทยต้องรู้เท่าทัน

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ นำคณะเด็กและเยาวชนดีเด่นที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติปี 2561 จำนวน 785 คน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โดยนายกฯกล่าวให้โอวาทว่า รางวัลที่ได้มาจากความขยันหมั่นเพียรใฝ่หาความรู้ต่อเนื่อง ถือเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูล สังคมไทยยังมีปัญหาอยู่มาก ต้องเริ่มจากการเรียนรู้ตั้งแต่เด็กจนโต ไปสู่การทำงานเป็นผู้ใหญ่มีครอบครัวต้องพัฒนาตลอดเวลา เยาวชนวันนี้มีความโดดเด่นในระดับนานาชาติ เช่น กลุ่มแกะสลักน้ำแข็งที่ได้รางวัล 9 ปีติดต่อกัน เราต้องติดตามว่าจะนำมาพัฒนาใช้ประโยชน์ในวันข้างหน้า สังคมต้องมีส่วนในการเรียนรู้ ไม่ควรสร้างทัศนคติที่ผิดๆ การอ่อนน้อมถ่อมตน มีความรู้คู่คุณธรรม คำขวัญ “รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี” ต้องรู้คิดทำในสิ่งที่ถูกต้อง รู้เท่าทันเทคโนโลยี เท่าทันโลก ปัจจุบันใช้แต่เทคโนโลยี ต่อไปก็คิดไม่เป็น ครูต้องปรับตัวต้องเป็นทั้งครูและนักเรียนไปพร้อมๆกัน รู้จักใช้เทคโนโลยีในการสอน

สอนเด็ก-เยาวชนไหว้ให้ถูกต้อง

จากนั้นตัวแทนเด็กและเยาวชนฯได้กล่าวขอบคุณนายกฯ ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินทักทายพร้อมสอนท่าการแสดงความเคารพด้วยการไหว้ที่ถูกต้อง ที่เด็กต้องไหว้ผู้อาวุโสกว่าตามขนบธรรมเนียมไทยรวมถึงท่ายืน ท่านั่ง ก่อนจะถ่ายภาพหมู่ร่วมกันที่บริเวณห้องโถงกลางตึกสันติไมตรี และเดินชมของขวัญที่เด็กๆนำมามอบให้ อาทิ ภาพวาดลายเส้นการ์ตูนรูป พล.อ.ประยุทธ์ที่มีเด็กๆอยู่รายล้อม ของ ด.ญ.ชญานนท์ ศักดิ์ศิริวุฒโฒ จากโรงเรียนดอนบอสโกวิทยา ภาพวาดสีนายกฯกำลังขี่รถจักรยานยนต์อยู่ท่ามกลางประชาชน ของ ด.ญ.พรวิภา ปริบูรณะ โรงเรียนเมืองสมุทรสงคราม และโคลงกลอนที่นายธนวุธ ประสานะโม นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนห้วยต้อนพิทยาคม ที่นำคำในชื่อ-สกุลของนายกฯมาแต่งเป็นร้อยกรองว่า “ประจักษ์เห็นเด่นด้วย คุณธรรม พ่อเฮย ยุทธ์ เยี่ยมยอด การนำ เก่งกล้า จันทร์ ดูสง่าล้ำ สุดเท่ จริงนา โอชา แกร่งทหารกล้า แซ่ซ้องสรรเสริญ” เป็นต้น

ยิงมุกให้ไปถามสแตนดี้แทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังกล่าวมอบโอวาทเสร็จ ระหว่างเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ หยุดกล่าวผ่านไมโครโฟนที่ผู้สื่อข่าวเตรียมไว้สัมภาษณ์พร้อมกับหันไปสั่งเจ้าหน้าที่ ให้ยกสแตนดี้ของตัวเอง (รูปถ่ายนายกฯเท่าตัวจริง) มาตั้งที่หน้าไมโครโฟน พร้อมกล่าวว่า “ถ้าใครจะถ่ายรูป ใครจะสอบถามปัญหาการเมือง ความขัดแย้งถามกับไอ้คนนี้นะ” ก่อนเดินเลี่ยงและยกมือบ๊ายบายแสดงสัญลักษณ์ “ไอเลิฟยู” ทำให้ผู้ปกครองที่มากับบุตรส่งเสียงหัวเราะชอบใจไปตามๆกัน และพากันไปยืนถ่ายรูปกับสแตนดี้รูปนายกฯอย่างสนุกสนาน

เปิดห้องให้เด็กนั่งเก้าอี้นายกฯ

พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันที่ 13 ม.ค. ทำเนียบรัฐบาลร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน จัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติปี 2561 ภายใต้คำขวัญ รู้คิด รู้เท่าทัน สร้างสรรค์เทคโนโลยี โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดงาน มีรัฐมนตรีร่วมด้วย พร้อมกิจกรรมมากมาย อาทิ การแสดงของนักเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ เยี่ยมชมห้องทำงาน และเปิดให้นั่งถ่ายภาพห้องทำงานนายกฯ ที่ตึกไทยคู่ฟ้าเช่นทุกปีที่ผ่านมา เปิดตึกภักดีบดินทร์ให้เด็กและเยาวชนเข้าเยี่ยมชมเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทดลองอ่านข่าว การแสดงระบำกรับ เต้นโมเดิร์นเทรด ซุ้มเกมเสริมสร้างความรู้ภายใต้แนวคิด “เด็กไทย โตไปไม่โกง” การร่วมสนุกกับศิลปินเอเอฟ และเดอะวอยซ์ กิจกรรมหุ่นยนต์ รถยนต์ พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง ระบบคลังข้อมูลดิจิทัล เกมรามเกียรติ์ และให้บริการตัดผม ทันตกรรมฟรี

“บิ๊กฉัตร” ขู่ฟัน จนท.เอี่ยวค้ามนุษย์

อีกเรื่อง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ครั้งที่ 1/2561 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวว่า รัฐบาลแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ต่อเนื่อง พร้อมป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์โดยเด็ดขาด ด้านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รายงานสถิติและผลการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่ปี 2556-2560 พร้อมแจ้งให้ต่างประเทศทราบเพื่อมีผลต่อการพิจารณาการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ของไทย โดยส่วนราชการทั้งส่วนกลางและท้องถิ่นต้องสอดส่องป้องกัน มีมาตรการลงโทษทางวินัยขั้นเด็ดขาด และเปิดให้ประชาชนแจ้งเบาะแสที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ต่างๆ โดยมีเงินรางวัลตั้งแต่ 30,000-100,000 บาทด้วย

รบ. ยังไม่เตรียมพระราชพิธี

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า ยังไม่ทราบข่าว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังไม่ได้ทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ลงมาในส่วนของงานนั้นมีบางส่วนที่สำนักพระราชวังต้องปฏิบัติ และมีบางส่วนที่รัฐบาลต้องปฏิบัติ ส่วนใหญ่จะหนักไปในเรื่องพระราชพิธี ไม่เหมือนงานถวายพระเพลิงพระบรมศพที่ต้องมีการก่อสร้างพระเมรุมาศ ซึ่งเป็นส่วนที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ แต่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ไม่ต้องมีการก่อสร้าง ใช้วังเป็นสถานที่ ใช้พราหมณ์เป็นผู้ประกอบพิธี แต่มีบางส่วนที่รัฐบาลต้องจัดเตรียม แต่ขณะนี้ยังไม่มีพระราชกระแสรับสั่งลงมา จึงยังไม่มีอะไรต้องจัดเตรียมในขณะนี้

“สมคิด” บี้ วท.เร่งปั๊มผลงาน

ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายให้นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์ฯ และผู้บริหารกระทรวงฯ ว่าอยากให้ วท.เร่งสร้างผลงานตอบสนองนโยบายรัฐบาล เพราะเหลือเวลา 1 ปีจะเลือกตั้ง ตนมีงบฯเป็นกองกลาง 8 พันล้านบาท พร้อมจะสนับสนุนโครงการที่ต้องเร่งทำ เช่น โครงการศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต (ฟิวเจอเรียม) มูลค่า 2 พันล้านบาท ให้เร่งทำใน 1-2 ปีต้องเห็นผล ให้ลืมข้อจำกัดเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างจนไม่กล้าทำอะไร ดึงภาคเอกชนมาร่วม และโครงการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจ (อีอีซีไอ) ที่สำคัญรัฐบาลกำลังเร่งลดความเหลื่อมล้ำ วท.ต้องเอาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาช่วยทั้งเรื่องของเครื่องมือการเกษตร เทคโนโลยี และน้ำ เป็นต้น

ด้านนายสุวิทย์กล่าวว่า มีข่าวดีคือ รัฐบาลญี่ปุ่นได้ติดต่อ วท.เพื่อนำเอสเอ็มอี ด้านอาหาร 100 แห่ง ของประเทศญี่ปุ่นจับคู่กับเอสเอ็มอีไทยด้านอาหาร 100 แห่งเช่นกันเพื่อเตรียมรองรับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปี 2563 ซึ่ง วท.จะร่วมกับบีโอไอ จัดทำรายชื่อผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมอาหารต่อไป

ไทย-คาซัคฯจับมือหนุนโอไอซี

ช่วงบ่ายที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ราอูชัน เยสบูลาโตวา เอกอัครราชทูตคาซัคสถานประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. โดยนายกฯขอบคุณคาซัคสถานที่สนับสนุนท่าทีไทยในเวทีองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) มาตลอด และยืนยันว่าไทยพร้อมให้ความร่วมมือกับคาซัคสถาน และ OIC ในทุกโอกาส เพื่อขยายความร่วมมือภายใต้กรอบ OIC โดยเฉพาะในสาขาที่ไทยมีความเชี่ยวชาญและอยู่ความสนใจของ OIC อาทิ สาธารณสุข การเกษตร การศึกษา อาหาร และอุตสาหกรรม ซึ่งคาซัคสถานพร้อมสนับสนุนประเทศไทยในเวทีสากล

ทีมกฎหมาย ปชป.สรุป ชงศาล รธน.วินิจฉัยคำสั่ง คสช. 53/2560 “วิรัตน์” ชี้เป้าส่อขัดรัฐธรรมนูญพร้อมใช้ทุกช่องทางยื่นร้อง “อภิสิทธิ์” ยํ้าลิดรอนสิทธิ์ผิดกระบวนการ สร้างภาระเกินจำเป็นให้สมาชิกพรรค แถมเลือกปฏิบัติพรรคเก่า-ใหม่... 8 ม.ค. 2561 23:56 9 ม.ค. 2561 10:19 ไทยรัฐ