วันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดประวัติ พ.ต.ท.ยิงตัวตาย พบข้อมูลย้อนแย้ง! จี้เปิดจดหมายไขปมลาโลก

ข้อมูลขัดแย้ง 2 ตำรวจคนสนิท ผบ.ร้อย ตชด. ยิงตัวตาย เพื่อนคนหนึ่งระบุไม่มีหนี้สิน ไร้ปัญหาครอบครัว ในขณะที่อีกรายให้ข้อมูลแพ้คดีเมียอีกคนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ฟ้องร้องศาลตัดสินชดใช้ 2 ล้าน  

จากกรณี พ.ต.ท.บรรหาร กองพิมพ์ อายุ 58 ปี ผู้บังคับกองร้อย กองกำกับการ 4 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ร้อย 3) ใช้อาวุธปืนกล๊อก ออโตเมติก 9 มม. ยิงขมับขวา ทะลุขมับซ้าย ทะลุฝาผนังห้อง นั่งเสียชีวิตอยู่บนเก้าอี้ โต๊ะประจำตำแหน่ง สภาพศพสวมเครื่องแบบตำรวจ อาวุธปืนตกอยู่ลิ้นชักโต๊ะด้านหน้าที่เปิดอ้าไว้ บนโต๊ะพบแก้วกาแฟ กุญแจรถยนต์ และโน้ตบุ๊กเปิดใช้งาน มีข้อความสั่งเสียบนหน้าจอว่า ให้ดูแลเงินสวัสดิการตำรวจให้ลูกเมียทั้งหมด และให้เพื่อนร่วมรุ่น ตชด.รุ่น 7 ค่ายเสนีย์รณยุทธ เป็นเจ้าภาพจัดงานศพนั้น

เพื่อนสนิทในหมู่บ้านเดียวกันเล่าว่า พ.ต.ท.บรรหาร กองพิมพ์ อายุ 58 ปี ผู้บังคับกองร้อย กองกำกับการ 4 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ร้อย 3) พื้นเพเป็นคนจังหวัดบึงกาฬ เรียนจบ ตชด.รุ่นที่ 7 จากตำรวจชั้นประทวน สอบแข่งขันติดยศสัญญาบัตร ปัจจุบันเรียนจบการศึกษาระดับชั้นปริญญาโท ภรรยาอาชีพราชการครูสอนในโรงเรียนที่จังหวัดอุดรธานี มีบุตรชายด้วยกันทั้งสิ้น 2 คน ทั้งคู่มีครอบครัวแล้ว  

"พ.ต.ท.บรรหาร กองพิมพ์ ได้เข้ารับราชการตำรวจอยู่ที่จังหวัดอุดรธานีเกือบ 20 ปี ตั้งรกรากครอบครัวที่นี่ บุคลิกนิสัย เป็นคนขรึมๆ เมื่อช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ได้มีปัญหากับภรรยาแยกตัวออกจากบ้านมาคบหาดูใจกับหญิงสาวในอำเภอหนองหาร จ.อุดรธานี หญิงสาวคนดังกล่าวมีธุรกิจสปาหลายสาขาในเมืองบอสตันประเทศสหรัฐอเมริกา มีการทำพิธีแต่งงานอยู่กินฉันสามีภรรยา โดยฝ่ายหญิงเดินทางไปกลับประเทศไทย-สหรัฐอเมริกาทุกปี ขณะที่ผู้ตายแยกขาดจากภรรยาเก่า ย้ายมาพักอาศัยอยู่บ้านภรรยาใหม่เป็นที่ทราบกันอย่างกว้างขวางของคนในหมู่บ้าน" 

ต่อมาไม่นาน ผู้ตายได้มีปัญหาเรื่องเงินทอง และความไม่ไว้วางใจจากภรรยาใหม่  เนื่องจากทราบข่าวว่าผู้ตายยังแวะเวียนกลับไปหาภรรยาเก่าซึ่งพักอาศัยอยู่ไม่ไกลกันนัก เหตุนี้เองทำให้กลายเป็นปมร้าวลึกเแยกทางกัน ก่อนจะมีเรื่องฟ้องร้องเรื่องที่ดินและทรัพย์สมบัติ โดยเมื่อปี 2560 ศาลตัดสินให้ผู้ตายชดใช้ค่าเสียหายให้กับภรรยาคนนี้กว่า 2 ล้านบาท 

"หลังจากเขาทราบข่าวว่าเขาแพ้ฟ้องร้องคดี เขาไม่ได้มีปฏิกิริยาซึมเศร้าอะไรเลย กลับเฮฮามากกว่าเดิม ไม่มีการบ่นหรือพูดถึงใดๆ โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ผู้ตายได้จัดงานปีใหม่เลี้ยงลูกน้องถึง 2 ครั้ง ไม่มีอะไรเป็นลางบอกเหตุว่าอยากตาย ไม่เหมือนคนเป็นโรคซึมเศร้า ทราบว่าก่อนตายได้มอบนโยบายหน้าเสาธง ไม่มีวี่แววใดๆ ส่วนปัญหากับภรรยาคนปัจจุบันไม่รู้เลย แต่ทราบว่าได้หย่าร้างกันแล้ว แต่ยังพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกัน เมื่อทราบข่าวว่าเขายิงตัวตาย รู้สึกตกใจมาก คิดไม่ออกจริงๆ ว่าเป็นเรื่องอะไร" 

ขณะที่ ร.ต.อ.ชำนาญ สุขีตา ผบ.มว.กก.4 บก.กฝ. ผู้ใต้บังคับบัญชาที่สนิท ให้การว่า ขณะทำงานอยู่ในอาคารสำนักงาน ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด เข้าใจว่าเป็นการฝึกซ้อมยิงปืน ซึ่งมีการฝึกประจำทุกวันอยู่แล้ว แต่เอะใจว่าได้ยินเสียงดังใกล้มาก จึงสั่งให้ลูกน้องเดินไปตรวจสอบ เมื่อเดินไปเคาะห้องผู้ตาย ไม่ได้ยินเสียงตอบ และพบนั่งอยู่ปกติ แต่ไม่มีอาการตอบโต้ จึงได้เปิดประตูเข้าไป ก็พบว่าเลือดไหลออกปากและจมูก หน้าซีด จึงวิ่งมาบอกตน

"ผมมีความสนิทคุ้นเคยกับครอบครัว พ.ต.ท.บรรหาร เป็นอย่างดี เขาไม่มีหนี้สิน ไม่เล่นการพนัน มีภรรยาคนเดียวเป็นครู มีลูกชาย 2 คน ครอบครัวมีความสุขตามอัตภาพ แต่มีนิสัยไม่ค่อยพูด หรือระบายความทุกข์ในใจให้เพื่อนฟัง ลักษณะเป็นคนเก็บกด"

ทั้งนี้ ก่อนงานฉลองเทศกาลปีใหม่ พ.ต.ท.บรรหาร ได้มีการส่งข้อความเข้าไปในไลน์กลุ่มเพื่อน ใจความว่า "วันที่ 5 มกราคม ให้มาเก็บศพผมด้วย" เพื่อนๆ จึงสั่งให้ตนโทรหา พ.ต.ท.บรรหาร ซึ่งเพื่อนก็บอกว่าไม่มีอะไร จึงคิดว่าเป็นการล้อเล่น และยังได้ไปร่วมงานปีใหม่กับ พ.ต.ท.บรรหาร ซึ่งเขาก็ดื่มกินอย่างสนุกสนาน กระทั่งวันนี้จึงได้ยิงตัวตายจริงตามที่บอก ซึ่งตนและเพื่อนๆ ก็ไม่ทราบสาเหตุ

อย่างไรก็ตาม ขณะพบศพ ผู้ตายได้เปิดหน้าจอมือถือส่งข้อความสั่งเสียครอบครัว พร้อมกันนี้เจ้าหน้าที่ พฐ.ได้เก็บจดหมายลาตายไปตรวจพิสูจน์ 2 ฉบับ โดยข้อความทั้งหมดยังไม่ถูกเผยแพร่ให้คนรอบข้างรับทราบ ทั้งนี้รอข้อมูลทั้งหมดเพื่อที่จะได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงอีกด้านหนึ่ง.