วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลาวร่ำไห้ สิ้นแสงสุรีย์ เจ้าฟ้าลาวองค์สุดท้าย ‘โสริยวงศ์สว่าง’สิ้นแล้ว

ชาวลาวร่ำไห้ ทราบข่าว เจ้าฟ้าลาวองค์สุดท้าย เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง สิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคชรา ณ กรุงปารีส สิริพระชนม์ได้ 80 พรรษา 11 เดือน 12 วัน

เฟซบุ๊ก วัดธรรมประทีป  ในประเทศฝรั่งเศส , Laos-Thai’ Galerie Collectibles และSiddhibhorn Bhormma  เผยแพร่ข้อความ ‘ขอถวายความอาลัยและน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง ตะวันลับฟ้าที่ปารีส สิ้นแสงสุรีย์ลาวไกลบ้าน ศูนย์กลางความหวังของลาวไกลบ้าน ลาลับแล้ว’

พร้อมกับระบุว่า เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2018 
ตะวันลับฟ้าที่มหานครปารีสของประชาชนชาวลาว
สิ้นแสงสุรีย์ลาวไกลบ้าน โดยระบุว่า ประชาชนชาวลาวได้สูญเสีย
บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ของประชาชนลาวในฝรั่งเศส 
คือ เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง 
ซึ่งเป็นพระโอรสของพระมหากษัตริย์ หรือที่คนลาวเรียกกันว่า “พระเจ้ามหาชีวิต” 
องค์สุดท้ายของลาวนั้นคือ พระเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา และองค์ราชินีคู่พระบารมีคือ พระอัครมเหสีคำผูย ทั้งสองพระองค์มีพระราชโอรส-ธิดารวมกันทั้งสิ้น 5 พระองค์ ได้แก่

-องค์มกุฎราชกุมารวงศ์สว่าง


-เจ้าฟ้าชายศรีสว่าง


-เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง


-เจ้าฟ้าหญิงฉวีวรรณสว่าง มังคละมณีวงศ์


-เจ้าฟ้าหญิงดาราสว่าง ศรีสุภานุวงศ์

พ.ศ.2518 ราชอาณาจักรลาวเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบราชาธิปไตย ไปสู่ระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ราชบัลลังก์ลาวถูกยกเลิก สมาชิกราชวงศ์ถูกถอดออกจากฐานันดร บรรดาประชาชน พ่อค้าชาวขาย นักการเมืองนับล้านคน อพยพหนีคอมมิวนิสต์ออกนอกประเทศ ทว่าพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่หลายพระองค์ยังคงประทับอยู่ในลาว รวมทั้งอดีตกษัตริย์ พระราชินี องค์มกุฎราชกุมาร พระราชโอรส เจ้าฟ้าชายพระอนุชาในพระมหากษัตริย์ พร้อมด้วยสมาชิกครอบครัว

หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง มีความพยายามจากฝ่ายราชอาณาจักรทูลเชิญอดีตสมาชิกราชวงศ์ให้เสด็จฯ ลี้ภัย รวมทั้งการต่อต้านรัฐบาลคอมมิวนิสต์ด้วยกำลังทางทหารอยู่หลายครั้ง แต่ผลลัพธ์กลับเป็นลบ

ย่างเข้าปีที่ 2 แห่ง ”การปลดปล่อย” สมาชิกราชวงศ์ถูกเชิญตัวไปยังค่ายสัมนา เพื่อเรียนรู้ปรับตัวให้เข้ากับสภาพการณ์ใหม่ตามนโยบายของรัฐบาล อดีตกษัตริย์ พระราชินี องค์มกุฎราชกุมาร เจ้าฟ้าชายศรีสว่าง พระราชวงศ์ ราชนิกุล ที่ประทับในลาวเกือบ 30 องค์ ถูกเชิญตัวไปพร้อมๆ กัน

ขณะที่เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง และพระชายา ซึ่งประทับอยู่ในนครเวียงจันทน์ ทรงไหวตัวหนีออกจากที่ประทับได้ทันท่วงที ก่อนที่จะเสด็จฯ ข้ามมาฝั่งไทย และขอลี้ภัยไปยังฝรั่งเศสในเวลาต่อมา

เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์เล็กของกษัตริย์และราชินีลาวองค์สุดท้าย จึงเป็นพระราชโอรสองค์เดียวที่สามารถเอาชีวิตรอดจากระบอบใหม่ได้

หลังการรวมตัวกันของอดีตนักการเมือง ข้าราชการ-ทหาร ประชาชนลาวโพ้นทะเล เพื่อจัดตั้งรัฐบาลพลัดถิ่น ได้ทูลเชิญ เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์ องค์ประธานสมาชิกพระราชวงศ์ รับราชภาระ “ผู้สำเร็จราชการ ต่างพระเนตร พระกรรณพระเจ้ามหาชีวิตแห่งราชอาณาจักรลาว”

ระหว่างลี้ภัยในฝรั่งเศส เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง เปรียบดังองค์สมมติกษัตริย์ของลาวพลัดถิ่น ทรงปฏิบัติราชกิจตลอดทั้งปี เพื่อบำรุงความเป็นลาวให้คงมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางศาสนาและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหล่อเลี้ยงลมหายใจของประเพณีโบราณลาว เช่น การเสด็จฯ ไปเป็นองค์ประธานร่วมกับเจ้าฟ้าชายสุริวงศ์สว่าง องค์รัชทายาทลาว ในพระราชพิธีบายศรีหลวง ที่ประชาชนลาวโพ้นทะเลพร้อมใจกันจัดถวาย บุญปีใหม่ บุญเข้า-ออกพรรษา ตลอดจนการปรากฏพระองค์ในที่ชุมนุมทหารผ่านศึก

เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง ทรงเป็นบุคคลสำคัญของชาวลาว ทั้งในฐานะที่เป็นหนึ่งในสมาชิกราชวงศ์เพียงไม่กี่องค์ที่มีช่วงชีวิตพาดผ่านประวัติศาสตร์โชกเลือดบนแผ่นดินลาว และในฐานะของศูนย์รวม “ความหวัง” ของลาวบ้านไกล

ทั้งนี้ เจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง ประสูติเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ.2480 ที่โฮงหัวลาด พระราชอาณาจักรหลวงพระบาง สิ้นพระชนม์แล้วด้วยพระโรคชรา เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ.2561 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส สิริพระชนมายุได้ 80 พรรษา 11 เดือน 12 วัน.

ขอบคุณข้อมูลและภาพเจ้าฟ้าชายโสริยวงศ์สว่าง จากเฟซบุ๊ก วัดธรรมประทีป ,