วันอาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สรุปยอด 'เมาแล้วขับ' ปีใหม่ กว่า 6,000 คดี สงกรานต์นี้เข้มก.ม.

"กรมคุมประพฤติ" แถลงสรุปยอด "เมาแล้วขับ" ช่วงเทศกาลปีใหม่ 6,030 คดี เพิ่มสูงกว่าปี 2560 ส่วนจังหวัดสุรินทร์ครองแชมป์มากที่สุด ชี้สงกรานต์นี้เตรียมใช้กฎหมายมากขึ้น หวังสถิติลดลง

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 8 ม.ค.61 ที่ห้องประชุมกรมคุมประพฤติ ชั้น 4 ศูนย์ราชการอาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ พร้อมด้วย คณะผู้บริหารกรมคุมประพฤติ ร่วมแถลงข่าวสรุปยอดคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556-2561 โดยมี นายพักดี สอนประเทศ ผู้ถูกคุมความประพฤติ และ นายเจษฎา แย้มสบาย เหยื่อเมาแล้วขับ ร่วมมาพูดคุยแชร์ประสบการณ์

นายประสาร เปิดเผยว่า ในเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมานั้น จากสถิติพบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุ 3,841 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 423 ราย และบาดเจ็บ 4,005 ราย ซึ่งมีคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติจากสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ 119 แห่ง จำนวน 6,677 คดี แบ่งเป็น ขับรถขณะเมาสุรา 6,030 คดี คิดเป็นร้อยละ 90.31 ขับเสพและอื่นๆ 602 คดี คดีเป็นร้อยละ 9.01 ขับรถประมาท 45 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.67 โดยมีการพักใบอนุญาตขับขี่ 295 ราย

"ส่วนจังหวัดที่มีสถิติสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ 1.สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสุรินทร์ 448 คดี 2.สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 354 คดี และ 3.สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดมหาสารคาม 269 คดี รวมถึงยังพบว่ามีผู้ถูกคุมความประพฤติในคดีขับรถขณะเมาสุรา และขับรถประมาทที่พ้นโทษในช่วงปี 2558 - 2560 กลับมาทำผิดซ้ำ 99 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.5 โดยเจ้าหน้าที่เตรียมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เช่น เมาแล้วขับ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงยังมีการให้อนุญาตยึดรถ ตามคำสั่ง คสช.เพิ่มเติม ทั้งนี้ส่วนใหญ่ผ้ถูกคุมความประพฤติจะไม่กลับมากระทำผิดซ้ำอีก" อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผย

นายประสาร เผยอีกว่า สำหรับเงื่อนไขที่ศาลสั่งคุมประพฤติในช่วงเทศกาลปีใหม่ ส่วนใหญ่กำหนดระยะเวลาคุมประพฤติ 1-2 ปี ทำงานบริการสังคม เฉลี่ย 21 ชั่วโมง กำหนดรายงานตัว 4 ครั้ง และเงื่อนไขอื่นๆ อาทิ ให้ความรู้อบรมกฎหมายจราจร การพักใบอนุญาตขับขี่ และห้ามเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นต้น ส่วนมาตรการผู้กระทำผิดซ้ำและกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในคดีขับรถขณะเมาสุรา จะให้ทำงานบริการสังคม โดยเน้นการดูแลช่วยเหลือเหยื่อเมาแล้วขับที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง และหากมีพฤติกรรมติดสุรา จะส่งเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลด ละ เลิกดื่มสุรา ซึ่งให้พนักงานคุมประพฤติและอาสาสมัครคุมประพฤติติดตามอย่างใกล้ชิด รวมทั้งดำเนินกิจกรรมการกระตุ้นจิตสำนึกและรับทราบถึงความสูญเสียต่างๆ

"เมื่อเทียบสถิติระหว่างปี 2560 กับ 2561 พบว่ามีจำนวนผู้ถูกคุมประพฤติมากขึ้นและในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเตรียมใช้กฎหมายมากขึ้นเพื่อให้สถิติลดลงกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ในช่วงปีใหม่ 2561 เจ้าหน้าที่รัฐมีการดำเนินคดีและจับกุมมากขึ้นทำให้สถิติการบาดเจ็บ เสียชีวิตและอุบัติเหตุมีจำนวนลดน้อยลง นอกจากนี้กรมคุมประพฤติมีมาตรการเช่าเครื่องมือติดตามอิเล็กทรอนิกส์ (EM) จำนวน 4,000 เครื่อง มาใช้กับผู้ถูกคุมความประพฤติทุกกลุ่ม ทุกฐานความผิด คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในช่วงเดือน พ.ค.2561" อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าว

ด้าน นายเจษฎา กล่าวว่า ในอดีตตนทำงานมีรายได้หลายหมื่นบาทต่อเดือน แต่หลังเกิดอุบัติเหตุถูกคนเมาแล้วขับรถพุ่งมาชนขณะที่ตนจอดรถจักรยานยนต์ติดไฟแดง และต้องพิการนั่งอยู่บนรถเข็นมากว่า 15 ปี จึงขอเป็นตัวแทนของเหยื่อให้คนเมาแล้วขับตระหนักถึงความสำคัญในการขับขี่รถบนท้องถนนซึ่งอาจทำลายชีวิตอีกหลายคน ซึ่งที่ผ่านมามีโครงการนำคนเมาแล้วขับมาช่วยดูแลผู้ป่วยตามโรงพยาบาล ทำความสะอาดวัดวาอาราม บริจาคเลือด แต่ตนอยากฝากให้โครงการนำผู้ถูกคุมประพฤติมาดูแลคนพิการจากคนเมาแล้วขับด้วย เพราะเชื่อว่าสามารถสร้างจิตสำนึกได้ เพราะอาจเห็นถึงความลำบากของผู้พิการ

ส่วนทาง นายพักดี ระบุว่า ตนโดนจับถูกเข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติครั้งแรกได้มีโอกาสไปช่วยเหลือผู้พิการ อาทิ เข็นรถเข็นพาไปเข้าห้องน้ำ ป้อนข้าวให้สำหรับผู้ที่เสียมือและแขน หลังจากนั้นก็ไม่ได้ดื่มอีก สุดท้ายตนรู้สึกโชคดีที่ยังไม่ได้เมาแล้วขับรถไปชนผู้ใดเสียชีวิตหรือบาดเจ็บเลย.

"กรมคุมประพฤติ" แถลงสรุปยอด "เมาแล้วขับ" ช่วงเทศกาลปีใหม่ 6,030 คดี เพิ่มสูงกว่าปี 2560 ส่วนจังหวัดสุรินทร์ครองแชมป์มากที่สุด ชี้สงกรานต์นี้เตรียมใช้กฎหมายมากขึ้น หวังสถิติลดลง 8 ม.ค. 2561 16:31 8 ม.ค. 2561 17:24 ไทยรัฐ