วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เลือกตั้งแบบพิสดารพันลึก

ซื้อหนึ่ง ได้สาม

คงจะแปลกใจว่าผมขึ้นต้นเรื่องอะไรกันนี่ แต่ไม่มีอะไรหรอกครับ ...กำลังจะว่าถึงการเลือกตั้งในกฎกติกาใหม่จะออกมาในลักษณะนี้

เป็นระบบการเลือกตั้งให้คำจำกัดความว่า ระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสมที่ใช้บัตรเลือกเพียงใบเดียวนับทุกคะแนนเสียง

การเลือกตั้งแบบถูกออกแบบมาเพื่อไม่ทำให้พรรคการเมืองไหนได้ ส.ส.เกินกึ่งหนึ่ง รัฐบาลหลังเลือกตั้งจึงเป็นรัฐบาลผสมไปโดยปริยาย

ที่ว่ากาบัตรใบเดียวนับคะแนนทุกเสียงนั้นต้องแยกออกมาเป็น 3 ส่วนด้วยกัน

1.เลือก ส.ส.

2.เลือกพรรคเพื่อมุ่งหมายไปสู่ ส.ส.แบบปาร์ตี้ลิสต์

3.เลือกนายกรัฐมนตรีตามที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคสามารถเสนอชื่อได้ 3 คน

การเลือก ส.ส.นั้นชัดเจนอยู่แล้วหากผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกใครมากที่สุดในเขตนั้นๆ ไม่ว่าจะสังกัดพรรคใดก็ตามก็จะชนะเลือกตั้งได้เป็น ส.ส.

แต่เผอิญที่ว่าการเลือกตั้งรูปแบบใหม่นี้ต่างกับที่ผ่านมาก็คือการได้มาซึ่ง ส.ส.แบบปาร์ตี้ลิสต์นั้นไม่ได้หมายความว่าเลือกคนจากพรรคไหนคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ก็จะเป็นของพรรคการเมืองนั้นเพราะการคิดสัดส่วนจะต่างกันไป

พรรคไหนได้ ส.ส.มากที่สุดไม่ได้หมายความว่าจะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มเข้าไปอีก แต่จะคิดคำนวณแล้วจะตัด ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ไปให้พรรคการเมืองอื่นๆ

ที่เรียกว่าทุกคะแนนล้วนมีความหมาย เปิดโอกาสให้พรรคการเมืองเล็กได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ด้วย ทำให้มี ส.ส.เข้าสภาได้
โอกาสที่จะสอบตกยกพรรคจะน้อยลง

นี่ถือเป็นโอกาสของพรรคการเมืองเล็กและขนาดกลางจะได้ ส.ส.เข้าสภาทำให้พรรคเกิดใหม่ น่าจะมีจำนวนมากขึ้น

ยิ่งการเลือกตั้งจะใช้ระบบไพรมารีโหวตให้โอกาสสมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการเลือกผู้สมัคร ก็ยิ่งทำให้การเลือกตั้งจะต้องผ่านขั้นตอนนี้ไม่ใช่พรรค เจ้าของชี้นิ้วให้ใครสมัครก็ได้

ด้วยการนับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์แบบใหม่นี้จะเกิดอะไรขึ้น ที่แน่นอนพรรคการเมืองใหญ่ที่เคยได้ ส.ส.แบบนี้ก็พลอยเสียโอกาส กว่าที่ผ่านมา

แต่ผู้สมัครที่เคยได้คะแนนรองหรือแพ้เฉียดฉิวมานั้น จึงมีโอกาสที่จะได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพราะพรรคที่ชนะได้เป็น ส.ส.จะถูกตัดสิทธิตรงนี้

ผลที่ตามมาก็คือ บรรดา ส.ส.พระรอง แต่ไม่ได้เข้าสภา น่าจะลงสมัครกันเพียบแน่ เพราะถือว่าได้คะแนนนิยมเป็นการเฉพาะตัว จึงไม่จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมืองใหญ่ก็ได้

พรรคทหารหรือพรรคเครือข่ายคงคาดหวังจะได้ ส.ส.ในลักษณะนี้อย่างแน่นอน ดีไม่ดีที่ยืนยันว่าลูกพรรคจะไม่ตีจากไปไหน
นั่นคิดแบบโลกสวยไปหน่อย ตอนใกล้การเลือกตั้งอาจจะปลีกวิเวกไปก็ได้

อีกประเด็นที่ว่าเป็นการเลือกได้ 3 อย่างนั้น อย่างที่ 3 ก็คือการเลือกนายกฯตามที่แต่ละพรรคเสนอบัญชีรายชื่อพรรคละ 3 คน ก่อนการเลือกตั้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า

นั่นเท่ากับว่าประชาชนมีโอกาสเลือกนายกฯไปในตัวด้วย

แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อเห็นชื่อนายกฯแล้ว จะสามารถชี้นำให้ประชาชนเลือก ส.ส.และพรรคการเมืองที่สังกัดนั้นหรือไม่

ทว่าแม้จะเห็นชื่อเห็นร่าง “นายกฯเงา” ก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้นายกฯที่มีชื่อก่อนลงคะแนนเลือกตั้ง เพราะยังจะต้องมีการเลือกในสภาอีกขั้นตอนหนึ่ง

เอาเป็นว่าการเลือกตั้งต่อไปนี้ต้องพิสดารพันลึกแน่.

“สายล่อฟ้า”

ซื้อหนึ่ง ได้สาม คงจะแปลกใจว่าผมขึ้นต้นเรื่องอะไรกันนี่ แต่ไม่มีอะไรหรอกครับ ...กำลังจะว่าถึงการเลือกตั้งในกฎกติกาใหม่จะออกมาในลักษณะนี้ 8 ม.ค. 2561 09:49 8 ม.ค. 2561 14:13 ไทยรัฐ