วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกษตรกรตรังทิ้งสวนยาง หันทำฟาร์มกาแฟขี้ชะมด ส่งขายกก.ละ 2 หมื่น

เกษตรกรตรัง ทำฟาร์มเลี้ยงชะมด สร้างแบรนด์ “กาแฟขี้ชะมด” สร้างรายได้งามขายกิโลละ 2 หมื่น แนะหันมาปลูกกาแฟทำเป็นอาชีพแทนการทำสวนยางและสวนปาล์มน้ำมันที่ราคาตกต่ำผันผวน...

เมื่อวันนี้ 7 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสำรวจดูฟาร์มเลี้ยงชะมดกว่า 100 ตัว บนเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ ตั้งอยู่บนเนินควนนายเกี้ยว ม.6 ถ.สายตรัง-ปะเหลียน ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง พบ นายสมศักดิ์ อักษรกาญจน์ หรือโกอ้วน อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 200/48 ม.10 ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง หลังจากตัดสินใจหันมาทำฟาร์มเลี้ยงชะมดอย่างจริงจัง เพราะตลาดราคายางพารา และปาล์มน้ำมันผันผวนและต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จึงตัดสินใจแปลงสภาพพื้นที่เพาะพันธุ์เลี้ยงลูกกุ้งหันมาทำฟาร์มเลี้ยงชะมด สร้างแบรนด์เป็นผลิตภัณฑ์ 'กาแฟขี้ชะมดตรัง' หรือ Kopi Luwak ใช้เป็นพันธุ์มูสัง หรืออีเห็นข้างลายในแถบภาคเหนือ หรือมูสังหอม แถบภาคใต้ เป็นสัตว์ป่าไม่คุ้มครอง

นายสมศักดิ์ หรือโกอ้วน บอกว่า ตนเริ่มศึกษาจากยูทูป (youtube) และเรียนมาทางด้านเกษตรคิดว่าทำไม่ยากก็เลยเลี้ยงดู ไปค้นหาข้อมูลในยูทูปและราคาตลาดกาแฟตัวนี้ พบว่ามีรสชาติที่แตกต่างและมีราคาสูงก็เลยลองศึกษาดู มองถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรสชาติที่แตกต่าง ซึ่งตนมองว่ามีรสชาติที่แตกต่างอาจจะถูกใจ ตอบโจทย์ลูกค้าคอกาแฟ กระทั่งวันนี้วางจำหน่ายเป็นของฝาก ตอนนี้ก็ร้านตัวแทนใน จ.ตรัง ที่ร้านโรงกาแฟมาเจอนี่@ตรัง และต้องดูควบคู่ไปกับเศรษฐกิจ ตั้งแต่เริ่มต้นเลี้ยงก็ต้องคัดเลือกพันธุ์ชะมด และนำมาผสมพันธุ์จนได้ขนาดที่พอจะกินเมล็ดกาแฟสด (ลูกแดงๆ หรือเรียกว่าลูกเชอร์รี่)

โดยป้อนให้ชะมดกินเมล็ดกาแฟสดทั้งพันธุ์อะราบิก้าและโรบัสต้า สลับกับกล้วยสุก นม ผลไม้ที่มีกากใยและอื่นๆ เพื่อนำขี้ชะมดที่ได้มาสกัดเป็นกาแฟขี้ชะมดเมืองตรัง ซื้อจากชาวสวนคัดคุณภาพที่ปลอดสารเคมีแล้วนำมาให้ชะมดกิน เมื่อชะมดกินผลกาแฟสุกเข้าไปแล้วกรดและเอ็นไซม์ในกระเพาะของชะมดจะทำปฏิกิริยาเคมีกับผลกาแฟลักษณะคล้ายกับการหมัก โดยกระเพาะจะย่อยเฉพาะเปลือกและเนื้อของเมล็ดกาแฟเหลือ แต่กะลากาแฟ (เปลือกเมล็ดกาแฟ) ที่ย่อยไม่ได้แล้วก็ขับถ่ายออกมาจากนั้นจะไปเก็บขี้ชะมด แล้วแยกเอาเฉพาะเมล็ดกาแฟเก็บไว้ประมาณ 1 ปี แล้ว ออกมาไปทำความสะอาดแล้วตากให้แห้ง สุดท้ายก็นำมาคั่วจนได้เป็นเมล็ดกาแฟคั่วที่สมบูรณ์สามารถนำมาบดและชงดื่มได้ ขายกิโลกรัมละ 20,000 บาท 

จากเมล็ดกาแฟสด 100 กิโลกรัมที่ชะมดกินเข้าไป จะได้กาแฟคั่วไม่เกิน 5 กิโลกรัม ในแต่ละปีสามารถผลิตกาแฟขี้ชะมดได้ประมาณ 500 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 20,000 บาท สร้างรายได้นับ 10 ล้านบาท แนะเกษตรกรหันมาปลูกต้นกาแฟแทนการทำสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมันซึ่งตนมองว่าจะขายได้ทุกวันและได้ราคาดีกว่า ต้องปรับตัวยุคไทยแลนด์ 4.0

ด้าน นายสักขฉัฐ เชี่ยวภู่ หรือโกแต๋ว เจ้าของร้านโรงกาแฟมาเจอนี่ จ.ตรัง ในฐานะผู้แทนจำหน่าย กล่าวว่า สำหรับคอกาแฟ การดื่มกาแฟขี้ชะมด ถือว่าได้ลิ้มรสชาติกาแฟ ที่ถือว่าสุดยอดแล้ว รสชาติของกาแฟขี้ชะมดหอม กลมกล่อม ละมุนละไมและนุ่มลิ้นมาก หอมติดลำคอสร้างความกระปรี้กระเปร่า และชุ่มคอตลอดทั้งวันทำให้คอกาแฟนิยมดื่มกาแฟขี้ชะมดแม้จะมีราคาสูงกว่ากาแฟปกติทั่วไปก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกาแฟบางรายระบุว่ากาแฟที่เก็บจากมูลชะมดทำได้ยากกว่าเก็บจากต้นจึงทำให้กาแฟชนิดนี้มีราคาสูง 

เจ้าของร้านโรงกาแฟมาเจอนี่ กล่าวด้วยว่า จากเมล็ดกาแฟมาคั่วบดเราก็จะมาเสิร์ฟด้วยแก้วไวน์ เพราะจะได้ลิ้มรสชาติทั้งการชิมและจมูกจะได้รับกลิ่นความหอมความละมุลของกาแฟขี้ชะมดด้วย ใน 1 เสิร์ฟจะเสิร์ฟ 250 ซีซี. ตอนนี้ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี เริ่มแรกจัดให้ลูกค้าชิมหลังจากนั้นก็มีการแนะนำเพื่อนๆมาเปรียบเทียบกับจังหวัดอื่นๆ รสชาติก็สู้ที่อื่นได้ ส่วนราคาที่ร้านจะถูกกว่า เพราะเราต้องการให้คนตรังหรือคนที่มาเที่ยวเมืองตรังได้ลิ้มรสกาแฟขี้ชะมด แวะซื้อติดมือเป็นของฝากได้ด้วย.