วันอังคารที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

8 แรงบันดาลใจ ไปแอ่วเหนือ 2561

ปี 2559 ภาคเหนือ 16 จังหวัด มีนักท่องเที่ยว 26,471,063 คน มากเป็นอันดับ 4 รองจากกรุงเทพฯ อีสานและกลาง ปั๊มเงินสะพัดพื้นที่ 42,243 ล้านบาท เข้าวินที่ 3 รองจากกรุงเทพฯ กับภาคใต้ โดยจีนยกพลเที่ยวเหนือสูงสุดถึง 6.83 แสนคน

รองลงมาก็จะเป็นนักท่องเที่ยวจากฝรั่งเศส 3.54 แสนคน...ญี่ปุ่น 2.56 แสนคน...อเมริกา 2.42 แสนคน และเยอรมัน 2.25 แสนคน

ครั้นมาถึงปี 2560 ที่เพิ่งโบกมือลาจากมกราคม-ตุลาคม มีตัวเลขผู้เยี่ยมเยือนภาคเหนือแล้ว 28,663,028 ล้านคนต่อครั้ง สร้างรายได้หมุนเวียนพุ่งทะยานไปถึง 132,325 ล้านบาท

และในปีจอหมา 2561 คาดว่า...น่าจะขยับเพิ่มไปเป็น 134,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่า...สถานการณ์บ้านเมืองต้องเสถียร ไม่พลาดสะดุดขาตัวเองเสียก่อน?

มาตั้งสมมติฐานกันเล่นๆเป็นความสุขคนคิดบวก หากปีนี้บ้านเมืองสงบไม่เกิดปัจจัยลบ เศรษฐกิจจะสดใสอู้ฟู่ ประเทศไทยจะไร้คนจน ฟันธงได้เลย รายได้เที่ยวเหนือทะยานสู่ 1.34 แสนล้านฯแน่นอน

สมฤดี จิตรจง ผอ.ภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) บอกว่า ปีนี้ถิ่นเหนือมีห้องพัก 95,676 ห้อง อัตราเข้าพักเฉลี่ยคนละ 2.43 วัน ใช้จ่ายวันละ 2,165 บาทต่อคน

“นั่นเป็นเพียงตัวเลขต้นทุน ในการจัดทำแผนตลาดท่องเที่ยวปีนี้ แต่โดยความเป็นจริงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคปัจจุบันแตกต่างจากนักท่องเที่ยวยุค 1970-1999 โดยสิ้นเชิง เมื่อกระแสสังคมโลกตกอยู่ภายใต้อิทธิพลการสื่อสารไร้สายดิจิทัล จนกลายเป็นปัจจัยหนึ่งต่อการดำรงชีวิตประจำวันไปเสียแล้ว”

สมฤดี ย้ำว่า อดีตนักท่องเที่ยวเคยอาศัยข้อมูลจากองค์กรรัฐ หรือเอกชนเป็นเครื่องมือวางแผนเที่ยว หรือซื้อบริการจากผู้ประกอบการนำเที่ยว ปัจจุบันแค่คลิกบนแป้นคีย์บอร์ด ก็สามารถวางแผนไปกินไปเที่ยว และพักหลับนอนที่ไหนได้อย่างสะดวกสบาย “เทรนด์การท่องเที่ยวตลอดจนพฤติกรรมนักท่องเที่ยว จึงเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ต่างกับแต่ก่อนนักท่องเที่ยวจะต้องปรับตามผู้นำด้านท่องเที่ยว วันนี้...ผู้นำด้านท่องเที่ยวต้องปรับตามความประสงค์นักท่องเที่ยว”

โจทย์ที่ตั้งแท่นไว้หน้าตัก 1.34 แสนล้านบาทนั้น สมฤดีแจกแจงที่มาของรายได้ตามหลักเศรษฐศาสตร์ เริ่มต้นจากค่าที่พักอยู่ที่ 24.45% ค่าอาหารเครื่องดื่ม 21.45% ซื้อของที่ระลึก 20.83% บันเทิง 11.53% พาหนะเดินทาง 9.30% ค่าบริการท่องเที่ยว 9.05% และอื่นๆอีก 3.39%

ได้สัดส่วนคร่าวๆแล้ว จากนั้นจึงลงมือเขียนแผนนำร่อง ให้นักท่องเที่ยวกระจายตัวออกไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆมากขึ้น สอดรับกับนโยบายส่งเสริมท่องเที่ยวสู่เมืองรอง 55 จังหวัด...ตามมาตรการลดหย่อนภาษีประจำปี...จากการซื้อบริการนำเที่ยว ค่าที่พัก รวมถึงจัดประชุมสัมมนา... เป็นแรงจูงใจ

ต้องย้ำว่าแผนดังกล่าวที่ว่านี้ “โฟกัส” ไปยังกลุ่ม “นักท่องเที่ยวศักยภาพ” ที่เริ่มปรับเทรนด์เที่ยวแบบเสริมสร้างประสบการณ์ใหม่ เช่น ลองลิ้มชิมอาหารพื้นถิ่นพร้อมเรียนรู้วิธีการปรุง กับกินอาหารริมทางประจำเมือง อีกทั้งปรับมิติท่องเที่ยวให้มีบทบาทสำคัญต่อคนทั้งมวล

โดยไม่ก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างคนปกติกับคนพิการ และสังคมผู้สูงวัยมาตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา กับไม่ลืมที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้บริโภค ในตัวสินค้าแต่ละแห่ง...อาทิ ส่งเสริมร้านกินดื่มทันสมัยตามกระแสนิยม การนวดแผนไทย บริการสปา และฝึกโยคะเชิงสุขภาพให้พร้อมขายบริการ

ส่วนกลุ่มเป้าหมายนั้น แน่นอนสมฤดียังคงให้ความสำคัญกับกลุ่ม “สว.”...“สูงวัย” ซึ่งมีเงินออมมากพอจับจ่าย และเวลาสำหรับท่องเที่ยวแบบพักผ่อน หรือพบปะพูดคุยกับคนวัยเดียวกัน

อีกทั้งกลุ่มเจ็นวาย คือคนวัยหนุ่มสาวทำงาน รวมถึงกลุ่มสตาร์ตอัพนักธุรกิจยุคใหม่ ผู้ต้องการแสวงหาประสบการณ์จากการท่องเที่ยว มาประยุกต์ใช้กับการทำงาน กลุ่มนี้สนใจธรรมชาติ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผสมผสานไปกับท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม...วิถีชุมชนแบบสโลว์ไลฟ์สไตล์

ที่น่าจับตาเป็นพิเศษ กลุ่มที่กำลังมาแรงจนต้องยกนิ้วกดไลค์ให้ก็คือ “คุณผู้หญิง” ที่เริ่มใช้ชีวิตอิสระมากขึ้น และพร้อมจะเป็นสตรองเลดี้ยุคปลดพันธนาการ “เธอเหล่านี้มีจุดเด่นในฐานะผู้มีอำนาจตัดสินใจ ก่อนวางแผนเดินทางร่วมกับบุคคลในชายคาครัวเรือนเดียวกัน”

สุดท้ายที่สำคัญแน่นอนก็คือ “กลุ่มครอบครัว” ที่ชอบเดินทางแบบพร้อมหน้าพร้อมตา ทำกิจกรรมร่วมกันแบบครบองค์รวม...ปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ลูกและหลานเหลน เราจะเน้นจุดหมายท่องเที่ยวเชิงเกษตร เชิงวัฒนธรรมชุมชน ขาดไม่ได้คือท่องเที่ยวเชิงนันทนาการตามสวนสนุกกับท่องเที่ยวเชิงศาสนา

สมฤดีเขียนแผนท่องเที่ยวปีจอ (หมา) 2561 ภายใต้ท่องเที่ยวไทย 4.0 ให้สามารถจับต้องได้เป็นเช่นนี้ โดยล้อรับกับปีท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋ แบบ “แอ่วเหนือครั้งใหม่ ไม่เหมือนเดิม” เพื่อความเข้าใจแอ่วเหนือคราใด ไม่มีวันจำเจอยู่กับสิ่งซ้ำๆซากๆ แถมท้าทายคนไปแอ่วซ้ำครั้ง เป็นคำรบสอง สาม และสี่...

ภายใต้บทบัญญัติ 8 ประการ ที่ต้องการแรงบันดาลใจให้เกิดมุมมองใหม่ๆ ในแผ่นดิน 16 จังหวัด ภาคเหนือเริ่มจากแรงบันดาลใจไปเที่ยวแปลงเกษตรหลวง ภายในโครงการหลวง ตามพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 เช่นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา แหล่งที่มีปราชญ์ชุมชนคอยรับนักท่องเที่ยว พร้อมเปิดโอกาสให้เรียนรู้ แล้วสัมผัสเนื้องานด้านเกษตรกรรมด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ยังต้องไปชิมผลไม้สดๆ จำพวกเสาวรส เคปกูสเบอรี่ และไอศกรีมอะโวคาโด ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง แต่ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโงะ จ.เชียงราย ที่นั่นมีกิจกรรมดีๆชวนให้แปลงเป็นสาวม้ง ลงไปเก็บดอกเก๊กฮวยมาแปรรูป แล้วชงกินกลางบรรยากาศปลายดอยหนาวเย็นตลอดปี

แรงบันดาลใจ 2 ให้เลือกท่องชุมชนสัมผัสชีวิตคนเก็บชาไร่ลุงเดช ก่อนนำไปคั่วใส่กระทะ กับฝึกทอผ้าโบราณบ้านปงห้วยลาน จ.เชียงใหม่ อีกทางเลือกท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ฝึกทำกระดาษสาเพื่อใช้ผลิต “จ้อง” หรือร่ม กับเครื่องใช้ จ.เชียงราย เรียนรู้การเย็บปักย่ามชนเผ่าปกากะญอ บ้านพระบาทห้วยต้ม จ.ลำพูน

แรงบันดาลใจ 3 ชมแปลงดอกไม้เมืองเหนือ ที่น่าเที่ยวช่วงฝนโปรย ลุยทุ่งดอกหงอนนาค อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จ.อุตรดิตถ์ หรือไปเซลฟี่กับดอกกระเจียวยักษ์บ้านเขาโล้น จ.พิจิตร...แรงบันดาลใจ 4 เฟ้นเสน่ห์แพรพรรณอาภรณ์ ชวนซื้อเสื้อผ้าชนเผ่า แล้วจำลองตนเป็นชาวดอยคราแอ่วเหนือ แรงบันดาลใจ 5 อาทิ ไปสร้างเสน่ห์ปลายจวัก ฝึกปรุงอาหารเหนือเพื่อชิมก่อนจะอู้ได้ว่า อาหารเมืองนั้น “ลำแต๊ๆ”

สำหรับกลุ่ม สว.จัดเต็มด้วย แรงบันดาลใจ 6 ทัวร์วัดอิ่มบุญธรรมะ ตักบาตรเช้าชุมชนพระบาทห้วยต้ม จ.ลำพูน กินอาหารมังสวิรัติ ชำระร่างกาย จิตใจให้บริสุทธิ์...แรงบันดาลใจ 7 กระตุ้นกลุ่มสนใจพิเศษกึ่งผจญภัย
ขึ้นบอลลูนมองมุมเบิร์ดอายวิว 360 องศารอบกาย...ลงเล่นน้ำแกรนด์แคนยอนเชียงใหม่...สูดกลิ่นอายป่าเขาบนเทือกเขาหลวงพระบาง อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ส่วน แรงบันดาลใจ 8 พวกชอบกินเที่ยวเชิงสุขภาพ จ.สุโขทัย ก็มีน้ำผลิตจากใบข้าวเป็นคลอโรฟิลล์ปั่น ...โครงการเกษตรอินทรีย์ ชุมชนบ้านห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ที่นั่นมีกากกาแฟใช้ขัดตัวให้ผิวขาวใส เฉพาะที่ จ.อุทัยธานี ลุ่มน้ำสะแกกรัง กลุ่มนักท่องเที่ยวก็เริ่มพอจะรู้กันบ้างแล้วว่า “ไร่ดินดีจัง” อากาศเช้าเหมาะออกกำลังกาย

ทั้งหมดเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนที่ถูกบรรจุไว้ใน “คัมภีร์ตลาดท่องเที่ยวปีจอ 2561”...ภูมิภาคภาคเหนือ ที่ได้ลั่นฆ้องร้องป่าวเปิดตลาดพร้อมขายเชิญทุกท่านไปสัมผัสท้าความสุข.