วันจันทร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รุมหยันบิ๊กตู่คั่วนายกฯคนนอก ปชป.-พท.เหน็บแสบ ดีแล้วเลิกเป็นอีแอบ!

“ชัยเกษม” หยัน “ประยุทธ์” แบไต๋ตีตั๋วนั่งนายกฯ คนนอก ตุนเสียง 250 ส.ว. แค่รอดึงพรรคเล็กมาต่อยอด ไม่เชื่อลมปาก รัฐประหารไม่มีอีก “พงศ์เทพ” ซัดถ้าทหารเข้าใจประชาธิปไตยและรู้หน้าที่ถึงจะป้องกันปฏิวัติได้ “ชูศักดิ์” ปลุกทุกพรรคจับมือปฏิเสธผู้นำนอกระบบ “วิรัตน์” ชี้ “ประยุทธ์” เลิกเป็นอีแอบ เตรียมค้ำถ่อนั่งเก้าอี้นายกฯ แขวะเผด็จการบางคนแฝงคราบนักการเมือง “นิพิฏฐ์” แฉมีคน ปชป.แตกกอหนุนทหาร “จุติ” ท้าลงสนามแข่งขันกันด้วยนโยบาย เพจดังปูดไม่หยุดนาฬิกาหรู “บิ๊กป้อม” เรือนที่ 17 โชว์หราจีเอ็มทีทองคำขาว 1.36 ล้าน “วรชัย” จี้ “ประวิตร” เคลียร์ข้อสงสัยเอง “หมวดเจี๊ยบ” ต้าน ป.ป.ช. แก้ประกาศเจ้าหน้าที่รัฐรับของขวัญเกิน 3 พันบาท ดักคอช่วยนายกฯแก้ปมร้อนแจกลูกหมาบางแก้ว

จากกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาประกาศตัวแล้วว่าเป็นนักการเมือง พร้อมระบุว่าการเลือกนายกฯคนนอกด้วยระบบรัฐสภาจะป้องกันการปฏิวัติได้นั้น ฝ่ายการเมืองต่างแสดงความไม่เห็นด้วย และมองว่าเป็นการพูดเพื่อหวังผลทางการเมืองในอนาคต โดยเป็นเครื่องตอกย้ำถึงเป้าหมายที่ชัดเจนในการดำเนินการของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะเข้ามาเป็นนายกฯคนนอก ในการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น

พท.ฉะ “บิ๊กตู่” ตีตั๋วนายกฯคนนอก

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นายชัยเกษม นิติสิริ อดีตรมว.ยุติธรรมและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ประกาศเป็นนักการเมืองเต็มตัวว่า จากสถานการณ์ต่างๆที่พูดถึงการเลือกตั้งและรัฐบาลต่อไปแล้ว เป็นใครก็ต้องเปิดตัว อย่างนายกรัฐมนตรี ไปที่ไหนเห็นถามคนที่เกณฑ์มาอยู่เรื่อยว่า อยากให้เป็นนายกฯต่อหรือไม่ และเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่ลงเลือกตั้งแน่ เพราะถ้าลงก็พัง แต่จะอาศัยตามวิถีทางตามโรดแม็ปที่แท้จริงที่ทำไว้อยู่เวลานี้ ที่เปิดทางไว้แล้วในการเป็นนายกฯคนนอก มีเสียงอยู่ในมือแล้วอย่างน้อย ส.ว. 250 คน หาพรรคเล็กมาร่วมอีกก็มีโอกาสแล้ว แต่ถึงจะเปิดตัวหรือไม่เปิดตัวก็ไม่ต่างกัน เพราะสิ่งที่ทำมาทั้งหมด พอมองเห็นเจตนาที่แท้จริงของท่าน ในที่สุดเหมือนกันหมดไม่ว่าใครก็ตามเมื่อเข้ามามีอำนาจ พอมีอำนาจมีพรรคมีพวกมีคนเอาอกเอาใจ ทุกอย่างเปลี่ยนไปได้ทั้งนั้น ต้องตามดูกันไป

ไม่เชื่อลมปากรัฐประหารไม่มีอีก

นายชัยเกษมกล่าวว่า ส่วนการเลือกตั้งในอนาคตถึงเวลานี้ยังบอกอะไรไม่ได้ จะเป็นอย่างไร ต้องรอดูท่าที และผลการเลือกตั้งเป็นหลัก ที่สำคัญจะเลือกตั้งตามโรดแม็ปหรือเลือกตั้งสำเร็จหรือไม่ยังไม่รู้ เพราะว่าตอนนี้ยังเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงตามอำเภอใจอยู่มาก มีเรื่องนั้นเรื่องนี้เป็นปัญหาเต็มไปหมด ยังไม่วางใจว่าจะเป็นไปตามโรดแม็ป ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุจะไม่มีรัฐประหารอีกแล้ว เพราะคนนอกสามารถเป็นนายกฯได้ตามระบบนั้น ตนไม่เคยเชื่อว่าจะไม่มีการปฏิวัติอีก แต่ก่อนเคยเชื่อเพราะเว้นการปฏิวัติมาตั้งหลายปี จะแก้ไขได้ด้วยวิถีทางการเมือง แต่มีจนได้ คนที่ต้องการมีอำนาจในทางลัดมีอยู่ตลอดเวลา อยู่ที่ว่าจะทำสำเร็จหรือไม่ ประชาชนรับได้ไหมเท่านั้นเอง คงไม่ง่ายที่จะหมดไป

ไร้หนทางผู้นำวิธีพิเศษกันปฏิวัติ

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกฯรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ระบุการเลือกนายกฯคนนอกด้วยระบบรัฐสภาจะป้องกันการปฏิวัติได้ว่า ไม่ทราบว่านายกฯคนนอกที่ท่านพูดถึงหมายถึงนายกฯคนนอกแบบไหน เพราะนายกฯคนนอกสามารถมาได้สองแบบ คือแบบที่พรรคการเมืองเสนอชื่อคนที่ไม่ได้ลงเลือกตั้ง ส.ส.เป็นนายกฯ กับนายกฯคนนอกที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอ แต่ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย นายกฯที่มีกำลังทหารในมือเคยทำการปฏิวัติตัวเองมาแล้ว จึงไม่รู้ว่าการเลือกนายกฯคนนอกได้ จะป้องกันการปฏิวัติได้อย่างไร

ถ้าทหารรู้หน้าที่–เข้าใจ ปชต.ถึงทำได้

“วิธีการที่จะป้องกันการปฏิวัติได้คือ ทหารไทยต้องมีความเข้าใจระบอบประชาธิปไตย และรู้หน้าที่ของตัวเอง ที่สำคัญประชาชนต้องไม่ยอมรับการใช้กำลังยึดอำนาจ อย่างไรก็ตาม หากผู้พูดหมายถึงนายกฯคนนอกที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอ เสมือนเป็นการขู่ว่าถ้าผู้มีอำนาจในขณะนี้ ไม่ได้เป็นนายกฯคนนอกจะเกิดการปฏิวัติหรือไม่ แต่ส่วนตัวไม่เห็นว่ามีน้ำหนักอะไร เพราะคนพูดไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจในกองทัพในขณะนี้แล้ว” นายพงศ์เทพกล่าว

ชวนทุกพรรคปฏิเสธข้าวนอกนา

ด้านนายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 โดยอยู่ระหว่างรวบรวมประเด็นข้อกฎหมายที่เห็นว่าถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ คาดว่าจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ในสัปดาห์หน้า ส่วนที่นายกฯประกาศตัวว่าเป็นนักการเมือง ถ้ามองแง่ดีถือว่าพูดให้มีความชัดเจน แต่สิ่งสำคัญถ้ายอมรับว่าเป็นนักการเมืองต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนและพรรคการเมืองวิพากษ์–วิจารณ์ได้ ไม่ใช่ห้ามไม่ให้แสดงความเห็นเหมือนเช่นที่ผ่านมา การประกาศตัวของนายกฯเป็นนัยทางการเมืองที่อาจสอดคล้องกับสิ่งที่พรรคการเมือง ที่จะจัดตั้งในอนาคตออกมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ อยากเสนอให้ทุกพรรคการเมืองทั้งพรรคเล็กและพรรคใหญ่จับมือกันเพื่อปฏิเสธนายกฯคนนอก แต่เท่าที่เห็นที่ผ่านมา 2 พรรคใหญ่ อย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธสนับสนุนนายกฯคนนอกมาโดยตลอด

“วิรัตน์” บอกดีแล้ว “บิ๊กตู่” เลิกเป็นอีแอบ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีต ส.ส.สงขลา ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ประกาศยอมรับว่าเป็นนักการเมืองที่เป็นอดีตนายทหารว่า เป็นการเตรียมการเพื่อเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯคนนอกในอนาคตตามกรอบรัฐธรรมนูญ เพราะการที่ท่านประกาศว่าเป็นนักการเมืองเต็มตัว คงเห็นว่าน่าจะมีแรงต้านทหารสูง ทั้งตวาดใส่ประชาชน จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ ในเมื่อท่านเป็นนักการเมืองแล้วขอให้ยิ้มแย้มแจ่มใส รับฟังเสียงของประชาชนเป็นหลัก ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ประกาศตัวตนให้ชัดเจน ไม่ต้องทำเป็นอีแอบอีกต่อไป

เหน็บเผด็จการแฝงคราบนักการเมือง

“แต่ว่านักการเมืองมีทั้งดีทั้งเลว บางคนทุจริต ใช้อำนาจมิชอบและเป็นเผด็จการในคราบนักการเมือง หรือบางคนทุจริตแล้วยังอ้างว่าเป็นนักประชาธิปไตยก็มี ขอแนะนำนิยามการเป็นนักการเมืองให้ พล.อ.ประยุทธ์ให้รับทราบว่า หัวใจสำคัญของนักการเมืองต้องรับฟังเสียงประชาชน และต้องยึดถือปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นหลักใหญ่เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ก่อน อีกทั้งยังต้องเล่นการเมืองอย่างโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และยอมรับกระบวนการตรวจสอบ ถ้าทำแบบนี้ไม่ได้ไม่ถือว่าเป็นนักการเมือง จะเป็นนักการเมืองที่ดีแต่ปากเท่านั้น ส่วนที่บอกว่าเป็นสิ่งดีที่ท่านประกาศตัวเช่นนี้ เพราะคาดว่าในเมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ เชื่อว่าจะเดินหน้าสู่โรดเแม็ปที่รัฐบาล คสช.ประกาศไว้ว่ามีการเลือกตั้งภายใน พ.ย.2561” นายวิรัตน์กล่าว

“นิพิฏฐ์” แฉคน ปชป.แตกกอหนุนทหาร

ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ว่า หลักประชาธิปไตยต้องทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง คสช. ควรสนับสนุนพรรคการเมืองให้ประชาชนเป็นสมาชิกพรรคได้ง่าย ส่วนที่นักวิชาการมองว่าหากทหารลงมาเล่นการเมือง อาจทำให้สถานการณ์การเมืองแย่ไปเหมือนปี 2535 นั้น ทหารยุคนี้ฉลาดเชื่อว่าสถานการณ์ไม่แย่ถึงกับขนาดนั้น ในอนาคตจะมีกลุ่มการเมืองมากกว่าสีเหลือง สีแดง คือกลุ่มคนที่สนับสนุนทหาร พรรคประชาธิปัตย์ก็มีบางส่วนแตกออกไปสนับสนุนทหาร แต่แก่นแท้ของพรรคประชาธิปัตย์ยังคงมีอยู่ ส่วนนายกฯคนนอกนั้นถ้าสมาชิกรัฐสภาเลือก พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯก็ช่วยไม่ได้ เพราะมาตามช่องทางกฎหมาย เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์คงไม่ลงมาสมัครเป็นสมาชิกทางการเมืองแน่นอน แต่อาจมีคนเชิญให้มาดำรงตำแหน่งนายกฯต่อ และการที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดว่าเป็นนักการเมือง เชื่อว่าเป็นการพูดบางอย่างเพื่อประโยชน์ในอนาคต แต่ไม่ได้หมายความว่าพูดแบบนั้นแล้วจะเป็นนักการเมืองได้ทันที เพราะนักการเมืองจะต้องยอมรับในการตรวจสอบ

ยื่นตีความคำสั่ง คสช.11–12 ม.ค.

นายนิพิฏฐ์ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า วันที่ 8 ม.ค.นี้ พรรคประชาธิปัตย์จะประชุมกันอีกครั้ง ก่อนเสนอร่างเนื้อหาให้กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พิจารณาเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้ในวันที่ 11-12 ม.ค.นี้

“จุติ” ท้ามาแข่งขันกันด้วยนโยบาย

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทยปี 2561 ว่า แนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น ทุกพรรคการเมืองคาดหวังว่าจะมีการเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันยึดผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ อะไรที่จะแก้ปัญหาของประชาชนได้ เรารับได้จึงไม่ได้กังวลที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศเป็นนักการเมืองและพูดถึงช่องทางการเป็นนายกฯคนนอก ประเทศไทยเคยติดกำดักข้อจำกัดมากมาย รัฐธรรมนูญเปิดให้คนในคนนอกเป็นนายกฯ ได้ถือว่าเปิดกว้างไม่ให้ประเทศเดินเข้าสู่วิกฤติ อะไรที่ไม่ให้ประเทศเข้าสู่วิกฤติดีทั้งนั้น อย่าไปรังเกียจเดียดฉันท์ แต่ขอให้ทำงานได้โปร่งใสมีธรรมาภิบาล ตรวจสอบได้ ไม่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพประชาชน หัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรคต้องแข่งขันกันด้วยนโยบาย เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ประกาศว่าเป็นนักการเมืองแล้ว ก็ต้องมาแข่งขันกันดีกว่า 72 ปีของประชาธิปัตย์เจอมาทุกรูปแบบแล้ว สะเทินน้ำสะเทินบกมาตลอด ยืนยันได้อุดมการณ์ประชาธิปัตย์ไม่ใช่อุดมการณ์จอมปลอม ไม่ใช่อุดมการณ์เฉพาะกิจ บางครั้งอาจดูไม่ทันสมัย แต่อยู่กับความจริง และยึดผลประโยชน์สูงสุดที่ประชาชนได้รับ ส่วนพรรคที่จะเกิดใหม่ยินดี ไม่ควรสกัดกั้น

จี้ รบ.นิ่ง–ปราบโกง–เสกคนหายจน

นายจุติกล่าวต่อว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เคยคำนึงถึงว่าจะต้องเลือกตั้งวันใดเดือนไหน แต่อยากให้รัฐบาลปัจจุบันแก้ปัญหาที่รัฐบาลเลือกตั้งทำได้ยาก รีบทำให้เสร็จ กฎหมายฉบับไหนจำเป็นต้องออกเพื่อลดการผูกขาด แก้ปัญหาการเหลื่อมล้ำให้รีบทำ ก่อนส่งไม้ผลัดให้รัฐบาลจากการเลือกตั้ง จากที่หัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไปพบปะประชาชนรับฟังความคิดเห็น โจทย์ใหญ่ของประเทศวันนี้คือความเหลื่อมล้ำ ความยากจน เศรษฐกิจปากท้องค่าครองชีพภาคครัวเรือน ที่สำคัญคือถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูปวิธีคิด การทำงานของประเทศไทยใหม่ ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถต่อสู้ในเวทีโลกได้เลย ปีใหม่นี้อยากฝากถึงรัฐบาล คสช.ว่า 1.อยากขอความนิ่ง 2.อยากขอความมุ่งมั่นในการปราบทุจริตคดีค้างคาทั้งหลายจัดการให้เสร็จ ผู้มีอิทธิพล มือปืนมาเฟีย ของเถื่อนช่วยจัดการให้เสร็จ 3.ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์เร่งทำตามที่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลรับปากประชาชนไว้ว่า จะทำให้คนจนหมดประเทศภายใน 1 ปี อยากให้รีบทำให้เสร็จ ตนจะเป็นคนแรกที่ยืนปรบมือให้ท่าน

ช่วยเอสเอ็มอีไม่ใช่แค่เร่ขายฝัน

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นห่วงนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนโยบาย SME อยากให้ลดขั้นตอนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน รวมถึงการเข้าถึงข้อมูลราชการ และยังพบปัญหาว่าการนำสินค้าไปเข้าโครงการประชารัฐยังมีปัญหาลิขสิทธิ์ อยากขอให้นายกฯสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับตัวอาทิ ปรับโครงการโอทอปให้เป็นเอสเอ็มอีอย่างจริงจัง การหาตลาด หาช่องทางขายของออนไลน์ ที่สำคัญที่สุดคือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ควรจะมีความสะดวกกว่าที่เป็นอยู่ให้โครงการเป็นไปได้จริง ไม่ใช่เพียงนโยบายขายฝัน

“ปริญญา” ชี้ลบภาพทหารทิ้งยาก

ด้านนายปริญญา เทวานฤมิตกุล รองอธิการบดี ฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 53/2560 ที่ถูกมองว่าเป็นการรีเซ็ตสมาชิกพรรคการเมืองว่าหลัง พล.อ.ประยุทธ์ประกาศว่าเป็นนักการเมือง จะทำให้สังคมเกิดคำถามตามมา เพราะเปรียบเสมือนคสช.มีส่วนได้ส่วนเสีย และการประกาศตัวเป็นนักการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์สื่อมวลชนคงจะทราบดีว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการลบภาพของทหารที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง แต่คงจะแยกลำบาก ตราบใดที่ยังสวมหมวกของหัวหน้า คสช.เท่ากับว่ายังเป็นทหาร ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจเล่นการเมืองจริง จะมีทางเลือก 2 แนวทางคือ ให้พรรคการเมืองเสนอชื่อเป็นนายกฯ และเป็นนายกฯคนนอก ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ แต่การเป็นนายกฯด้วยวิธีนี้แม้จะมีเสียง ส.ว. 250 คนสนับสนุน แต่จะบริหารประเทศลำบาก หากไม่สามารถดึงพรรคใหญ่พรรคใดพรรคหนึ่งมาร่วมรัฐบาลได้ พล.อ.ประยุทธ์ก็เป็นได้แค่นายกฯ แต่ไม่สามารถบริหารประเทศได้ ถ้าดึงพรรคใดมาร่วมไม่ได้ แปลว่าสองพรรคนี้รวมกันต้องไม่ถึงครึ่ง นี่เป็นเหตุผลหรือไม่ จึงต้องเซ็ตซีโร่ ส.ส.เก่า คือทั้งหมดถ้าโยงกันจะมีผลในทางบวกหรือทางลบต่อ คสช.โดยตรง

เพจดังปูดอีกนาฬิกาหรูเรือนที่ 17

อีกเรื่อง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก CSI LA ได้เผยแพร่นาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เผยแพร่นาฬิกาหรูเรือนที่ 17 โดยเนื้อหาระบุว่า เป็น GMT Master ii pepsi ทำจากทองคำขาว 18 K ราคาตลาดอยู่ที่ 1.36 ล้านบาท ขอขอบคุณเซียนนาฬิกาหลายคนที่ช่วยออกมาแสดงความคิดเห็นและความรู้ครับ นี่คือพลังความสามัคคีด้วยการใช้สมองของคนไทยอย่างแท้จริง รูปนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2560 จากเพจของคุณคมคาย อุดรพิมพ์ นายก อบจ.มหาสารคาม จะเห็นได้ว่าคุณคมคายชอบใส่ Richard Mille เหมือนกัน ไม่ทราบเหมือนกันว่า พล.อ.ประวิตร ยืมนาฬิกาของคุณคมคายมาใส่หรือเปล่า แต่ไม่น่าจะใช่เพราะสีต่างกัน และผู้ชายอะไรจะยืมนาฬิกาผู้หญิงมาใส่ และแหวนเพชรของท่านนั้นยืมจากแม่มาอีกไหม ผมสามารถสังเกตได้ว่าเพชรเม็ดกลางที่ท่านใส่ ขนาดอย่างน้อย 2.5-3.0 กะรัต ราคาเกิน 1 ล้านบาท แน่นอน คุณคมคายเป็นภรรยา นายยิ่งยศ อุดรพิมพ์ อายุ 54 ปี อดีตนายก อบจ.มหาสารคาม 3 สมัย ประธานกรรมการบริหารกองทุนฟื้นฟูเกษตรกรแห่งชาติ แต่ท่านเสียชีวิตเมื่อ 2 ปีที่แล้วจากเหตุการณ์เครื่องบินเล็กตก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โพสต์ดังกล่าวทางเพจระบุที่มาข่าวการเสียชีวิตของนายยิ่งยศจากเว็บไซต์ https://www.thairath.co.th/content/630491 และนำภาพ พล.อ.ประวิตร สวมใส่นาฬิกาที่ข้อมือขวาร่วมในงานบุญที่อ้างว่ามาจากเพจเฟซบุ๊กของคุณคมคายมาจาก https://web.facebook.com/photo.php...แต่ล่าสุดไม่สามารถเข้าไปดูที่มาของภาพได้เนื่องจากเจ้าของโพสต์มีการลบภาพไปแล้ว

“วรชัย” จี้ “บิ๊กป้อม” เคลียร์เอง

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่เปิดเผยการตรวจสอบนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมว่า เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เพราะการตรวจสอบยังไม่เสร็จสิ้น เรื่องทุกอย่างยังเป็นความลับ แต่ขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบให้เป็นมาตรฐานเดียวกับการตรวจสอบนักการเมืองจากการเลือกตั้ง ที่ตรวจสอบอย่างจริงจังและรวดเร็ว ผลเป็นอย่างไรมีการชี้แจงรายละเอียดให้ประชาชนรับทราบ กรณีนี้ควรดำเนินการรวดเร็วไม่ควรลากเวลาออกไป ไม่เช่นนั้นประชาชนจะหมดความเชื่อถือในองค์กร ป.ป.ช. ส่วนการจะให้รัฐสภาทำหน้าที่ตรวจสอบฝ่ายบริหารนั้น เป็นปกติถ้าสมาชิกรัฐสภามาจากประชาชนต้องปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน แต่เมื่อมาจากการแต่งตั้งของผู้มีอำนาจต้องปกป้องผู้มีอำนาจ ประชาชนจึงไม่อาจคาดหวังให้รัฐสภา ช่วยตรวจสอบได้ ผลงานที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วไม่ว่าจะมีประเด็นอะไรเกิดขึ้น สภาไม่เคยตั้งกระทู้ถามรัฐบาลเลย ดังนั้นเพื่อความสบายใจของประชาชนและเรียกความเชื่อมั่นให้รัฐบาล ใครที่เกี่ยวกับประเด็นอะไรควรออกมาให้รายละเอียดกับประชาชน กรณีนี้ พล.อ.ประวิตรควรออกมาชี้แจงเพื่อให้ประชาชนคลายสงสัยและสร้างความเชื่อมั่นความโปร่งใสของคนในรัฐบาลด้วย

ค้าน ป.ป.ช.แก้ระเบียบอุ้มนายกฯ

ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต่อไปบ้านเมืองจะเอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.เป็นหลักในการปกครองประเทศ หรือจะยึดเอาหลักการความถูกต้องเป็นหลักกันแน่ ไม่เห็นด้วยถ้าจะมีการแก้ไขประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรื่องการรับของขวัญมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท เพียงเพื่อเลี่ยงกฎหมายให้ พล.อ.ประยุทธ์มอบลูกสุนัขเป็นของขวัญรัฐมนตรีใน ครม.ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ตามที่ลั่นวาจาไว้ต่อหน้าสื่อมวลชน เพราะถ้ามีการแก้ไขประกาศ ป.ป.ช.ช่วงนี้ อาจมีผลพลอยได้ช่วยให้พล.อ.ประยุทธ์ไม่หน้าแตกและมีทางออก แบบนี้สมควรทำหรือไม่ คนเราถ้าดีจริง เมื่อทำผิดควรยอมรับว่าผิด ไม่ใช่แก้กฎเกณฑ์เพื่อให้การกระทำของตัวเองกลายเป็นสิ่งที่ถูก ป.ป.ช.ควรพิจารณาเรื่องนี้ให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจถูกมองว่าจะช่วยปกป้องผู้มีอำนาจในรัฐบาล

เตือนให้ดูตัวอย่างจุดจบทรราช

“ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าคิดจะเป็นนักการเมือง ไม่มีใครห้าม แต่สำคัญจะเลือกเป็นนักการเมืองประเภทใด เพราะมีทั้งคนดีและไม่ดี หากต้องการให้สังคมยกย่องก็อย่าเหลิงอำนาจ เคารพเสียงประชาชน และต้องพร้อมสละตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง แต่ถ้าอยากให้คนจดจำในฐานะทรราชก็ควรย้อนดูบทเรียนในอดีตว่าทรราชที่ฝืนกระแสสังคมพยายามสืบทอดอำนาจนั้นมีบั้นปลายชีวิตแบบไหนและจะสร้างความเสียหายต่อบ้านเมืองอย่างไรบ้าง” ร.ท.หญิง สุณิสากล่าว

“เต้น” จ่อบุกทวงคดีสลายม็อบปี 53

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่ารู้สึกเสียใจที่การแถลงความคืบหน้าการดำเนินการคดีต่างๆ ของ ป.ป.ช.ไม่มีการพูดถึงคดีสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช.เมื่อปี 2553 ทั้งที่เรา รวมทั้งญาติผู้เสียชีวิตพยายามติดตามทวงถามอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ อัยการสูงสุดยังได้แจ้งคำพิพากษาศาลฎีกาให้ ป.ป.ช.ทราบ แต่ป.ป.ช.ทั้งคณะยังคงเพิกเฉย ไม่มีการปฏิบัติ ไม่มีคำอธิบาย การร้องขอสำนวนยกคำร้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯไม่ได้รับการตอบสนอง สงสัยว่าทำไมเรื่องนี้ถึงต่างกับกรณีสุนัขพันธุ์บางแก้วพอเป็นประเด็นก็มีข่าว ป.ป.ช.กำลังคิดปรับมูลค่าของขวัญที่ ครม.รับได้ให้เกิน 3,000 บาททันที กรรมการ ป.ป.ช.ชุดนี้จัดลำดับความสำคัญระหว่างเรื่องสุนัข 2 ตัวกับคนตาย 100 ชีวิตอย่างไร อย่าอ้างว่าศาลฎีกายกฟ้องไปแล้ว ความจริงคือศาลเพียงชี้ว่าเรื่องนี้อยู่ในอำนาจศาล ฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้น ใครฆ่าใครตาย ใครใช้ ใครสั่งการ ยังเป็นกรณีต้องวินิจฉัย สัปดาห์หน้าจะไปติดตามเรื่องนี้ที่ ป.ป.ช.อีกครั้ง กรรมการ ป.ป.ช.อาจกำลังมีความสุขที่ไม่ถูกเซ็ตซีโร่ แต่คนจำนวนมากจะมีความทุกข์ ถ้าท่านเซ็ตซีโร่ความยุติธรรมในคดีนี้

“นิพิฏฐ์” กระทุ้งนายกฯอย่าเลี่ยง ก.ม.

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ซื้อลูกสุนัขพันธุ์บางแก้ว 3 ตัว ระหว่างเดินทางลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก จนถูกร้องเรื่องการรับมอบสิ่งของมูลค่าเกิน 3,000 บาทว่า ถ้านายกฯยังถือไมค์ลอยระหว่างการพบ ประชาชน จะเกิดปัญหาขึ้นอีก เช่นเดียวกับปัญหาชาวประมงในพื้นที่ภาคใต้ ขณะนี้นายกฯเหมือนคนขับรถที่อยู่ในความประมาท หมาวิ่งตัดหน้าจึงทำให้รถล้มลง ดังนั้นเห็นว่าบทบาทของนายกฯในปีนี้ ต้องทำตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญอย่างไม่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะเดียวกันอีก

“ประยุทธ์” พอใจ ศก.ดีขึ้นต่อเนื่อง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ พอใจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค.60 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 อยู่ที่ระดับ 79.2 เป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 35 เดือนนับตั้งแต่เดือน ก.พ.58 มีปัจจัยบวกมาจากการส่งออกที่ขยายตัว การท่องเที่ยวที่ดี มาตรการกระตุ้นการบริโภคและเศรษฐกิจ และข่าวการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เป็นไปได้ที่เศรษฐกิจในปี 61 จะขยายตัวร้อยละ 4.2-4.5 และอาจขยายตัวได้ถึงร้อยละ 5 รัฐบาลพยายามเร่งรัดการใช้จ่ายและการลงทุน เช่น โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นต้น และไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ รัฐบาลมีมาตรการรักษาเสถียรภาพและยกระดับราคาสินค้าเกษตร เช่น โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี 2560/61 จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตลาดข้าวเหนียว เชื่อมโยงตลาดสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศให้มากขึ้น และเข้มงวดกับการนำเข้ามันสำปะหลังจากต่างประเทศ

ผบ.ตร.ลุ้น ตร.สากลจับ “ยิ่งลักษณ์”

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินเที่ยวที่ประเทศอังกฤษและมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าไปถ่ายภาพเมื่อวันที่ 4 ม.ค.แพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด และให้ดำเนินการตามกระบวนการ ส่วนภาพที่ปรากฏเชื่อว่าสังคมรับรู้ได้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ที่ไหนก็ตาม เจ้าหน้าที่เตรียมพิสูจน์ทราบและจะพยายามนำตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย ที่ผ่านมารอง ผบ.ตร.ได้ประสานตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพลติดตามตัวมาตลอด ทั้งนี้ ไทยมีข้อตกลงร่วมกับอินเตอร์โพล 190 ประเทศ เชื่อว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ใช้หนังสือเดินทางประเทศไทยในการเข้าไปประเทศอังกฤษอย่างแน่นอน

พท.ชี้ภาพหลุด “ปู” ไม่มีนัยการเมือง

นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ปรากฏภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถ่ายรูปกับคนไทยที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีนัยทางการเมืองใดๆ และในพรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้

อัยการแจ้ง พธม.ชดใช้ ทอท.522 ล้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.60 สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการบังคับคดี 1 มีหนังสือเเจ้งชำระหนี้ตามคำพิพากษาถึง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายพิภพ ธงไชย นายสุริยะใส กตะศิลา นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายอมร อมรรัตนานนท์ นายนรัญยู หรือศรัณยู วงษ์กระจ่าง นายสำราญ รอดเพชร นายศิริชัย ไม้งาม นางมาลีรัตน์ แก้วก่าและนายเทิดภูมิ ใจดี แกนนำกลุ่มแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) โดยจำเลยทั้ง 13 คน นำผู้ชุมนุมหลายหมื่นคนไปบุกยึดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง เพื่อประท้วงรัฐบาลและขับไล่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ เหตุเกิดระหว่างวันที่ 24 พ.ย.-3 ธ.ค.51 โดยสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายการบังคับคดี 1 ได้รับสำเนาหมายการบังคับคดีจากบริษัทท่าอากาศยานไทยจำกัด มหาชน (ทอท.) โจทก์มาดำเนินการบังคับคดี จึงอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.องค์กรอัยการเเละพนักงานอัยการ 2553 เเจ้งให้บุคคลทั้ง 13 ชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลเเพ่งที่พิพากษาให้จำเลยทั้ง 13 คน ร่วมกันชำระหนี้ 522,160,947.31 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับเเต่วันที่ 1 ธ.ค.51 และให้ร่วมกันชำระค่าธรรมเนียมและทนายความเเทนโจทก์เป็นเงิน 597,847 บาทให้แก่ ทอท.โจทก์มิเช่นนั้นโจทก์จะนำพนักงานบังคับคดีไปยึดอายัดทรัพย์สินของบุคคลทั้ง 13 คนขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้เเก่โจทก์

ก่อนหน้านี้ทนายความของจำเลยทั้ง 13 ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อขอขยายเวลาฎีกา กระทั่งวันที่ 21 ก.ย.60 ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง คดีจึงถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้จำเลยทั้ง 13 คน ชดใช้เงิน ทอท.ดังกล่าว

ทนายเผยแกนนำรับสภาพหนี้

นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความของกลุ่มพธม.กล่าวถึงกรณีการบังคับคดีที่อัยการออกหนังสือแจ้งให้ 13 แกนนำ พธม.ชดใช้เงินแก่ ทอท.ที่ได้รับความเสียหายจากการชุมนุมปิดสนามบินว่า แกนนำได้หนังสือการบังคับคดีจากอัยการแล้ว ขั้นตอนนี้เป็นอำนาจฝ่ายโจทก์เจ้าหนี้ ส่วนจำเลยในฐานะลูกหนี้ไม่มีอำนาจต่อรองการบังคับคดี ฝ่ายจำเลยไม่มีทรัพย์สินเพียงพอชำระค่าเสียหายตามคำพิพากษาถึงที่สุดดังกล่าว ตามขั้นตอนจำเลยคงไม่ต้องแจ้งอะไรเพราะไม่มีทรัพย์สินมาชำระได้ ฝ่ายโจทก์ต้องติดตามตรวจสอบดูทรัพย์สินของจำเลยแต่ละคนว่ามีอะไรบ้างเพียงพอชำระหนี้หรือไม่ หากมีทรัพย์สินที่มีมูลค่าต้องอายัดไว้เพื่อนำไปขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ มีเวลาดำเนินการ 10 ปี หากระหว่างนี้การตรวจสอบชัดเจนว่าจำเลยที่เป็นลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินที่มีมูลค่าจะนำมาขายทอดตลาดชำระหนี้ได้ โจทก์จะยื่นฟ้องเป็นคดีล้มละลายต่อศาลล้มละลายกลาง ขอให้จำเลยตกเป็นบุคคลล้มละลาย หากมีการบังคับคดีไม่ชอบ จำเลยมีสิทธิยื่นคัดค้านได้