วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปราบเครือข่ายต่างด้าว สวมบัตรคนไทย

เป็นปัญหาด้านความมั่นคงและกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเรื้อรังมานาน คนต่างด้าวสวมสิทธิบัตรประชาชนคนไทยเข้ามาเปิดกิจการทำธุรกิจในเมืองไทย ประเทศไทยสูญเสียรายได้ปีละหลายพันล้านบาท บางคนสวมสิทธิเป็นเจ้าของบริษัทนำเที่ยว อาศัยเข้าออกอยู่ในเมืองไทยกว่า 15-20 ปี แต่ไม่เคยมีหน่วยงานไหนสนใจ เข้ามาตรวจสอบกันจริงจัง

คนร้ายที่สวมสิทธิบัตรประชาชน กระทำเป็นขบวนการ มีหน้าที่รู้เห็นเป็นใจ ได้รับผลประโยชน์ ยิ่งทำให้ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ใช้อำนาจเงินและอิทธิพลมาต่อรอง กดดัน มีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจ อาศัยข้อมูลของคนไทยที่ถูกรื้อถอน จำหน่าย หรือไม่มีการเคลื่อนไหวทางทะเบียนราษฎรมานาน เข้ามาสวมสิทธิขอจดทะเบียน มีบัตรประชาชนเป็นคนไทย นำมาใช้เปิดบริษัท ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านการท่องเที่ยว

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบให้ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. รับผิดชอบดำเนินการ เพราะเป็นขบวนการเชื่อมโยงกับธุรกิจการท่องเที่ยว “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ชุดปราบปราม “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ที่ทำการปราบปรามแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติมาต่อเนื่อง

หลังจัดชุดสืบสวนพบความผิดปกติของเจ้าของบริษัทนำเที่ยวด้อยคุณภาพหรือ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” หลายแห่ง ตำรวจท่องเที่ยวกำหนดแผนจับกุมมาต่อเนื่อง อาชญากรรมเครือข่ายชาวต่างชาติที่เข้ามากระทำความผิด หลบหนีคดีกบดานในเมืองไทย ใช้คราบนักท่องเที่ยวมาใช้ไทยเป็นฐานในการกระทำผิด ดำเนินการตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงเร่งรัดปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เข้ามากระทำผิดในไทย โดยเฉพาะการสวมสิทธิบัตรประชาชนคนไทย

สืบสวนพบข้อมูลขบวนการปลอมแปลงสวมสิทธิบัตรประชาชนเป็นคนไทยมากกว่า 50,000 ราย ตำรวจท่องเที่ยวร่วมกับตำรวจ 191 ฝ่ายปกครอง เปิดยุทธการทลายเครือข่ายสวมบัตรประชาชนกลุ่มเป้าหมาย

คนร้ายส่วนใหญ่จะอาศัยข้อมูลของคนไทยที่ไม่มีการเคลื่อนไหวทางทะเบียนราษฎร ก่อนที่จะสวมสิทธิขอทำบัตรประชาชน และใช้บัตรประชาชนเรื่อยมา ก่อนที่จะขอเปลี่ยนชื่อ นามสกุล เพื่อให้ยากต่อการจับกุม

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ให้ฝ่ายสืบสวนรวบรวมหลักฐานให้รัดกุม ก่อนยื่นต่อศาลขออนุมัติหมายจับ พร้อม พล.ต.ต.ชัยวัฒน์ ฉันทวร-ลักษณ์ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 และ พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. ร่วมฝ่ายปกครอง จับกุมต่อเนื่อง

เริ่มปฏิบัติการครั้งแรก วันที่ 21 พ.ย. จับกุมคนต่างด้าวสวมบัตรประชาชนคนไทย มาเปิดบริษัททัวร์นำเที่ยว 2 ราย รายแรก นางกานดา เฉิน อายุ 44 ปี ขอเพิ่มชื่อเข้าในทะเบียนบ้านที่ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2532 ในชื่อ “ด.ญ.กานดา พยัพเดช” มีการเปลี่ยนชื่อ นามสกุลหลายครั้ง ใช้บัตรมากว่า 28 ปี รายที่ 2 น.ส.สุณี พยัพเดช อายุ 40 ปี เพิ่มชื่อเข้าในทะเบียนบ้านที่ อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ปี พ.ศ.2532 ต่อมาได้ทำบัตรประชาชนที่ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร เป็นครั้งแรกวันที่ 24 มิ.ย.2536 ใช้บัตรประชาชนคนไทยนานกว่า 28 ปี และขอทำบัตรใหม่หลายครั้งในหลายท้องที่ ตำรวจจับกุมตัว

น.ส.สุณี พยัพเดช มาดำเนินคดี ครั้งที่ 2 วันที่ 25 พ.ย. จับกุมนายเหลียน แซ่เกา อายุ 35 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัทวั้นกั๋ว อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด รับนักท่องเที่ยวชาวจีนมาเที่ยวในไทย “เครือข่ายทัวร์ศูนย์เหรียญ” ขอมีบัตรประชาชนครั้งแรกเมื่อปี 2544 ใช้ชื่อนายวิษณุ รัตนะแสงงาม ที่ อ.เมืองนครสวรรค์ นานกว่า 7 ปี ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็นนายเหลียนในปี 2550 ตำรวจจับกุมได้ย่านรัชดาภิเษก พบขบวนการที่เกี่ยวข้อง อีก 2 ราย อ้างเป็นนายอายี่น้อย แสนหมี่ เจ้าของบริษัทนำเที่ยว ทียูเอ็ก อินเตอร์เนลชั่นแนล จำกัด นำนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวที่ภูเก็ต ในวงการทัวร์เรียกว่า นายซัง ตำรวจขออนุมัติหมายจับจากศาล แต่นายซังหลบหนีไปประเทศจีนวันที่23 ก.ย.

อีกคนแอบอ้างเป็น นายจง แซ่ม้า หรือทรงกิจไพศาล ได้ยื่นขอบัตรประชาชนที่ อ.แม่สอด เป็นเจ้าของบริษัททัวร์เครือบริษัทไทยจงหัวกรุ๊ป มีทรัพย์สินเป็นร้อยล้าน ได้หลบหนีออกไปประเทศมาเลเซียตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค.

ครั้งที่ 3 วันที่ 25 พ.ย. จับกุมตัว นายภัทรวิชญ์ ค่ะตึ อายุ 41 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัทไทยตงหม่ง อินเตอร์แนลชั่นแนล ทราเวลกรุ๊ป ยื่นเอกสารเท็จ ขอมีบัตรประชาชนไทยครั้งแรกวันที่ 25 ก.ย.2545 ใช้ชื่อ นายยอฟู ค่ะตึ ปลอมแปลงและใช้บัตรมานานกว่า 15 ปี ตำรวจท่องเที่ยวขอหมายจับต่อศาล และจับกุมได้ที่ซอยนวมินทร์ ย่านรามอินทรา พร้อมกับ น.ส.สิริภัสร์ มะแนะ บริษัทเดียวกันที่ปลอมแปลงสิทธิบัตรประชาชน น.ส.นาคำ มะแนะ ชาวไทยชาติมูเซอ ที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ใช้บัตรประชาชนมากว่า 15 ปี มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมรู้เห็นเป็นใจ

ล่าสุดตำรวจท่องเที่ยวและฝ่ายปกครองดำเนินคดีชาวจีนสวมบัตรประชาชนคนไทย 29 ราย ในจำนวนนี้ 11 คน นำบัตรประจำตัวประชาชนมายื่นขออนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ 11 ราย การสืบสวนพบชาวจีนเข้ามาสวมบัตรประชาชน

คนไทย นำมายื่นขออนุญาตเป็นมัคคุเทศก์ มี น.ส.พิลัยพร ภู่ทอง ลูกจ้างประจำ เทศบาลตำบลลัดหลวง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ มีส่วนปลอมแปลงเอกสาร และเชื่อยังมีคนโยงใยอยู่เบื้องหลัง


กรมการปกครองพบว่า เทศบาลตำบลลัดหลวง มีสถิติการแปลงสัญชาติจีนมาเป็นสัญชาติไทย สูงผิดปกติ เหล่านี้เป็นเพียงการเปิดยุทธการปูพรมจับกุมเครือข่ายต่างด้าวสวมบัตรประชาชนเข้ามาทำธุรกิจทัวร์ศูนย์เหรียญในไทยในช่วงเดือน พ.ย.2560 แต่ก่อนหน้านี้ตำรวจท่องเที่ยวได้สืบสวนจับกุมมาต่อเนื่องมากกว่า 50 ราย

ที่สำคัญโยงใยฝ่ายปกครองมีส่วนรู้เห็นเป็นใจสวมบัตรประชาชน

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. กล่าวกับ “ทีมข่าวอาชญากรรม” ว่า “ตำรวจท่องเที่ยวบูรณาการร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง ติดตามจับกุมขบวนการคนต่างด้าวลักลอบปลอมแปลงเอกสารสวมสิทธิคนไทย จดทะเบียนบริษัททัวร์ เพื่อประกอบธุรกิจนำเที่ยว เชื่อมโยงกับเครือข่าย “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ซึ่งเป็นภัยความมั่นคง สร้างผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่ปล่อยเรื้อรังมานาน นโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พบว่ามีรายชื่อขบวนการที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก คนร้ายจะอาศัยข้อมูลคนไทยที่ไม่มีการเคลื่อนไหวทางทะเบียนราษฎรมานานเข้ามาสวมสิทธิ จะได้เร่งขยายผลสืบสวนจับกุม รวมทั้งเตรียมเอาผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบมีส่วนเกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือทำบัตรประชาชนปลอม ส่วนผู้กระทำผิด นอกจากจะถูกดำเนินคดี จะต้องเพิกถอนบัตรประชาชน ผลักดันกลับประเทศ รวมทั้งขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศ ตรวจสอบธุรกิจที่ดำเนินการ และพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตด้วย”

อีกหนึ่งงานตำรวจท่องเที่ยวจัดการปัญหาคนต่างด้าวสวมบัตรประชาชนไทย ทำธุรกิจกระทบต่อความมั่นคง ระบบเศรษฐกิจ ปัดกวาดเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนได้รับผลประโยชน์ ช่วยเหลือบริษัทนำเที่ยว สวมบัตรประชาชนคนไทยให้คนต่างด้าว ชุดจับกุมเสี่ยงกับอิทธิพล และผลประโยชน์ของกลุ่มเครือข่ายแก๊งต่างชาติ มากดดันทำให้เกิดความเสียหาย และทำงานยากมากขึ้น ทำให้ที่ผ่านมาไม่มีตำรวจหรือหน่วยงานไหนกล้าเข้ามาทำคดีแบบนี้

ไม่เคยมีหน่วยงานใดกล้าจัดการมาก่อน.

ทีมข่าวอาชญากรรม

เป็นปัญหาด้านความมั่นคงและกระทบต่อระบบเศรษฐกิจเรื้อรังมานาน คนต่างด้าวสวมสิทธิบัตรประชาชนคนไทยเข้ามาเปิดกิจการทำธุรกิจในเมืองไทย ประเทศไทยสูญเสียรายได้ปีละหลายพันล้านบาท 6 ม.ค. 2561 12:03 6 ม.ค. 2561 12:11 ไทยรัฐ