วันศุกร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไอเดียเจ๋ง! ใช้ขนนกยูงเพิ่มมูลค่า ต่างหูแฮนด์เมดสุดหรู ชิ้นเดียวในโลก


เจ้าของฟาร์มนกยูงและไก่ฟ้าที่แม่ฮ่องสอน ไอเดียดีนำขนนกยูงในช่วงที่สลัดขนมาทำเครื่องประดับ แฮนด์เมดชิ้นเดียวในโลก เพิ่มมูลค่าให้กับต่างหู ลูกค้าคนไทยและต่างชาติชื่นชอบ สร้างรายได้อย่างงดงาม...


นส.ยุพาภรณ์ แก้วคำ หรือ เจี๊ยบ วัย 23 ปี ชาวบ้าน ม.3 ต.แม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ที่บ้านเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์ป่าถูกต้องตามกฎหมาย ขึ้นทะเบียนกับกรมป่าไม้ โดยมีพี่ชายคือ นายยุทธนาศักดิ์ แก้วคำ เป็นคนดูแลฟาร์มและสัตว์ทุกตัว สัตว์ที่เลี้ยงไว้ มีไก่ฟ้า นกยูง 2 สายพันธุ์ มีพันธุ์ไทยและพันธุ์อินเดีย และกวางดาว วัตถุประสงค์ที่เลี้ยงก็เพื่อดูเล่น และส่วนหนึ่งปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ในพื้นที่ที่ปลอดภัย ได้เพิ่มความหลากหลายทางพันธุกรรมของสัตว์ตามธรรมชาติ 

                                                           

สำหรับการเพิ่มมูลค่าขนนกยูงนั้น เจ้าของฟาร์ม ให้ข้อมูลว่า ในช่วงฤดูฝน หรือราวเดือนพฤษภาคมของทุกปี นกยูงจะผลัดขน ซึ่งที่ผ่านมาหลายปีไม่ได้เห็นคุณค่าจนกระทั่งเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว ได้ทดลองเก็บขนนกยูงมาทำเป็นต่างหู แล้วลงโพสต์ขายในเพจ และเฟซบุ๊ค ปรากฏว่ามีการตอบรับดี เริ่มมีคนสนใจสั่งซื้อ จากงานอดิเรกเลยกลายเป็นธุรกิจขึ้นมา


นส.ยุพาภรณ์ กล่าวต่อว่า ได้ทดลองนำขนนกยูงมาทำต่างหู ทีแรกก็ลองทำใส่เองเล่นๆก่อน ปรากฏว่าคนรอบข้างชื่นชอบ และเริ่มมีลูกค้าสนใจเรียกร้องให้ทำจำหน่าย เลยลองออกแบบมาเรื่อยๆก็ได้รับความนิยมดี จึงทำบรรจุภัณฑ์ สร้างแบรนด์เป็นของตนเอง ใช้ชื่อว่า “โมรียา” ซึ่งมีความหมายว่า นกยูงอันเป็นที่รัก และพัฒนารูปแบบของต่างหูอย่างจริงจัง มีการนำวัสดุอื่นมาประยุกต์ด้วย อาทิ ไข่มุก ทองคำ พลอย นาค เงิน และหินมงคล เป็นต้น

เจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องประดับ กล่าวอีกว่า ส่วนขนของนกยูงที่ใช้ทำเครื่องประดับ ไม่ได้เบียดเบียนสัตว์แน่นอน เพราะขนที่ได้มาเป็นขนที่นกยูงผลัดเองตามธรรมชาติ ซึ่งจะได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น นกยูงจะผลัดขนในช่วงหน้าฝน และขนจะขึ้นใหม่ในช่วงหน้าหนาว และจะสามารถเก็บขนของนกยูงไว้ได้มากพอที่จะรองรับตลาดและออเดอร์จากลูกค้าได้ตลอดทั้งปีแน่นอน นกยูงในฟาร์มถูกเลี้ยงแบบธรรมชาติและปลอดภัย โดยมีพี่ชายซึ่งเชี่ยวชาญในการดูแลสัตว์อย่างดีคอยดูแล พื้นที่เลี้ยงค่อนข้างกว้างมีสนามหญ้าให้เดิน นกยูงจะไม่เครียด โดยนกยูงที่เลี้ยงมีอยู่ 2 สายพันธุ์ คือ พันธุ์ไทยและพันธุ์อินเดีย จะมีความแตกต่างกัน คือ ขนนกยูงอินเดียจะมีสีน้ำชา สีทอง และสีขาวล้วน ส่วนพันธุ์ไทย ขนจะมีลูกเล่น มีมิติ เวลาโดนแดดจะมีความมันวาว หรือที่เรียกกันว่า แววมยุรา



นส.ยุพาภรณ์  กล่าวถึงกระบวนการผลิตว่า ขั้นตอนแรก ต้องนำขนนกยูงมาทำความสะอาด คัดเลือกเฉพาะขนที่มีความสมบูรณ์และสวยงามเพื่อหาคู่ให้เหมือนกัน หลังจากนั้นนำขนนกยูงทาน้ำมันบำรุง เพื่อเพิ่มความมันวาว และขั้นตอนสุดท้าย นำไปทำเป็นต่างหู โดยประยุกต์วัสดุอื่นร่วมด้วย อาทิ หินมงคล หลากสี เครื่องเงิน ทองคำ เพื่อเพิ่มลูกเล่นและเพิ่มมูลค่า ด้านการทำตลาดของแบรนด์โมรียา ปัจจุบันใช้ช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์ และส่งออกไปเยอรมนี อังกฤษ นอกจากนี้มีลูกค้ารายใหญ่ชาวไทย ร้านมาเรียมเฮิร์บ ได้ออเดอร์สินค้าไปจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยว บริเวณร้านค้าในถนนคนเดินปาย ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ และขายดีเป็นอย่างมาก

เจ้าของ ระบุว่า เนื่องจากสินค้าที่ผลิตเป็นงานแฮนด์เมดที่หายาก ต่างหูแต่ละคู่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก และขนนกยูงเก็บได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น แต่ถึงอย่างไรสินค้ามีเพียงพอต่อความต้องการของตลาดแน่นอน ส่วนรายได้จากการจำหน่ายต่างหู จะนำไปเลี้ยงดูนกยูงในฟาร์มต่อ ก่อนจะนำไปปล่อยสู่ธรรมชาติต่อไป 
สำหรับราคาต่างหูขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้ เริ่มต้นที่ 450 – 9,999 บาท รับประกันหนึ่งปี สามารถส่งซ่อมฟรีได้ 1 ครั้ง ซึ่งสามารถจำหน่ายสินค้าได้เดือนละไม่น้อยกว่า 40 คู่

เจ้าของธุรกิจเครื่องประดับรายนี้ กล่าวด้วยว่า ส่วนในอนาคตคาดว่าจะมีการต่อยอดทางธุรกิจแฮนด์เมดขนนกยูง เป็นเครื่องประดับอื่นๆอีก เช่น ผ้าคลุมไหล่ ปิ่นปักผม และเครื่องประดับอื่น เรียกได้ว่าเป็นเด็กวัยรุ่นยุคใหม่ที่ประสบความสำเร็จในด้านของการสร้างรายได้อย่างงดงามให้แก่ครอบครัว และยังเป็นการช่วยสงวนพันธุ์สัตว์หายากให้แพร่พันธุ์สู่ธรรมชาติอีกด้วย จากไอเดียที่บรรเจิดสู่งานแฮนด์เมดชิ้นเลอค่า และหายาก ขยายไปสู่ตลาดความงามระดับโลกได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งน้อยคนนักจะสามารถทำได้.