วันพุธที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“หมออุดม” ปลุกครูแนะแนวชี้อนาคตศิษย์

ดึง มก.-3 พระจอมเกล้าฯ ผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ ของบรับหลักสูตรออนไลน์

ที่ห้องประชุมสุธรรม อารีกุล อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ศ.นพ.อุดม คชินทร รมช.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานโครงการส่งเสริมความสามารถพิเศษภาคฤดูร้อน พ.ศ.2562 (แบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ ครั้งที่ 30) และงานสัมมนาครูและอาจารย์แนะแนวทั่วประเทศ และปาฐกถาพิเศษเรื่อง นโยบายการศึกษาไทยยุคเศรษฐกิจดิจิทัล 4.0 ตอนหนึ่งว่า ครูแนะแนวเป็นครูที่มีความสำคัญมากคนหนึ่งของนักเรียน ดังนั้นครูแนะแนวจะต้องมีมุมมองที่เปิดกว้าง เห็นทิศทางของโลกในอนาคต และรู้ศักยภาพของนักเรียนว่าควรจะก้าวไปในทิศทางใด สำหรับยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาลจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยการศึกษา ซึ่งการศึกษาไทยก็ต้องพัฒนา ปรับปรุงตัวเองให้เป็นยุค 4.0 ด้วย โดยครูและอาจารย์ต้องเปลี่ยนวิธีการสอน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัยต้องคำนึงการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม

รมช.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ตนอยากให้ครูแนะแนวบอกกับนักเรียนถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในอนาคตว่า มหาวิทยาลัยไทยต้องปรับตัวให้เป็นยุค 4.0 ปรับวิธีการสอน ซึ่งอนาคตการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น คณะวิชาต่างๆจะเรียนแบบบูรณาการข้ามคณะ ซึ่งตนจะนำร่องใน 7 มหาวิทยาลัย เบื้องต้นที่ชักชวนเข้าร่วม ได้แก่ ม.เกษตรศาสตร์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง, ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, มหาวิทยาลัยราชภัฏ, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล และ ม.เอกชน อย่างละ 1 แห่ง โดยจะเริ่มปีการศึกษา 2561 เนื่องจากเป็นนโยบายเร่งด่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ โดยจะเป็นการรับสมัครในระบบทีแคส รอบที่ 5 ซึ่งเปิดกว้างให้มหาวิทยาลัยรับนิสิตนักศึกษาอย่างอิสระ เบื้องต้นหลักสูตรที่ให้บูรณาการข้ามคณะนั้น จะเป็นการผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ มหาวิทยาลัยหรือคณะใดทำได้ รัฐบาลก็จะมีงบประมาณสนับสนุนเพื่อเป็นแรงจูงใจในการผลิต ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับการผลิตแพทย์เพิ่ม โดยสาขาที่กำลังเป็นความต้องการมากขณะนี้คือ ด้านวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งจะต้องมีความรู้ด้านการบริหารจัดการ เป็นต้น หากสาขาวิชาชีพใดที่อยู่ในความดูแลของสภาวิชาชีพ ตนก็จะหารือกับสภาวิชาชีพนั้น ทั้งนี้ สภาวิชาชีพมีความจำเป็นต้องปรับตัวและยึดนโยบายของประเทศด้วย

สำหรับหลักสูตรออนไลน์นั้น รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การเรียนผ่านออนไลน์เป็นกระแสหรือเทรนด์ของโลก ที่ไทยจะต้องปรับตัวให้ทัน

ขณะนี้มหาวิทยาลัยมีระบบอินเตอร์เน็ตที่ค่อนข้างดี ได้แก่ ยูนิเน็ต แต่ยังมีความเร็วน้อย ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการเตรียมที่จะของบประมาณรัฐบาล เพื่อเพิ่มปริมาณการรับและส่งข้อมูลหรือแบนด์วิดท์ให้มากขึ้น ตั้งเป้าว่าจะขยายให้ได้ 1,000 กิกะไบต์ เพื่อรองรับการเรียนระบบอินเตอร์เน็ตทุกระดับชั้น ส่วนเนื้อหาก็จะต้องเร่งพัฒนาหลักสูตรออนไลน์ที่สนองตอบต่อผู้เรียน และสามารถประเมินผลได้.